ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ

(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)

https://raka.is/r/qlzXR https://raka.is/r/gP7GV

Powerpoint Warriors นักรบเพาเวอร์พ้อยท์ บริษัทเราเป็นแบบนี้ไหม

Powerpoint Warriors นักรบเพาเวอร์พ้อยท์ – ได้บทความนี้ในไลน์กลุ่ม อ่านแล้วก็ อืม … น่าคิด และ โดนใจอย่างแรง ก็เลยอยากเอามาแบ่งปันกัน

ทุกครั้งที่ผมอ่านข่าวหรือบทความ ผมมักจะพยายามสาวไปให้ลึกที่สุดว่า ผู้เขียนเป็นใคร เขียนไว้ตอนปีไหน และตอนนั้นผู้เขียนทำงานอะไร ดำรงตำแหน่งอะไร สถานะเป็นอย่างไร เพราะจะทำให้ผมเข้าใจบริบทที่มา และ ความหมาย (หรือความโน้มเอียง) ของบทความหรือเรื่องราวนั้นๆที่ผู้เขียนนำเสนอ

ผมลองพึ่งบริการอากู๋ พบข้อมูลตามนี้ครับ

Powerpoint Warriors

เขียนไว้ตั้งแต่ปี 2014 ก็ 5 ปีมาแล้ว แต่แหม … ทุกวันนี้มันก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่นะ 555 🙂

ถ้าจะซื้อของใน shopee อยู่แล้ว เข้าทางนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯ ถือว่าช่วยผมจ่ายค่าเช่า host server ไม่ใช่คลิ๊กดูดเงินแน่นอนครับ ไม่ต้องกังวล

ปกติผมจะชวนคุยก่อนให้ไปอ่านข่าวหรือบทความ แต่คราวนี้จะขอทำกลับกัน อยากให้พวกเราอ่านบทความก่อน แล้วจะชวนคุย

ที่มา … http://www.108acc.com/articles/42205319/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B9%8C.html

Powerpoint Warriors

นักรบเพาเวอร์พ้อยท์ 
ธนา เธียรอัจฉริยะ…..

ฝากขายที่หน่อย ค่าคอมฯ 3%

ขาย/ให้เช่า ที่ดิน 81 ตรว. มีน้ำ มีไฟ มีทะเบียนบ้าน มีโฉนด มีรั้วชั่วคราว ถมแล้ว ใกล้ตลาดพลูทรัพย์ ปทุม หน้ากว้าง 15 ม. ยาว 21 ม. (โดยประมาณ) ราคาโทรฯมาคุยกันครับ

แผนที่ รูปภาพ และ รายละเอียด ตามลิงค์นี้ครเบ
https://nongferndaddy.com/land-sales-81-wa-prathumthani/

เมื่อ่ไม่นานมานี้ ผมนั่งคุยกับกลุ่มผู้บริหารระดับกลางของบริษัทหนึ่ง บริษัทนี้เคยมีชื่อเสียงโด่งดังทางการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆในอดีต แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาการขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างน่าตกใจ ไอเดียที่เคยออกมาสู่ตลาดอยู่ตลอดเวลากลับเหือดหาย แทบไม่มีของใหม่ๆเลยในรอบสองสามปีที่ผ่านมา

สิ่งที่เปลี่ยนไปในหลายปีที่ผ่านมาเกิดจากความที่บริษัทเติบโตแข็งแรง ก็เริ่มมีสตางค์ในการจ้าง consultant ฝรั่ง และนักวิเคราะห์เก่งๆ มาช่วยวางระบบ ช่วยกำหนดยุทธศาสตร์มากขึ้น และด้วยความ “เก่ง” ในการวิเคราะห์เจาะลึก การนำเสนอของนักวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือ มีหลักการ หลายๆคนผ่านงานบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกมาด้วย ตำแหน่งสำคัญๆ หรือการตัดสินใจหลายอย่างก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการที่เป็นระบบระเบียบ มีการวิเคราะห์อย่างรอบคอบทุกด้านก่อนจะตัดสินใจทำอะไร

