Thai Shale Gas ก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดานในประเทศไทย และ Hydraulic Fracturing … ตอนนี้พวกเราทุกคนก็คงได้ยินเรื่อง ก๊าซธรรมชาติ หรือ น้ำมัน จากชั้นหินดินดาน ที่เรียกว่า Shale oil shale gas ติดหูติดตากันมาบ้างจากสื่อต่างๆมากมาย วันนี้จะขอนำเสนอผลงานการศึกษาของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (DMF) เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งทำไว้ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2555 แต่ก็ถือว่าข้อมูลและข้อสรุปต่างๆยังใช้ได้อยู่ จึงขอนำมาให้พวกเราได้อ่านได้เข้าใจกัน
ที่มา : รายงานดูงาน Shale Gas – ฉบับสมบรูณ์
Shale gas เป็น แหล่ง unconventional ประเภทหนึ่ง ใครยังไม่เข้าใจหรือพลาดบทความเก่าไป ก็ตามลิงค์ไปได้นะครับ
Conventional reservoir vs. Shale Oil reservoir ต่างกันอย่างไร แบบรวบรัดๆ
https://nongferndaddy.com/conventional-reservoir/
ผมคัดมานำเสนอเฉพาะที่เกี่ยวเนื่อง มีศัพท์แสงทางธรณีวิทยาเยอะพอสมควร ตรงไหนไม่เข้าใจก็อ่านข้ามๆไปก็ได้ครับ และ ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมจริงๆก็หลังไมค์มาครับ ยินดีที่จะไขความกระจ่างให้
Thai Shale Gas
ก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดานในประเทศไทย และ Hydraulic Fracturing
แหล่งปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (Shale Gas)
การพัฒนาก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่งมีการค้นพบ แต่เป็นแหล่งก๊าซเชื้อเพลิงที่ได้มีการพัฒนาใช้มาแล้วไม่น้อยกว่า 180 ปี ในยุคก่อนก๊าซธรรมชาติจะเฟื่องฟู และ จะกลับมาเป็นแหล่งเชื้อเพลิงทดแทนได้อีกครั้งหนึ่งเมื่อแหล่งก๊าซธรรมชาติซึ่งนับวันมีแต่จะลดปริมาณลง
ฝากขายที่หน่อย ค่าคอมฯ 3%
ขาย/ให้เช่า ที่ดิน 81 ตรว. มีน้ำ มีไฟ มีทะเบียนบ้าน มีโฉนด มีรั้วชั่วคราว ถมแล้ว ใกล้ตลาดพลูทรัพย์ ปทุม หน้ากว้าง 15 ม. ยาว 21 ม. (โดยประมาณ) ราคาโทรฯมาคุยกันครับ
แผนที่ รูปภาพ และ รายละเอียด ตามลิงค์นี้ครเบ
https://nongferndaddy.com/land-sales-81-wa-prathumthani/
ดังนั้นรัฐบาลจะต้องมีภาระหน้าที่ในการกระตุ้นให้มีการสำรวจหาแหล่งก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม โดยการเปลี่ยนปริมาณสำรองแบบที่ยังมิได้มีการพิสูจน์และอาจจะนำขึ้นมาพัฒนาใช้ได้ (Unproved Reserves) ให้เป็นแหล่งที่พิสูจน์แล้ว (Proved Reserves) ให้ได้มากที่สุด
ปริมาณสำรองที่ยังไม่ได้พิสูจน์ยังแบ่งออกได้เป็นอีกสองประเภท คือ ปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่น่าจะพบ (Probable Reserves) และปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่อาจจะพบ (Possible Reserves) อย่างไรก็ตามการสำรวจหาแหล่งกักเก็บก๊าซธรรมชาติแบบปกติในปัจจุบัน (Conventional Reservoirs) นั้น นับวันมีแต่จะหายากขึ้น
ดังนั้น แหล่งก๊าซธรรมชาติในแบบที่มีความยากในการสำรวจและผลิตโดยเทคโนโลยีในปัจจุบัน(Unconventional Reservoirs) จึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยควรที่จะเริ่มมีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นแหล่งสำรองของประเทศต่อไปได้ในอนาคต
แหล่งกักเก็บปิโตรเลียมแบบไม่ปกติ (Unconventional Reservoirs) นั้นโดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงแหล่งกักเก็บที่ไม่สามารถผลิตได้อันเนื่องมาจากอัตราการไหลที่ไม่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์หรือผลิตได้ในปริมาณที่น้อยและไม่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์โดยปราศจากการกระตุ้นหรือใช้เทคโนโลยีพิเศษ เช่น การใช้น้ำร้อนอัด(Steam Injection) เป็นต้น
แหล่งกักเก็บแบบไม่ปกตินั้นโดยทั่วไปจะหมายถึงแหล่งเหล่านี้ คือ Tight gas sands, Coal bed methane, Gas hydrate deposits, Heavy oil, Tar sands, Gas shales, แหล่งกักเก็บที่มีความดันและอุณหภูมิสูงกว่าปกติ (Reservoirs with high pressure and high temperature)
การศึกษาโครงการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (Shale Gas) ในประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีทรัพยากรปิโตรเลียมเกิดอยู่ค่อนข้างจำกัดและมีขนาดของแหล่งตั้งแต่เล็ก ถึงปานกลาง อีกทั้งมีปริมาณสำรองไม่มากนักเมื่อเทียบประเทศในภูมิภาคเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแบ่งเบา ภาระการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติควรมีการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ขาดแคลนพลังงาน โดยศึกษาความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (Shale gas) ในประเทศไทยขึ้นมาใช้
ในเบื้องต้นพื้นที่ที่น่าสนใจมีอยู่ 2 แอ่ง (รูปที่ 6-1) ได้แก่ แอ่งสกลนคร จังหวัดสกลนคร และแอ่งพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยแอ่งสกลนครเป็นหินดินดานอายุไทรแอสสิค ในเขตบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนแอ่งพิษณุโลกเป็นหินดินดานอายุเทอร์เชียรี ในเขตภาคกลาง

