Social Distance Starvation มนุษย์กินสังคมเป็นอาหารด้วยเหมือนกัน – มนุษย์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พึ่งพิงผู้อื่น ตั้งแต่เกิด ถ้าปล่อยมนุษย์ที่เกิดใหม่ๆไว้เพียงลำพัง ค่อนข้างแน่นอนว่ามนุษย์เกิดใหม่นั้นไม่มีทางรอดชีวิตได้
ไม่ว่าจะแสนปีที่แล้ว หรือ วันนี้ … ก็เป็นแบบนี้ และ ก็จะเป็นแบบนี้ตลอดไป ถ้าพลิกสารานุกรมสัตว์โลกดู จะพบว่าไม่มีสัตว์อะไรที่พึ่งพิงพวกพ้องมากกว่ามนุษย์อีกแล้ว
แต่ธรรมชาติได้ชดเชยให้มนุษย์ด้วยมันสมองอันปราดเปรื่อง ทำให้มนุษย์มีภาษาใช้ในการอยู่รวม ร่วมล่า ลูกตาที่อยู่ข้างหน้า(อันเป็นลักษณะของผู้ล่า) และ นิ้วโป้งที่พับขวางตั้งฉากกับนิ้วที่เหลือ อันทำให้มนุษย์สามารถหยิบจับดัดแปลงสิ่งแวดล้อมมาเป็นประโยชน์ในการ อยู่รอด และ สืบพันธุ์
Social Distance Starvation
มนุษย์กินสังคมเป็นอาหารด้วยเหมือนกัน
ด้วยลักษณะดังกล่าวทำให้มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ “จำเป็น” ต้องพึ่งพิง และ เชื่อมโยง กับมนุษย์อื่นๆ เพื่อที่จะ “อยู่รอด และ สืบพันธุ์”
มนุษย์ไม่ได้อยู่รอดแค่อาหารทางกาย และ อากาศ
นั่นทำให้การลงโทษทางจิตวิทยา ได้ผลในการบีบคั้นเอาบางอย่างออกจากมนุษย์ได้ ไล่ไปตั้งแต่การ time out ในเด็กๆ การกีดกันไม่ให้เข้าพวกในวัยรุ่น การขับออกจากกลุ่มสื่อสังคม ไปจนถึงการขังเดี่ยวของนักโทษ
Social Distance
การเว้นระยะทางสังคมจึงเสมือนกับบังคับให้มนุษย์กินอาหารจำกัด (แม้จะไม่ถึงขั้นให้อดอาหารอย่าง social cut off) นั่นจึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ “หิว” สังคม เกิดขึ้นหลังจากใช้มาตราการเว้นระยะทางสังคมไปได้ระยะหนึ่ง
เช่นเดียวกับความสามารถในจำกัดอาหาร … บางคนก็สามารถจำกัดได้เป็นเวลาไม่นานก็ออกอาการหิว ดิ้นพราดๆ ต้องการอาหารมากขึ้นในระดับเดิม บางคนก็จำกัดได้นานหน่อยกว่าจะออกอาการ
-------------------------------------------------------
ไม่พลาด ข่าวสาร บทความ ความรู้ ประกาศตำแหน่งงานว่าง และ อื่นๆ
กรอก ชื่อ และ อีเมล์ ในแบบฟอร์มข้างล่าง จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ ... อ้อ ... อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น
มนุษย์บางคนก็สามารถที่จะอยู่กับตัวเอง หรือ พึ่งพิง ความสัมพันธ์ทางสังคม ได้นานกว่ามนุษย์บางคน แต่ในที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะอยู่กับตัวเองโดยไม่พึ่งพิงสังคมได้นานแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องการการพึ่งพิงทางสังคมอยู่ดี
อย่าลืมว่า พฤติกรรมของมนุษย์เราในวันนี้ คือ ผลจากวิวัฒนาการในอดีตแสนๆปีมาแล้ว
Caveman Principle กับ Social Distancing
introvert
คำนี้กำลังฮิตในยุคที่การเว้นระยะทางสังคมกำลังเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อต่อสู้กับโควิด 19
“ฉันเป็นคน introvert นะ” เหมือนกับจะบอกว่าฉันเป็นคน self dependent ฉันพึงพาตัวเองได้นะ (ทั้งทางการเงิน ทางสังคม บลาๆ คือ อยู่คนเดียวก็ได้นิ)
ดูเท่ห์ดีนิ …
แต่ถ้าไปดูความหมายทางภาษาจริงๆ คำนี้แปลว่า … คนที่ชอบคิดแต่เรื่องของตัวเอง, ที่สนใจแต่เรื่องของตัวเอง คนเห็นแก่ตัว บุคคลที่มีลักษณะเก็บตัว
แต่ก็นะ คนไทยเราเอาภาษาอื่นๆมาใช้ในความหมายพิเศษที่ไม่เหมือนภาษาตำรับอยู่บ่อยๆ introvert ไม่ใช่คำแรก และ ไม่ใช้คำสุดท้ายแน่นอน Thailand only 🙂
กลับมาเรื่องการหิวกระหายความสัมพันธ์ทางสังคม
มนุษย์บางคนก็สามารถที่จะอยู่กับตัวเอง หรือ พึ่งพิง ความสัมพันธ์ทางสังคม ได้นานกว่ามนุษย์บางคน
ชนชาติ เผ่าพันธุ์ นิสัย ค่านิยม ความเชื่อ แนวคิด และ การปครอง ก็มีส่วนชี้นำ หรือ บ่งบอกความสามารถที่จะอยู่กับตัวเอง หรือ พึ่งพิง ความสัมพันธ์ทางสังคมได้เช่นกัน