ฟังดูก็ดูเหมือนจะดีในมุมหนึ่งที่บริษัทควรจะมีหลักการ มีกระบวนการ มีคนฉลาดๆระดับโลกมาวางกลยุทธ์และแผน แต่ในความเป็นจริงเหมือนกับทุกเรื่องในโลกนี้ ก็คือเรื่องของความพอดี (optimum) ในการใช้ทักษะของ consultant บริษัทที่ผมว่านี้ในตอนหลัง ผู้ที่มีอำนาจจะถูกแวดล้อมด้วยที่ปรึกษาที่ให้ความเห็นต่างๆนานา และไปถึงตั้ง consultant เก่งๆเป็นผู้บริหารในตำแหน่งหลักๆด้วย

ผมไปนั่งคุยกับทีมงานขายที่เคยเก่งกาจในอดีต เดิมเป็นทีมงานขนาดใหญ่ที่มีพลังในการทำงานสูงมาก เป็นเหมือนกระดูกสันหลังของบริษัท แต่ปัจจุบัน กลายเป็นทีมงานที่เล็กลงเยอะ ไฟในการทำงานมอดลงเกือบหมด

วันที่ผมไปคุยกับเขา เขากำลังเตรียมทำ powerpoint วุ่นวายอยู่ เพื่อชี้แจงกลยุทธ์ ตัวเลขสนับสนุนและแนวทางในการทำงาน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ของอาทิตย์นั่งทำแต่สไลด์ เพราะอีกอาทิตย์นึงต้องเข้าชี้แจงผู้บริหารพร้อมกับคณะที่ปรึกษาและนักวิเคราะห์ของบริษัท หน้าตาของทีมเหนื่อยและล้าอย่างบอกไม่ถูก เหมือนจับปลามาเดินบนบกอย่างไรอย่างนั้น

เขาแซวตัวเองขำๆว่าเดิมเป็นนักรบข้างถนน (street warrior) ลุยร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ทำสิ่งที่ตัวเองถนัด คือขาย ขายและขาย ปัจจุบันนั่งทำแต่ powerpoint ที่ตัวเองเกลียดเพื่อที่จะอธิบายให้คณะท่านผู้บริหารและที่ปรึกษาเข้าใจในภาษา consult

ถ้าอธิบายไม่ดีหรือฟังไม่ขึ้นก็จะถูกลดคนหรือถูกดุด่าว่ากล่าว หรือไม่ให้ทำในสิ่งที่เสนอ ยิ่งทำยิ่งหมดกำลังใจเพราะทำไปก็จะโดนอัดตลอด เขาไม่ถนัดที่จะรบในสนามแบบนี้ ผมยังเรียกเขาขำๆว่าเป็นนักรบเพาเวอร์พอยท์ (powerpoint warrior ) ไปซะแล้ว

และผมก็ค้นพบว่า ฝ่ายอื่นๆก็บริษัทก็เช่นกันที่ต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับฝ่ายขาย วันๆก็เตรียม powerpoint เพื่อไปต่อสู้กับ consultant ระดับโลก นักวิเคราะห์ขั้นเทพ โดยแทบไม่ได้ทำงานที่ตัวเองถนัด และตัวเองก็ไม่ถนัดในการวิเคราะห์ในฟอร์แมทของ consultant ผมคิดว่าหลักการนี้เป็นสาเหตุหลักของการหดหายไปของนวัตกรรมของบริษัทที่ครั้งหนึ่งเคยถูกผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง

หลักคิดนี้อาจจะเกิดความเก่งของ consultant ที่มองโลกสมบูรณ์แบบไปหมด วิธีการตัดสินใจจึงอยู่บนสมมติฐานว่าทุกคนผิดจนกว่าจะพิสูจน์ว่าถูก (guilty until proven innocent) ทุกคนต้องมาอธิบาย แผนงานของหน่วยงานของตัวเองให้ได้ ไม่งั้นก็จะถูกทำโทษ ลดคน หรือไม่อนุมัติให้ทำ

