ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ

(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)

https://raka.is/r/qlzXR https://raka.is/r/gP7GV

The crash of 2 Titans เห็นด้วยมากๆ ขอนำเผยแพร่

The crash of 2 Titans เห็นด้วยมากๆ ขอนำเผยแพร่ – นี่แหละครับ คือ เหตุผลที่ผมไม่ใช้ Facebook หน้าหลักเลย เปิดเอาไว้เพื่อสร้างเพจ

ผมใช้เพจ เพื่อสื่อสารแนะนำเว็บไซด์ในช่วงแรกๆ เมื่อพวกเรารู้แล้วว่าเว็บไซด์อยู่ที่ไหน เพจ facebook ก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป ผมก็ปิดซะงั้น

ผมจึงถูกใจ สุนทรพจน์ที่กล่าวโดยทิม คุก ซีอีโอของ Apple ในงานประชุม Computers, Privacy and Data Protection

แบบโดนใจโก๋แก่อย่างผมมาก

The crash of 2 Titans

เห็นด้วยมากๆ ขอนำเผยแพร่

ถ้าจะซื้อของใน shopee อยู่แล้ว เข้าทางนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯ ถือว่าช่วยผมจ่ายค่าเช่า host server ไม่ใช่คลิ๊กดูดเงินแน่นอนครับ ไม่ต้องกังวล

ที่มา … https://www.facebook.com/krptonite/posts/10218900467609099

The crash of 2 Titans
จิตต์สุภา ฉิน มติชนสุดสัปดาห์ 5 – 11 February 2021

จุดแตกหักของ 2 ยักษ์ใน “ศึกความเป็นส่วนตัว”

“เราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่มีจริยธรรมคือเทคโนโลยีที่ทำงานให้เรา มันคือเทคโนโลยีที่ช่วยให้เรานอนหลับได้ ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ทำให้เราถ่างตาตื่น มันคือเทคโนโลยีที่เตือนเราเมื่อเราใช้มันเพียงพอแล้ว เปิดพื้นที่ว่างให้เราสร้างสรรค์ วาด เขียนหรือเรียนรู้ ไม่ใช่เรียกร้องให้เรากดรีเฟรชครั้งแล้วครั้งเล่า เทคโนโลยีควรจะทำตัวจางๆ อยู่เบื้องหลังในเวลาที่เราออกไปปีนเขาหรือว่ายน้ำ แต่ว่าคอยช่วยเหลือเวลาที่เราหกล้มรุนแรง เทคโนโลยีจะต้องยกความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเรามาเป็นที่หนึ่งเสมอ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ดีไม่จำเป็นจะต้องแลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้”

ฝากขายที่หน่อย ค่าคอมฯ 3%

ขาย/ให้เช่า ที่ดิน 81 ตรว. มีน้ำ มีไฟ มีทะเบียนบ้าน มีโฉนด มีรั้วชั่วคราว ถมแล้ว ใกล้ตลาดพลูทรัพย์ ปทุม หน้ากว้าง 15 ม. ยาว 21 ม. (โดยประมาณ) ราคาโทรฯมาคุยกันครับ

แผนที่ รูปภาพ และ รายละเอียด ตามลิงค์นี้ครเบ
https://nongferndaddy.com/land-sales-81-wa-prathumthani/

ข้างบนนี้คือส่วนหนึ่งของสุนทรพจน์ที่กล่าวโดยทิม คุกซีอีโอของ Apple ในงานประชุม Computers, Privacy and Data Protection

แม้ทิมจะไม่เอื้อนเอ่ยออกมาสักคำว่าเขากำลังพูดถึงบริษัทอะไรอยู่ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะเดาว่าเป้าที่ทิมยิงเปรี้ยงไปคราวนี้จะต้องเป็นโซเชียลมีเดียยักษ์ใหม่อย่าง Facebook แน่ๆ

เท้าความกลับไปเล็กน้อยเพื่อให้เข้าใจที่มาที่ไปของการปะทะออกสื่อกันในครั้งนี้

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Facebook ซื้อพื้นที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ๆ ของสหรัฐ ทั้ง Wall Street Journal, The New York Times และ The Washington Post เพื่อโจมตี Apple หลังจากที่มีข่าวออกมาว่า Apple กำลังเตรียมปรับนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่

สิ่งที่ Apple เปิดตัวออกมามีอยู่ 2 อย่างหลักๆ ด้วยกัน

อย่างแรกก็คือ การที่ทุกแอพพลิเคชั่นจะต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสว่าแอพพ์ของตัวเองเก็บข้อมูลส่วนตัวอะไรของผู้ใช้เอาไว้บ้าง และมีนโยบายการดูแลเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานอย่างไร โดยที่จะต้องใช้ถ้อยคำอธิบายให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้ง่ายที่สุด

