ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ

(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)

https://raka.is/r/qlzXR https://raka.is/r/gP7GV

ตรวจสอบย้อนหลัง 90 วัน ไม่พบน้ำมันดิบรั่วไหลจากแหล่งผลิตอ่าวไทย

ตรวจสอบย้อนหลัง 90 วัน ไม่พบน้ำมันดิบรั่วไหลจากแหล่งผลิตอ่าวไทย – จริงๆก็ไม่เกี่ยวกับเราชาวขุดเจาะ upstream เท่าไร แต่พอดีเห็นคำๆนึงที่พวกเราในวงการฯควรจะรู้ไว้ ไม่ต้องรู้ลึกก็ได้ เอาว่า พอรู้บ้าง จะได้ไปคุยกับใครเขารู้เรื่อง

#ข่าวเดียวกันอ่านที่นี่ได้มากกว่าข่าว

คำที่ว่าคือ ลายนิ้วมือน้ำมันดิบ (ฟังจั๊กจี้เนอะ มันแปลมาจาก crude oil finger print) ถ้าจะกูเกิล แนะนำให้ใช้คำว่า hydrocarbon finger print analysis หรือ petroleum finger print analysis นะครับ

ข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ มันคืออะไร เอาไปทำอะไรได้ และ จะหามันได้ไง

คืองี้ครับ น้ำมันดิบจากแต่ล่ะแหล่งเนี้ย ไม่เหมือนกัน ต่อให้ดูลักษณะทางกายภาพ (สี กลิ่น รส ความถ่วงจำเพาะ จุดเผาไหม้ ฯลฯ) อาจจะเหมือนกันมาก  แต่เราสามารถพิสูจน์ทราบได้ โดยใช้เทคนิคทางฟิสิกส์ เคมี ว่ามันมาจากคนล่ะแหล่ง คนล่ะที่ เหมือนพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ยังไงอย่างนั้น

ถ้าจะซื้อของใน shopee อยู่แล้ว เข้าทางนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯ ถือว่าช่วยผมจ่ายค่าเช่า host server ไม่ใช่คลิ๊กดูดเงินแน่นอนครับ ไม่ต้องกังวล

วิธีที่เราหาลายนิ้วมือ (finger print) ไฮโดรคาร์บอนนี้ เราทำได้ 3 วิธี ใหญ่ๆ คือ

  • โครมาโตกราฟฟี่
  • ส่องสเป็กตรัม (spectrum analysis)
  • วิเคราะห์ทางรังสี

โครมาโตกราฟฟี่ นั้นก็ง่ายๆ เหมือนที่เราเรียนตอนมัธยม คือ ให้มันซึมผ่านตัวดูดซับอะไรสักอย่าง องค์ประกอบของไฮโดรคาร์บอนต่างๆมันมีความสามารถในการซึมผ่านต่างกัน เดี๋ยวมันก็แยกออกมาให้เห็นเอง ทั้งชนิดว่ามีอะไรบ้าง และ ปริมาณว่ามีอย่างล่ะกี่ % อ่านต่อ … โครมาโทกราฟี (อังกฤษ: chromatography)

ส่องส่องสเป๊กตรัม (spectrum analysis) นั้นเราก็เอาตัวอย่างไฮโดรคาร์บอนไปเผา แล้วส่องดูว่าแสงที่ได้จากการเผานั้นประกอบไปด้วยคลื่นความถี่อะไรบ้าง เพราะองค์ประกอบแต่ล่ะอย่างของไฮโดรคาร์บอนเวลาโดนเผาแล้วจะให้คลื่นแสงความถี่เฉพาะออกมา เหมือนเราเอาปริซึมไปแยกแสงอาทิตย์ออกมาได้สีรุ่ง อะไรทำนองนั้น

เราก็จะรู้ได้ว่าไฮโดรคาร์บอนนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง ทั้งชนิดว่ามีอะไรบ้าง และ ปริมาณว่ามีอย่างล่ะกี่ %

-------------------------------------------------------

ไม่พลาด ข่าวสาร บทความ ความรู้ ประกาศตำแหน่งงานว่าง และ อื่นๆ

กรอก ชื่อ และ อีเมล์ ในแบบฟอร์มข้างล่าง จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ ... อ้อ ... อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น

จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ … อ้อ … อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น แล้วอย่าลืม mark as not junk or spam ด้วยนะครับ เวลาส่งเตือนคราวหน้า จะได้ไปอยู่ใน in box :)

(หลักการเดียวกับที่นักดาราศาสตร์ใช้กล้องส่องดาวต่างๆแล้วบอกได้ว่า ดาวดวงนั้นประกอบไปด้วยธาตุหรือสารประกอบอะไรบ้าง)