ทั้งบริษัทก็เลยหันหัวจากการมุ่งคิดค้นอะไรใหม่ๆเพื่อภายนอกเป็นการถกเถียงกันภายในห้องประชุมเป็นส่วนใหญ่ นานๆเข้า พวกคนทำงานก็จะรู้สึกท้อถอย ไม่คิดไม่อยากนำเสนออะไรใหม่ๆ เพราะจะทำอะไรทีต้องเตรียม powerpoint เป็นอาทิตย์ ต้องพูดภาษาที่ตัวเองไม่ถนัด มีแต่ commentator เต็มบริษัท พยายามมากก็ผิดมาก ไม่ทำเลยดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ในทางตรงกันข้าม บริษัทที่มีนวัตกรรมออกมาอย่างต่อเนื่อง มักจะสนับสนุนให้พนักงานหรือฝ่ายต่างๆได้ทดลองทำอะไรที่อาจจะผิดพลาดได้บ้าง เพราะความผิดพลาด ล้มเหลวแล้วเรียนรู้นั้นเป็นรากฐานที่แท้จริงของการสร้างนวัตกรรมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

ไม่พลาด ข่าวสาร บทความ ความรู้ ประกาศตำแหน่งงานว่าง และ อื่นๆ

กรอก ชื่อ และ อีเมล์ ในแบบฟอร์มข้างล่าง จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ ... อ้อ ... อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น

จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ … อ้อ … อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น แล้วอย่าลืม mark as not junk or spam ด้วยนะครับ เวลาส่งเตือนคราวหน้า จะได้ไปอยู่ใน in box :)

ไม่ว่าจะเป็นบริษัทอย่าง google ที่ให้พนักงานเอาเวลา 20% ไปทำอะไรประหลาดๆได้ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือโครงการ 20% นั้นทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของ google ถึง 50% ในที่สุด หรือบริษัทสุดยอดนวัตกรรมอย่าง 3M ที่มีผลิตภัณฑ์ระดับสุดยอดที่เกิดจากความล้มเหลวหลายๆครั้งจนเป็นตำนานทั้งสิ้น

บรรยากาศของการที่ทำผิดพลาดได้ และเมื่อผิดพลาดก็เรียนรู้ให้ไวและปรับปรุงใหม่ เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญมากของการสร้างนวัตกรรม

ช่วงหนึ่งที่ผมเคยทำงานร่วมกับคุณซิกเว่ เบรกเก้ที่ดีแทค (ปัจจุบันเป็นซีอีโอของเทเลนอร์) เป็นช่วงที่ไอเดียออกมามากมาย ส่วนหนึ่งก็เกิดจากคุณซิกเว่สนับสนุนให้เกิดบรรยากาศแห่งการทำผิดได้ให้เกิดขึ้น

คุณซิกเว่ทำถึงขนาดเขียนความผิดพลาดของตัวเองส่งให้พนักงานอยู่บ่อยๆและให้ผู้บริหารระดับสูงเขียนเรื่องราวที่ตัวเองเคยตัดสินใจผิด ส่งออกทั่วบริษัท ทำให้พนักงานที่ได้อ่านรู้สึกถึงนโยบายที่ชัดเจนในการกล้าที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ ไอเดียก็เลยบรรเจิดทั่วบริษัท

ผมเลยคิดกลับหัวง่ายๆของผมว่า ถ้าหากจะให้คนในบริษัทเริ่มอยากจะคิดไอเดียอะไรใหม่ๆขึ้นมาอีก เราควรใช้สมมติฐานที่ต่างออกไปจากวิธีการมองว่าทุกคนผิดหมด ไม่ดีหมด ไม่ให้ทำอะไรทั้งนั้น จนกว่าจะสามารถเขียนแผนที่สมบูรณ์ที่สุดที่ไร้ซึ่งจุดอ่อนและเป็นที่น่าพอใจของ consultant มาเป็นการให้โอกาสลองผิดลองถูก และเปลี่ยนจากกระบวนการตรวจสอบแบบเข้มข้นก่อนให้ทำ ( preaudit ) เป็นกระบวนการวัดผลหลังจากทำแล้ว (postaudit) ให้มากขึ้น