ผลจากการศึกษาข้อมูลวัดคลื่นไหวสะเทือนและหลุมเจาะ หลุมภูพระ-1 และหลุมสกล-1 ในแอ่งสกลนคร (รูปที่ 6-2) พบชั้นหินดินดานความหนามากกว่า 1,500 เมตร

ไม่พลาด ข่าวสาร บทความ ความรู้ ประกาศตำแหน่งงานว่าง และ อื่นๆ
กรอก ชื่อ และ อีเมล์ ในแบบฟอร์มข้างล่าง จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ ... อ้อ ... อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น
มีความหนาต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,700 ตารางกิโลเมตร (รูปที่ 6-3)

ชั้นหินดินดานมีปริมาณสารอินทรีย์อยู่ในช่วงร้อยละ 0.2–5.76 มีคีโรเจนแบบ Type I และ Type III มีค่า Vitrinite Reflectance (Ro) ร้อยละ 0.9–2.52 และมีค่าความสมบูรณ์ทางความร้อน (Thermal Maturity) เป็นหินต้นกำเนิดอยู่ในเกณฑ์ที่ให้ก๊าซธรรมชาติ
สำหรับแอ่งพิษณุโลก (รูปที่ 6-4) ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า หินดินดานในแอ่งพิษณุโลก อยู่ในหมวด หินชุมแสง (Chum Saeng Formation)

มีความหนาตั้งแต่ 50 เมตร ถึง 400 เมตร (รูปที่ 6-5) โดยมีความหนามาก ไปทางทิศตะวันตกและชั้นบางไปทางทิศตะวันออก

ซึ่งหินชุดชุมแสงเป็นหินต้นกำเนิดปิโตรเลียมของแหล่งผลิต สิริกิตติ์ใน มีอายุเทอร์เชียรี ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พิษณุโลก และ สุโขทัย
พื้นที่ทั้ง 2 พื้นที่กำลังอยู่ใน ขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนานำก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้ประโยชน์ในอนาคต (รูปที่ 6-6)