เปรียบเปรยง่ายๆ ก็คือ Apple มองว่าทุกแอพพ์จะต้องมีสิ่งที่คล้ายๆ กับฉลากโภชนาการอาหารแปะเอาไว้ แต่แทนที่จะบอกแคลอรี่ ปริมาณโซเดียมหรือน้ำตาล แอพพ์เหล่านี้จะต้องเปิดอย่างโปร่งใสหมดเปลือกว่าตัวเองเก็บข้อมูลอะไรของผู้ใช้ไปบ้าง

อย่างที่สองคือ สิ่งที่ Apple เรียกว่า App Tracking Transparency หรือ ATT เปิดทางให้ผู้ใช้ iPhone เลือกได้เลยว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แอพพ์บนโทรศัพท์ติดตามเก็บข้อมูลส่วนตัวของตัวเองบ้าง และสิ่งนี้นี่แหละที่ทำให้ Facebook หวาดหวั่นจนต้องออกมาตอบโต้

ทุกวันนี้เราใช้งานสมาร์ตโฟนทำหลายสิ่งหลายอย่าง คนจำนวนไม่น้อยไม่ทันได้ตระหนักว่าทุกๆ บริการ ทุกๆ แอพพ์ที่เราคลิกเข้าไปใช้ จะมีการเก็บข้อมูลกิจกรรม พฤติกรรม สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราไม่ชอบเอาไว้ แล้วนำมาใช้ในการที่จะยิงโฆษณามาให้เราได้อย่างตรงจุด นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมหลายๆ ครั้งเราถึงได้เห็นโฆษณาที่ตรงเป๊ะกับสิ่งที่เรากำลังสนใจบนหน้าฟีดโซเชียลมีเดียของเรา และมันดูจะรู้จักทุกแง่มุมในชีวิตของเราไปหมด

ทิมบอกว่า การที่เราใช้งานโซเชียลมีเดียเหล่านี้และถูกตามเก็บข้อมูลส่วนตัวเอาไว้ทั้งหมดทำให้สถานะของเราแปรเปลี่ยนจากการเป็นลูกค้า กลับกลายเป็นตัวเราเองนี่แหละที่เป็นผลิตภัณฑ์ให้บริษัทโซเชียลมีเดียเหล่านั้นนำไปขาย

ลองพิจารณาทางฟากฝั่งของ Facebook กันบ้าง ในโฆษณาที่ Facebook ใช้เพื่อโจมตี Apple นั้น Facebook ระบุว่าฟีเจอร์ใหม่ของ Apple ที่ให้สิทธิคนใช้ iPhone เลือกบล๊อกการติดตามเก็บข้อมูลได้จะส่งผลเสียต่อธุรกิจขนาดเล็กที่พึ่งพาการโฆษณาบน Facebook เพราะจะทำให้ธุรกิจเหล่านั้นไม่สามารถเล็งโฆษณาไปที่กลุ่มเป้าหมายโดยตรงได้และจะเข้าไม่ถึงกลุ่มลูกค้าของตัวเองอีกต่อไป

ไม่พลาด ข่าวสาร บทความ ความรู้ ประกาศตำแหน่งงานว่าง และ อื่นๆ

กรอก ชื่อ และ อีเมล์ ในแบบฟอร์มข้างล่าง จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ ... อ้อ ... อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น

จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ … อ้อ … อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น แล้วอย่าลืม mark as not junk or spam ด้วยนะครับ เวลาส่งเตือนคราวหน้า จะได้ไปอยู่ใน in box :)

แน่นอนว่า Facebook พอจะมองเห็นอนาคตอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่โทรศัพท์ของเรามีหน้าต่างเด้งถามขึ้นมาว่า แอพพ์นี้กำลังเก็บข้อมูลส่วนตัวของคุณอยู่นะ จะอนุญาตให้เก็บต่อไปได้หรือเปล่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็จะต้องตอบว่า “ไม่”

และในที่สุดนี่อาจจะเป็นจุดจบของโมเดลการทำธุรกิจของ Facebook ที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ดังนั้น ถ้าไม่ต่อสู้ตอนนี้ก็อาจจะไม่ทันการณ์เอาได้