หรือเปลี่ยนวิธีการ “จับผิด” มา “จับถูก” บ้างก็ได้ ผมเคยได้ยินเรื่องราวของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เคยให้อำนาจและบังคับเวลาของผู้จัดการให้มีตารางในการเดินแปะสติ๊กเกอร์ชมลูกน้องและมีรางวัลให้ถ้าพนักงานทำดีดูแลลูกค้าดี แล้วมาแลกเป็นรางวัลได้ ก็เป็นการจับถูกที่สนับสนุนให้คนทำดีเป็น positive reinforcement อย่างต่อเนื่อง ก็เป็นวิธีที่น่าฉุกคิดอยู่เหมือนกัน

ฟังดูไม่ใช่เรื่องยาก แต่หลายบริษัทที่ผมเคยเจอก็ตกอยู่ในกับดักนี้ ใช้เวลามากมายไปกับการสร้างระบบตรวจสอบ วิธีการนำเสนอข้อมูลวิเคราะห์ เพิ่มขั้นตอน เพิ่มคนฉลาดๆมาช่วยคัดกรอง จนมีแต่คนให้ความเห็น วิเคราะห์โน่นนี่เต็มไปหมด แต่คนทำน้อยลงทุกทีทั้งจำนวนและขวัญกำลังใจ

เราควรมาเพิ่มจำนวนนักรบข้างถนน ควรอยู่ในสมรภูมิการแข่งขันจริงๆให้มากขึ้น สัมผัสลูกค้าตัวเป็นๆให้เยอะขึ้น และลดการรบกันบนพาวเวอร์พอยท์ในบริษัทลงบ้าง ถ้ายังอยากให้มีนวัตกรรมอะไรใหม่ๆบ้าง

สิงโตเขาใหญ่เอามาขังไว้เขาดินให้คนมาดูเล่น ไม่นานก็หงอย ปล่อยสิงโตออกไปล่าสัตว์น่าจะมีประโยชน์ต่อบริษัทและถนัดกว่ามาเดินพล่านอยู่ในกรงนะครับ

: ธนา เธียรอัจฉริยะ
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๒

(ย่อหน้าสีน้ำเงินนั้น เข้าใจว่าผู้เขียนมาเพิ่มในปีนี้ เพราะในเวอร์ชั่นปี 2014 ไม่มีย่อหน้านี้)

ชวนคุยกันต่อ

ลองหันกลับมามองบริบทของบริษัทที่พวกเราทำงานอยู่ซิครับว่าเป็นแบบนี้ไหม หรือ ตัวเราเองทำให้ลูกน้องเราต้องแปรสภาพเป็น นักรบเพาเวอร์พ้อยท์ หรือไม่ หรือ ตอนนี้ตัวเราเองกำลังเป็นอยู่เสียเอง 555 🙂

Guilty until proven innocent

ทุกคนผิดจนกว่าจะพิสูจน์ว่าถูก

ผมชอบที่คุณธนาเปรียบเทียบแนวคิดของ consultant แบบนี้จัง เพราะผมคิดไว้นานแล้วว่าเป็นทำนองนี้ แต่ผมหาคำพูดเด็ดๆกระชับๆมาใส่ความคิดความรู้สึกผมไม่ได้ จนมาเจอประโยคนี้ของคุณธนา

วิธีคิดแบบนี้ ตรงข้ามกับระบบยุติธรรมบ้านเรา ที่เป็นระบบกล่าวหาซึ่งอยู่บนหลักการที่ว่า ทุกคนถูกหมดจนกว่าจะพิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัยว่าผิด นั่นคือเหตุผลที่ ถ้าตำรวจ อัยการ ไม่สามารถหาหลักฐานได้หนาแน่นพอ ศาล (หรือลูกขุน) จะตัดสินให้ผู้ต้องหาพ้นจากข้อกล่าวหา

ในกรณีของ consultant ที่เดินอาดๆมาด้วยเงินของบ.นี่แหละ แล้วตั้งข้อกล่าวหาคนในบ. โดยบอกว่า ไม่ถูกนะ ผิดจากที่ควรจะเป็น(จากที่ท่าน consultant เห็นมา) ดังนั้น จงมาพิสูจน์ให้ฉันเห็นซิว่า ที่ฉันสงสัยนั้นผิด (คือพนักงานถูก) 555 🙂

Consultant มาจากไหน

ในการทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะงานบ.อะไร จะมีคนกลุ่มใหญ่ๆอยู่ 2 กลุ่ม ที่เป็นกระดูกสันหลังของบ.

