ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ

(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)

https://raka.is/r/qlzXR https://raka.is/r/gP7GV

การควบคุมเศษหิน Entry level กรอบความรู้ วิศวกรรมการขุดเจาะหลุม ตอนที่ 8

การควบคุมเศษหิน ในที่นี้เรารวบไปหมดเลยตั้งแต่ ออกแบบ และ ดูแลการควบคุมเศษหินในชั้นหินใต้ดินที่ขึ้นมาระหว่างการเจาะ ที่ต้องเริ่มตั้งแต่ออกแบบ ก็เพราะว่า มันไม่ตรงไปตรงมาเหมือนเราขุดหลุมปลูกต้นไม้ที่พอได้หลุมแล้ว เอาต้นไม่ลง เศษหินเศษดิน ก็โป๊ะๆไปที่โคนต้น รดน้ำ เป็นจบ

อ๋อ เราเรียกเศษหินนี้ว่า cutting นะครับ ถ้าผมเผลอเขียนสลับไปมาก็ให้รู้ว่าผมพูดถึงสิ่งเดียวกันแหละ

เช่นเคยครับ ลิงคข้างล่างนี่ ต้องอ่านนะครับ

http://petrowiki.org/Drilling_waste_management

https://www.slb.com/services/drilling/solids_control.aspx

ถ้าจะซื้อของใน shopee อยู่แล้ว เข้าทางนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯ ถือว่าช่วยผมจ่ายค่าเช่า host server ไม่ใช่คลิ๊กดูดเงินแน่นอนครับ ไม่ต้องกังวล

https://en.wikipedia.org/wiki/Solids_control

การบริหารจัดการของเสียจากการขุดเจาะ (Drilling Waste Management)

เอาล่ะ พออ่านจบลิงค์ข้างบน ก็คงได้ไอเดียแล้วนะ แน่นอนว่า เรื่อง การควบคุมเศษหิน คุณยังจะต้องมีคำถามเยอะแยะมากมาย ที่อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ คำถามในหัวคุณจะมี 2 แบบ

แบบแรก

-------------------------------------------------------

ไม่พลาด ข่าวสาร บทความ ความรู้ ประกาศตำแหน่งงานว่าง และ อื่นๆ

กรอก ชื่อ และ อีเมล์ ในแบบฟอร์มข้างล่าง จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ ... อ้อ ... อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น

จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ … อ้อ … อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น แล้วอย่าลืม mark as not junk or spam ด้วยนะครับ เวลาส่งเตือนคราวหน้า จะได้ไปอยู่ใน in box :)

ไม่เกี่ยวกับที่สภาวิศวกรต้องการให้ Entry level รู้ ผมก็จะไม่อธิบายมากนัก เอาแค่นิดๆหน่อยๆ

แบบที่สอง

เกี่ยวกับที่สภาวิศวกรต้องการให้ Entry level รู้ ผมก็จะอธิบายมากหน่อย

ตกลงกันตามนี้นะครับ … ไป ไปดูกันว่าสภาวิศวกร ต้องการให้รู้ การควบคุมเศษหิน อะไรบ้าง

การควบคุมเศษหิน

เรื่องนี้เราเรียกรวมๆว่า Solid control และ Waste Management ครับ สภาวิศวกรฯต้องการให้เรารู้ ประเภท ลักษณะ ของเศษหินที่ขุดขึ้นมาได้ การคัดแยกเอาเศษหินออกมาจากน้ำโคลน การจัดเก็บตัวอย่างเศษหิน และ ท้ายสุด ก็คือการกำจัด

1.8) ออกแบบ และดูแลการควบคุมเศษหินในชั้นหินใต้ดินที่ขึ้นมาระหว่างการเจาะ

ก) เข้าใจสภาพและเงื่อนไขของเศษหินใต้ดินที่ขึ้นมาระหว่างการเจาะ

ข) คัดแยกขนาดของเศษหินที่ขึ้นมาระหว่างการเจาะผ่านกระบวนการการใช้ตะแกรงคัดแยกที่เหมาะสมสำหรับแผนการใช้น้ำโคลน และระบบไฮโดรลิก

ค) ดูแลกระบวนการจัดเก็บตัวอย่างเศษหินเพื่อการประเมินและวิเคราะห์และเก็บไว้เป็นหลักฐานตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และดูแลกระบวนการจัดการเศษหินส่วนที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อนำไปทิ้งหรือกำจัดอย่างเหมาะสมตามกฎเกณฑ์ และข้อกำหนดที่ถูกต้อง