วิเคราะห์ทางรังสี 

เราเอาสารพัดรังสี เช่น x-ray, gamma ray ฯลฯ  ฉายลงไปที่ตัวอย่างไฮโดรคาร์บอน แล้ววัดคลื่นความถี่ที่สะท้อนออกมา เราใช้หลักการที่ว่าแต่ล่ะองค์ประกอบสะท้อนรังสีต่างๆ ได้ดีไม่เท่ากัน เมื่อเราวัดคลื่นความถี่ที่สะท้อนออกมาได้ เราก็จะรู้ได้ว่าไฮโดรคาร์บอนนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และ ปริมาณว่ามีอย่างล่ะกี่ %

เอาคร่าวๆเท่านี้ อาจจะมีมากกว่านี้นะ แต่ความรู้ผมมีเท่านี้แหละ ถ้าใครรู้มากกว่านี้ มีตำรา มีลิงค์มาให้ก็ยินดีเติมความรู้ใส่สมองและจะมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไปนะครับ ส่งข้อมูลมาที่ nongferndady@hotmail.com นะครับ

รู้ไปทำไม

  1. หาต้นตอได้ว่าไฮโดรคาร์บอนนั้น รั่วมาจากไหน เรือลำไหน โรงงานไหน แหล่งผลิตไหน ฯลฯ จะได้ตามไปเฉ่งเจ้าของเรือ หรือ โรงงานได้ถูกลำถูกโรง
  2. หลังจากรั่วแล้วออกมาจากที่เก็บแล้ว ไฮโดรคาร์บอนปนเปื้อนอะไรมาบ้าง เช่น อุณหภูมิ การเจือปนสารเคมีอื่น การเจือจาง ฯลฯ อันนี้ก็อารมณ์คล้ายกับการสืบสาวไปดูเส้นทางที่มันรั่วออกมา คล้ายๆเดินย้อนทางกลับไปหาต้นตอน่ะครับ เช่น ถ้าเราเห็นว่ามีน้ำเกลือความเข้มประมาณนี้ปนมา เราก็รู้ได้ว่ามันต้องมาทางทะเลในย่านนี้ หรือ เราเจอสารเคมีบางอย่าง ซึ่งสารเคมีนี้มีแต่เฉพาะในโรงงานนี้ตรงนี้ แสดงว่า มันต้องไหลผ่านเส้นทางที่โรงงานนี้ตั้งอยู่มาแน่ๆ อะไรเงี้ย
  3. ในบางกรณีก็ใช้ในการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ทำมาจากไฮโดรคาร์บอนว่าเหมือนกันไหม (ประมาณว่าก๊อปสูตรลิขสิทธิ์กันมาหรือเปล่านั่นแหละ)
  4. วิเคราะห์ความเหมือนความต่างของไฮโดรคาร์บอนจากแหล่งใกล้ๆกัน อันนี้น่าจะมีประโยชน์ในการคำนวนค่าการไหล การซึมผ่าน (permeability) การผลิต ปิโตรเลียม เช่น ถ้าองค์ประกอบเหมือนกันมาก ก็น่าจะให้เทคนิคการผลิต เดียวกันได้
  5. ทำให้เราบอกได้ว่าไฮโดรคาร์บอนนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรเมื่อหลายล้านปีก่อน เช่น มันเกิดตรงนั้นอยู่ก่อนแล้ว ทะยอยไหลมาจากที่อื่น เกิดที่ก้นทะเลสาบ ก้นทะเล หรือ ในถ้ำหินปูน แล้วไหลมากองตรงที่ๆเราเจอ ฯลฯ เพราะวิธีที่มันเกิดขึ้นมา กับ การเดินทางของมัน จะฝากร่องรอยไว้ที่องค์ประกอบของมันนั่นแหละครับ

ที่มา … https://www.torkelsongeochemistry.com/hydrocarbonfingerprinting.html

เอาล่ะ พอหอมปากหอมคอพอ ไปอ่านข่าวกันได้แล้วครับ …

ตรวจสอบย้อนหลัง 90 วัน

ไม่พบน้ำมันดิบรั่วไหลจากแหล่งผลิตอ่าวไทย

ที่มา … https://dmf.go.th/public/list/data/detail/id/14610/menu/593/page/1

กรมเชื้อเพลิงฯ ตรวจสอบย้อนหลัง 90 วันยังไม่พบมีกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลจากแหล่งผลิตในอ่าวไทย

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ย้ำ ตรวจสอบย้อนหลัง 90 วัน ยังไม่พบมีกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลจากกระบวนการผลิตและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องจากแหล่งปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทย

โดยอยู่ระหว่างรอผลตรวจวิเคราะห์ ปรากฏการณ์ก้อนน้ำมัน (Tarball) ที่ชายหาดหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมสั่งกำชับดูแลอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ข้อมูลผลการวิเคราะห์ย้อนหลังตั้งแต่ปี2558-2562 ยังไม่พบ เคสคุณสมบัติของก้อนน้ำมันใด ที่ตรงกับน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตในอ่าวไทยเลย

ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีก้อนน้ำมัน หรือ Tar ball เกิดขึ้นบริเวณชายหาดหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมานั้น ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ได้ตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทผู้รับสัมปทานทุกรายที่มีการดำเนินงานในอ่าวไทยทันทีโดยตรวจสอบย้อนหลังไป 90 วัน พบว่าไม่มีการรั่วไหลของน้ำมันดิบจากกระบวนการผลิตและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มีความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นแก่ทุกภาคส่วน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ประสานพลังงานจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างก้อนน้ำมัน เพื่อส่งไปวิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์คุณสมบัติเปรียบเทียบกับน้ำมันดิบในอ่าวไทย ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการวิเคราะห์ผล คาดว่าจะทราบผลในอีกประมาณ 1-2 เดือน

“สำหรับปรากฏการณ์ก้อนน้ำมัน จะเกิดขึ้นแทบทุกปีในช่วงหน้ามรสุม ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้เก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันไปวิเคราะห์ ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของภารกิจในการกำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยเท่านั้น

โดยจะวิเคราะห์คุณสมบัติก้อนน้ำมันที่เกิดตามชายฝั่งแล้วนำมาเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลน้ำมันดิบ ที่ผลิตได้จากแท่นผลิตในอ่าวไทย โดยผลจากการตรวจวิเคราะห์ที่ผ่านมา ยังไม่เคยพบว่า ตัวอย่างก้อนน้ำมันที่เกิดขึ้นเป็นชนิดเดียวกันกับตัวอย่างน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตในอ่าวไทย

นอกจากนี้ ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม มีการกำกับดูแลและกำชับให้ผู้ประกอบการปิโตรเลียมทุกรายต้องดำเนินการตามมาตรการการป้องกันปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในทุกพื้นที่อย่างเข้มงวด และเป็นไปตามมาตรฐานสากลและตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ.2514 เพื่อให้การดำเนินกิจการปิโตรเลียมสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนได้อย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบูรณาการการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมบริเวณชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพและการหาที่มาของก้อนน้ำมันที่เกิดขึ้นในแต่ละปีให้มีความชัดเจน เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ได้มีการลงนาม MOU เรื่อง การพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ร่วมกันของ 10 หน่วยงาน ได้แก่

1. กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
2. กรมควบคุมมลพิษ
3. กรมเจ้าท่า
4. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
5. กรมศุลกากร
6. ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในส่วนกองทัพเรือ
7. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี
8. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
9. สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
10. สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน

เพื่อจัดทำฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ และเพื่อบ่งชี้แหล่งที่มาของก้อนน้ำมันดังกล่าว โดยในขั้นตอนการบริหารจัดการ หากมีก้อนน้ำมันเกิดขึ้นตามชายหาด หน่วยงานท้องถิ่นจะเป็นผู้เก็บตัวอย่างและส่งให้กรมควบคุมมลพิษเพื่อส่งต่อให้วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เป็นผู้วิเคราะห์หาที่มาของก้อนน้ำมันดังกล่าว ให้มีความชัดเจนของแหล่งที่มาต่อไป โดยในการเกิดเหตุการณ์ก้อนน้ำมันในพื้นที่บริเวณหาดหัวไทรครั้งนี้ ก็ได้ดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าวเช่นกัน

ตรวจสอบย้อนหลัง 90 วัน

โดยข้อมูลจาก DMFFanpage ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ระบุถึงผลสรุปการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างของ ปรากฏการณ์ ก้อนน้ำมัน (Tar Ball) ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2558-2562 พบว่า คุณสมบัติก้อนน้ำมัน ในทุกตัวอย่าง ไม่ตรงกับน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตในอ่าวไทยเลย

ทั้งนี้ก้อนน้ำมัน ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนน้ำมันสีดำขนาดเล็กนี้ สันนิษฐานว่ามีที่มาจากหลายสาเหตุ เช่น

1. การลักลอบปล่อยน้ำมันเรือที่ใช้แล้วจากเรือต่าง ๆ
2. อุบัติเหตุเรือขนส่งน้ำมันชนกัน หรือเรือล่มในทะเล
3. จากการขนถ่ายน้ำมัน
4. อุบัติเหตุการรั่วไหลของน้ำมันลงสู่ทะเลจากกิจกรรมปิโตรเลียม
5. เกิดตามธรรมชาติ

WFH Work From Home ถึงเวลา? หรือต้องให้สถานการณ์บังคับ

ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ

(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)

https://raka.is/r/qlzXR https://raka.is/r/gP7GV

--- มีคำถามเพิ่มเติม พูดคุย เม้าส์มอย ไปต่อกันได้ที่กระดานสนทนา (webboard) นะครับ

คลิ๊กเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

The Sweet Girl

ของมือสองของเฟิร์นค่ะ มีหลายชิ้นเลย ราคาดีสุดๆ (คลิ๊กที่รูปนะคะ ลิงค์จะพาไปที่ร้านค่ะ)

Fern shop

--------- คลิ๊ก - The Sweet Girl ----------