กลุ่มแรก คือ กลุ่มแรกคือผู้ปฏิบัติงาน กลุ่มที่สองคือผู้บริหาร โดยธรรมชาติ ผู้บริหารก็จะโตมาจากผู้ปฏิบัติงานนี่แหละ

เรามักจะพูดกันแบบหยิกแกมหยอกว่า อาชีพ consultant กับ trainer นี่ก็มาจากคนสองกลุ่มนี้แหละ ที่ไม่สำมารถทำงานปฏิบัติการได้ และ ก็บริหารไม่เป็น

พูดง่ายๆคือ ให้ลงมือทำงานจริงๆก็ทำไม่ได้ ให้บริหารงานคนอื่นก็ไม่ได้อีก งั้นไปเป็น trainer (ผู้ฝึกอบรม) หรือ ไม่ก็ไปเรียนต่อบวกกับใช้พื้นฐานผู้ปฏิบัติการในสาขางานนั้นๆแล้วผันตัวเป็นคนให้คำแนะนำชาวบ้านซะ

จำเป็นต้องมี consultant ไหม

ทุกงานมีคุณค่าหมดนั่นแหละครับ คนเราทำงานซ้ำๆเดิมๆ ติดกรอบเดิมๆ เป็นการดีที่มีคนนอก(ที่เคยอยู่ในวงการเดียวกับเราเคยพูดจาภาษาเดียวกันที่ไปเห็นอะไรใหม่ๆ) มาสะกิดให้ฉุกคิด ให้เปลี่ยนแปลง

แต่ที่สำคัญกว่าคือ การใช้งาน consultant ให้มีประสิทธิผลต่างหาก

consultant ไม่ใช่เทวดาที่เดินเข้ามา เกณฑ์ผู้จัดการแผนกต่างๆให้บรรยายสรุปให้ฟัง สุมหัวประชุมแล้วเปิดประตูห้องประชุมมาพร้อมกับ “ทางแก้ปัญหา”

พวกเราเองต่างหากที่ต้องเปิดใจรับฟังและกรองคำแนะนำอย่างมีสติ ฉลาดพอที่จะรู้ว่า consultant คนไหน เจ้าไหน ทีมไหน ตัวจริง รู้จริง ทีมไหน เจ้าไหน แค่เอา powerpoint พวกเรามาตกแต่ง ยำๆ ทำออกมาใหม่ ใส่ศัพท์โก้หรูที่ความหมายเดิมๆ ใส่ format ขลังๆ เสนอให้ผู้บริหารระดับสูง พร้อมใบแจ้งหนี้ (invoice) เก็บตังค์ แล้วจากไป

นั่นทำให้ผมนึกถึงกรณีศึกษาสมัยที่ผมเรียนป.โทจากสถาบันแห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

อ.เล่าให้ฟังว่ามีบ.ใหญ่โตบ.หนึ่งของไทยในตลาดหลักทรัพย์นี่แหละ จ้า่งที่ปรึกษามาเพื่อหาคุณค่า(หรือค่านิยม)ขององค์กร (Corporate value) แค่ฟังพวกเราก็ขำๆเล็กๆแล้วว่ามันแปลก ที่องค์กรตัวเองอยากจะให้คนในองค์กรมีชื่นชมหรือมีคุณค่ามีค่านิยมอย่างไร ก็ไม่รู้ ไม่สามารถตอบตัวเองได้ ต้องจ่ายตังค์ให้คนอื่นมาบอกมาค้นหาให้

แต่ก็มีอีกแง่หนึ่งเหมือนกัน ว่าองค์กรอาจจะอยากได้ค่านิยมที่คนในองค์กรมีแล้วเป็นแล้วสร้างขึ้นได้แล้วจะสามารถแข่งขันได้ในระยะยาวอย่างยั่งยื่น ถ้าคิดกันเองภายในอาจจะไม่ถ้วนถี่ครอบคลุมรอบด้าน จ้างมาดีกว่า … โอเคแหละ คิดแบบนี้ก็ได้ มีเหตุมีผลอยู่

บ.นั้นหมดเงินไปหลายล้านบาท … ก็ได้ค่านิยมหรือคุณค่าขององค์กรจากที่ปรึกษาออกมาชุดหนึ่ง