ความเห็นและข้อเสนอแนะ
ข้อดี
1) ในเบื้องต้นจากข้อมูลจากสภาพธรณีวิทยาที่เอื้ออำนวย Shale Gas จะเป็นพลังงานทางเลือก มิติใหม่ของประเทศไทยที่น่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงในการที่จะค้นพบแหล่งปริมาณสำรองขนาดใหญ่ใช้ได้อีกหลายสิบปี และสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในปริมาณมากโดยมีต้นทุนในการลงทุนต่ำกว่าการพัฒนาพลังงานฟอสซิลที่กำลังจะหมดไปในอนาคต และพลังงานทางเลือกอื่นๆ
2) ประเทศไทยมีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมากว่า 40 ปี แล้ว โดยบริษัทผู้รับสัมปทานฯและเจ้าหน้าที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะสามารถใช้ประสบการณ์ที่จะดำเนินการในเรื่องนี้มาพัฒนาปรับใช้กับการสำรวจและผลิต Shale Gas ได้โดยไม่ยาก ประกอบกับขณะนี้มีข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องในระดับที่มากพอในการเริ่มต้นศึกษาความเป็นได้ของโครงการ
3) การพัฒนา Shale Gas ในประเทศไทยสามารถนำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียมฯและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาปรับใช้บังคับได้ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในทำนองเดียวกับระบบของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ใช้กฎหมาย Oil and Gas มาปรับใช้กับ Shale Gas
ข้อเสีย
1) ปัญหาการยอมรับของสังคมไทย แม้ว่าในอนาคตข้างหน้าประเทศไทยอาจจะมีความเป็นได้สูงที่จะพบแหล่งปริมาณสำรอง Shale Gas ในเชิงพาณิชย์ที่มีต้นทุนในการลงทุนต่ำ แต่เมื่อพิจารณาต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของการสำรวจและผลิต Shale Gas โดยใช้เทคโนโลยี Hydraulic Fracturing ตามที่สหรัฐอเมริกาและหลายๆ ประเทศกำลังตื่นตัวเร่งพัฒนาอยู่นี้ อาจจะถูกต่อต้านอย่างมากจากสังคมไทยประชาชนในท้องถิ่น กลุ่มอนุรักษ์ และนักวิชาการสิ่งแวดล้อมในประเทศได้เช่นกัน ตามกระแสของกลุ่มอนุรักษ์และกลุ่มนักวิชาการสิ่งแวดล้อมในหลายๆ ประเทศ
2) ปัญหาอุปสรรคจากข้อกฎหมาย เชื่อได้ว่าในอนาคตหากจะมีการพัฒนาโครงการShale Gas ในประเทศไทยก็คงจะต้องถูกกำหนดให้เป็นโครงการที่ต้องทำรายงาน EIA และอาจจะถูกกำหนดให้ทำการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ HIA ด้วย และ ต้องได้รับความเห็นชอบตามที่กฎหมายกำหนด และ อาจจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเภทโครงการที่อาจจะมีผลกระทบรุนแรงตามนัยของมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550 อีกด้วย ซึ่งจะประสบปัญหาอุปสรรคอย่างมากต่อการให้ความเห็นชอบต่อรายงานฯโดยเฉพาะองค์การอิสระ และ คชก.
3) การไม่ยอมรับของสังคมไทยต่อระบบการดำเนินการสำรวจและผลิต Shale Gasของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการให้สิทธิเอกชนเจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของทรัพยากรที่อยู่ใต้พื้นดินของตนและมีสิทธิที่จะทำการสำรวจและผลิตได้เองหรือให้บริษัทน้ำมันเช่าพื้นที่ดำเนินการแทนโดยไม่ต้องทำรายงาน EIA และระบบการจ่ายค่าภาคหลวงให้กับเอกชนเจ้าของที่ดินนั้นไม่น่าจะได้รับการยอมรับให้นำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยได้ในทุกกรณี
ข้อเสนอแนะ
จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ คณะผู้ศึกษาดูงานเห็นว่างานที่จะต้องมีการดำเนินงานต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการสำรวจและผลิต Shale Gas ในประเทศไทย ควรดำเนินการ ดังต่อไปนี้
1) เร่งให้การสนับสนุนอย่างจริงจังในการศึกษาความเป็นไปได้และนำสู่การสำรวจและผลิต Shale Gas ในประเทศไทย เพื่อเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ของประเทศ
2) ควรเตรียมความพร้อมในประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความพร้อมของบุคคลากรทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจ และ ประสบการณ์จากการส่งไปศึกษาดูงานในประเทศที่มีการพัฒนา Shale Gas รายใหญ่ๆ อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน รัสเซีย โปแลนด์ ฯลฯ
3) ควรเตรียมการในเรื่องการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ สผ. จังหวัด/พื้นที่เป้าหมาย ประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย และสาธารณะชนทั่วไป
Recta sapere

ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ
(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)
https://raka.is/r/qlzXR |
https://raka.is/r/gP7GV |
https://raka.is/r/qlzXR
https://raka.is/r/gP7GV