ข่าวแบบนี้จึงมีให้เห็นอยู่เนืองๆจากหลายๆกลุ่มชน

นับแต่นี้เราก็จะเห็นข่าวแบบนี้ ปรากฏการณ์แบบนี้มากขึ้นๆและมากขึ้น ความหิวทางกายไม่เข้าใครออกใคร ความหิวสังคม ก็ไม่ต่างกัน …
ความหิวสังคม ทำให้เรากินสังคม แต่การที่เรากินสังคม มันทำให้มนุษย์คนอื่นๆในสังคมเดือดร้อนโดยโควิด 19
คำถามคือ เราจะยอมเสียสละได้แค่ไหน เพื่อสันติ และ ความเป็นระเบียบของสังคม

การจำกัดสังคมอาจจะเป็นความปกติใหม่หลังโควิด 19
ผมกำลังจะบอกว่า ตราบใดที่มนุษย์ชาติยังไม่มีภูมิคุ้มกันโควิด 19 (ไม่ว่าจะโดยธรรมชาติ herd immunity หรือ วัคซีน) เราอาจจะต้องอยู่กันไปอย่าง “จำกัด” สังคม หรือ ไม่ก็เปลี่ยนนิยาม การสื่อสารทางสังคม
ซึ่งก็ไม่แปลกนะ ถ้าจะว่าไป ภัยธรรมชาติ (โรคระบาดก็เป็นหนึ่งในนั้น) ได้ “ตบแต่ง” วัฒนธรรม ประเพณี พฤติกรรม ของมนุษย์ มาหลายต่อหลายครั้ง จนหลายๆ วัฒนธรรม ประเพณี พฤติกรรม ของมนุษย์ ของเราทุกวันนี้ เราลืมไปแล้วว่า เกิดจาก ภัยธรรมชาติ
ตัวอย่างง่ายๆ เผ่าพันธุ์ที่อยู่บริเวณที่เกิดภัยธรรมชาติเป็นประจำเป็นร้อยๆพันๆปี จะมีนิสัยที่ “พร้อม” เสมอ มองโลกในแง่ “ภัย” มากกว่าจะ “วางใจ” เมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์ที่อยู่บริเวณที่นานๆเกิดภัยธรรมชาติสักที และ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว … ไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนผิดหรือถูก
การเกิดขึ้นของโรคเอดส์ก็เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และ ค่านิยม ของสังคมเช่นกัน
การอุบัติของไวรัสโคโรน่า (ถ้ายังไม่มีภูมิ) พฤติกรรมการทักทายแบบถึงเนื้อถึงตัวก็อาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาล อาจจะเป็น 1 ในหลายๆพฤติกรรมของมนุษย์เราต้องเปลี่ยนไป
การจำกัดทางสังคม นิยามการสื่อสารทางสังคม การบริโภคสังคมแต่น้อย (ผ่านคำหรูๆว่าการเว้นระยะทางสังคม) อาจจะเป็นมาตราฐานใหม่ของการอยู่รอดได้เช่นกัน
เมื่อเราจำเป็นต้องบริโภคสังคมแต่น้อยๆไปนานๆ ตามหลักวิวัฒนาการของ ชาร์ล ดาร์วิน มนุษย์ที่ปรับตัวให้บริโภคสังคมน้อยๆไม่ได้ ก็ไม่สามารถอยู่รอด และ สืบพันธุ์ เผ่าพันธุ์ใหม่ รุ่นต่อไปของมนุษย์ก็จะเป็นเผ่าพันธุ์ที่บริโภคสังคมน้อยลงกว่าเผ่าพันธุ์รุ่นก่อนหน้า
นั่นหมายความว่า เมื่อถึงเผ่าพันธุ์รุ่นหนึ่งในอนาคต พวกเขาก็จะไม่หิวสังคมอีกต่อไป ความหิวมันหายไป มนุษย์เราวิเศษที่สุดก็ตรงนี้ เผ่าพันธุ์เราปรับตัวได้เสมอ 🙂
สรุปว่า …
การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ อย่าไปยึดติดความเคยชิน มาตราฐานปฏิบัติเดิมๆ ใช้ชีวิตอย่างที่ชีวิตมันเป็นจริงๆ ไม่ใช่อย่างที่เราอยากให้เป็น อย่าไปหิวสังคม บริโภคสังคมให้มากนัก โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า เราทุกคนสามารถบริโภคสังคมน้อยลง 25% ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข 🙂
เลือกให้ใครตาย ใครรอด ใช้มาตราฐานหลักการอะไร โควิด และ อื่นๆ
เลือกให้ใครตาย ใครรอด ใช้มาตราฐานหลักการอะไร โควิด และ อื่นๆ
ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ
(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)
https://raka.is/r/qlzXR |
https://raka.is/r/gP7GV |
https://raka.is/r/qlzXR
https://raka.is/r/gP7GV