ปกติ คุณค่า หรือ ค่านิยมนี้ มักจะสั้นกระชับ ได้ใจความ จดจำง่าย จับต้องได้ ทำได้จริง เช่น คำขวัญ (ก็คือคุณค่าค่านิยม) ของโรงเรียนนี่แหละ ผมลองกูเกิลดู สัก 3 ตัวอย่าง

เลิศคุณธรรม ล้ำปัญญา พัฒนาชุมชน / ศึกษาดี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม / รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ศึกษา

แม้กระทั่ง ศีลพื้นฐานยังมีแค่ 5 ข้อ กิจกรรมก็มี 5 ส. รณรงค์กำจัดยุงลาย ก็มี 3 เก็บ กำจัดไข้เลือดออกก็มี 3 ป. (ไปกูเกิลดู) แบบว่า คนจบป.4 ก็รู้ จำ และ ทำได้ โดยไม่ต้องสอนมากมาย

ที่ปรึกษารายนั้นทำการศึกษาองค์กรและอุตสาหกรรมของบ.ลูกค้ารายนี้แล้วให้ลิสต์ค่านิยมองค์กรที่ควรมีควรเป็น 8 หรือ 10 อย่างนี่แหละ 🙂 เรียกว่า เงิบไปเลยทั้งองค์กร เยอะเกิ้น มันทำให้เบลอ ไม่มุ่งเน้น (loss focus) คือ กวาดเอามันทุกอย่าง

ถ้าเป็นคำขวัญโรงเรียนคงจะอารมณ์ “เลิศคุณธรรม ล้ำปัญญา พัฒนาชุมชน อดทน ศึกษาดี มีวินัย ใส่ใจหน้าที่ ขยันหมั่นเพียร กตัญญูรู้คุณ” … เด็กท่องจบถึงกตัญญูรู้คุณ ลืมข้อต้นๆไปหมดเลย 🙂

ที่ขำต่อก็คือ ไม่รู้ว่ากลัวเสียหน้าหรืออย่างไร บ.นั้นก็เอา 8 หรือ 10 อย่างนั้นมาลงมือรณรงค์ ทุ่มเงินและทรัพยากรอีกมากมาย ทั้งฝึกอบรม โปสเตอร์ ค่าย แคมป์ เกมส์ชิงรางวัล ฯลฯ หมดไปอีกหลายล้าน (องค์กรใหญ่) ถึงขนาดนั้น ผ่านไปปีสองปี องค์กรที่มีคนระดับหัวกระทิของประเทศเต็มองค์กร ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง เรียงผิดเรียงถูก แถมบางข้อก็ตีความไม่เหมือนกัน (แบบว่า abstract)

อ.ที่สอนผมเล่าต่อไปว่า หลังจากนั้น 2 ปี องค์กรนั้นเปลี่ยนค่านิยมใหม่เหลือแค่ 3 อย่างเน้นๆ มาจนทุกวันนี้ (ทุกวันนี้คือปีที่อ.สอนผม ปีต้มยำกุ้ง) ผมก็ไม่ทราบว่าตอนนี้บ.นั้นยังใช้ค่านิยมองค์กรนั้นอยู่หรือไม่)

ก็เป็นตัวอย่างชีวิตจริงแบบขำๆของการจ้างที่ปรึกษาที่ไม่มีคุณภาพมาทำงาน และ ที่ร้ายยิ่งกว่าคือ เมื่อได้ผลงานที่(น่าจะรู้ว่า)ไม่มีคุณภาพ ก็ยังเอางานนั้นมาใช้ …

ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ

(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)

https://raka.is/r/qlzXR https://raka.is/r/gP7GV

--- มีคำถามเพิ่มเติม พูดคุย เม้าส์มอย ไปต่อกันได้ที่กระดานสนทนา (webboard) นะครับ

คลิ๊กเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

The Sweet Girl

ของมือสองของเฟิร์นค่ะ มีหลายชิ้นเลย ราคาดีสุดๆ (คลิ๊กที่รูปนะคะ ลิงค์จะพาไปที่ร้านค่ะ)

Fern shop

--------- คลิ๊ก - The Sweet Girl ----------