Facebook ถึงกับวาดภาพอนาคตให้เห็นว่า ถ้าหาก Apple ดึงดังที่จะทำแบบนี้ นอกจากธุรกิจเล็กๆ จะพังย่อยยับแล้วก็อาจจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของอินเตอร์เน็ตที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ให้แย่ลง และ นำมาซึ่งจุดจบของการโฆษณาดิจิตอลไปเลย

อันนี้ทิมสวนกลับด้วยการบอกว่า ระบบโฆษณาแบบเดิมก็อยู่มาได้หลายสิบปี โดยที่ไม่ต้องเก็บข้อมูลส่วนตัวของใครมาใช้เสียหน่อย

การที่โซเชียลมีเดียคอยตามเก็บข้อมูลส่วนตัวของเราก็คล้ายๆ กับมีคนมาแอบมองลอดผ่านหน้าต่างบ้านของเราเพื่อดูว่า วันๆ หนึ่ง เรากินอะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง ใช้แชมพูยี่ห้ออะไร ชอบสบู่หรือยาสีฟันแบบไหน ซึ่งก็จะมีทั้งคนที่โอเคและไม่โอเค

คนที่โอเคก็อาจจะบอกว่าไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ไหนๆ เราก็ได้ใช้โซเชียลมีเดียฟรีแลกกับการยอมดูโฆษณาอยู่แล้ว ถ้าบริษัทอย่าง Facebook จะเก็บข้อมูลเราไปเพื่อคัดเลือกโ๋ฆษณาที่ตรงกับความสนใจมายิงให้เราเห็นก็น่าจะดีกว่าต้องมานั่งดูโฆษณาที่เราไม่สนใจไม่ใช่หรือ ซึ่งแนวคิดแบบนี้ก็ไม่ผิดอะไร

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Apple กำลังทำไม่ใช่การป้องกันไม่ให้โซเชียลมีเดียแอบมองลอดประตูหน้าต่างบ้านของทุกคน แต่ Apple กำลังจะบอกว่าเจ้าของบ้านจะต้องเลือกได้ บ้านหลังไม่ไม่ถือสาก็แง้มประตูค้างไว้ให้เขามองเข้ามาได้ต่อไป แต่บ้านหลังไหนหวงแหนความเป็นส่วนตัวไม่อยากให้ใครมองเข้ามาได้อีกก็จะต้องมีตัวเลือกให้ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดได้เหมือนกัน

มาถึงตรงนี้เราก็เห็นชัดแล้วว่า Apple และ Facebook เลือกเดินคนละทางไม่พอ แต่ยังเป็นเส้นทางที่พุ่งเข้าชนกันด้วย

โดยมีเสียงข้างมากสนับสนุน Apple อยู่ เพราะไม่ว่าจะอย่างไร การให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องเสมอ และ Facebook ก็จะต้องก้าวเดินอย่างระมัดระวังขึ้นเพราะช่วงหลังๆ มานี้บริษัทต้องเจอกับมรสุมทางด้านภาพลักษณ์หลายอย่างที่กำลังนำไปสู่การเคลื่อนไหวรณรงค์ให้คนเลิกใช้ Facebook ตั้งแต่เรื่องอิทธิพลที่มีผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งก่อน ต่อเนื่องมาถึงการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ข่าวปลอม ทฤษฎีสมคบคิด และความเกลียดชังอันน่ากลัว

ภาพลักษณ์ที่กอบกู้ไม่สำเร็จจนทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานถดถอย ในที่สุดแล้วอาจจะสร้างความเสียหายให้ธุรกิจเล็กๆ ที่พึ่งพา Facebook ได้มากกว่าที่ Facebook กล่าวหานโยบายความเป็นส่วนตัวของ Apple เสียอีก และ มันอาจจะเกิดขึ้นโดยที่ Facebook ไม่ทันคาดคิดก็ได้

เครดิต …

จิตต์สุภา ฉิน
ซู่ชิง Jitsupa Chin
Cool Tech
มติชนสุดสัปดาห์
5-11 February 2021

ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ

(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)

https://raka.is/r/qlzXR https://raka.is/r/gP7GV

--- มีคำถามเพิ่มเติม พูดคุย เม้าส์มอย ไปต่อกันได้ที่กระดานสนทนา (webboard) นะครับ

คลิ๊กเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

The Sweet Girl

ของมือสองของเฟิร์นค่ะ มีหลายชิ้นเลย ราคาดีสุดๆ (คลิ๊กที่รูปนะคะ ลิงค์จะพาไปที่ร้านค่ะ)

Fern shop

--------- คลิ๊ก - The Sweet Girl ----------