ประเภท ลักษณะ ของเศษหินที่ขุดขึ้นมาได้

ก) เข้าใจสภาพ และ เงื่อนไขของเศษหินใต้ดินที่ขึ้นมาระหว่างการเจาะ

แหม … ต้องเดาใจสภาวิศวกรหน่อยแล้ว สภาพของเศษหินคืออะไร เงื่อนไขของเศษหินคืออะไร พยายามเดาล่ะ สภาพของเศษหิน น่าจะตรงกับ cutting characteristics/ properties เงื่อนไขของเศษหิน น่าจะเป็น cutting condition

ยิ่งแปลยิ่งงง ผมจะแปลไปทำไม กูเกิลดีกว่า

สภาพของเศษหิน ผมเดาว่าท่านสภาวิศวกรน่าจะหมายถึง หินชนิดต่างๆมากกว่าครับ ว่ามีหินกี่ประเภท ลักษณะเม็ดหินเป็นอย่างๆไร ผมไม่ใช่นักธรณีครับ ไม่อาจหาญจะให้ความรู้เรื่องนี้

ผมกูเกิลให้เลยดีกว่า เว็บไซด์ไหนน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด ก็คัดมาได้ 2 เว็บครับ เว็บเป็นทางการ เชื่อถือได้

http://www.dmr.go.th/main.php?filename=rocks

http://portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/lesa212/8/rocks/properties/rocks_properties.html

ส่วน เงื่อนไขของเศษหิน หรือ cutting condition นี่ จนปัญญาครับ เดาใจท่านไม่ถูกจริงๆ

เศษหินมันมีเงื่อนไขอะไรยังไง

ผมเห็นอยู่ประเด็นเดียวคือ ถ้าเป็นเศษหินดินดาน ตอนมันแตกหลุดออกมาจากก้อนแม่ของมัน มันจะเป็นชิ้นเล็กๆ แต่พอมันโดนน้ำ(ที่เป็นส่วนประกอบของน้ำโคลนในหลุม มากน้อยต่างกันไป) มันจะพองเอาๆบวมๆ เละๆ ทำให่น้ำโคลนเสียคุณสมบัติไปเร็วมาก ต้องเติมสารเคมี (เปลืองเงินว่างั้น) เพิ่มลงไปเพื่อแต่งคุณสมบัติใหม่ให้ได้ตามสเป็ค

ส่วนหินประเภทอื่นไม่มีปัญหานี้ นอกจากพวกเศษหินทราย หินปูน ถ้ามันไหลเวียนอยู่ในระบบน้ำโคลนนานๆ ไม่เอามันออกไป มันจะเสียดสีกัน แตก ป่น ออกเป็นเม็ดเล็กๆ ละเอียดๆ ป่นเป็นผงมากๆ เล็กโคตรจิ๋วๆ ก็ทำให้น้ำโคลนเสียคุณสมบัติด้านความหนืด ทำให้น้ำโคลนหนืดเหนียว พอน้ำโคลนหนือเหนียว ปัญหาอีก 108 ก็จะตามมา

ไอ้เจ้าป่นๆผงๆโตครจิ๋วๆนี่ก็เอาออกจากน้ำโคลนได้ยากมากๆ ซึ่งเราจะไปคุยกันเรื่องนี้อย่างล่ะเอียดในข้อ ข) ต่อไป

ถ้าเอาเจ้าป่นๆผงๆโตครจิ๋วๆออกไปไม่หมด หรือ เหลือน้อยพอ ทางเดียวที่จะช่วยชีวิตน้ำโคลน (แก้คุณสมบัติน้ำโคลน) คือต้องเอาน้ำโคลนใหม่ๆดีๆลงไปผสม เหมือนเอาน้ำดีใส่ลงในน้ำเสีย เพื่อให้น้ำเสียน้อยลง แต่ผลคือ 1 แพง และ 2 ปริมาตรเพิ่ม ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ไหน โดยเฉพาะแท่นนอกชายฝั่ง ไม่มีที่เก็บจ้าาา จะทิ้งก็นะ เสียดายเงิน

การคัดแยกเอาเศษหินออกมาจากน้ำโคลน

ข) คัดแยกขนาดของเศษหินที่ขึ้นมาระหว่างการเจาะผ่านกระบวนการการใช้ตะแกรงคัดแยกที่เหมาะสมสำหรับแผนการใช้น้ำโคลน และ ระบบไฮโดรลิก

ในส่วนนี้เราจะพูดถึง การเอาของแข็งออกมาจากของเหลว ดังนั้น เราต้องมาเรียนฟิสิกส์กันก่อนครับ มีกูรูท่านหนึ่งชื่อ George Gabriel Stokes ศึกษาเรื่องนี้ไว้ เมื่อปี ค.ศ. 1851 (โอ้ … แม่เจ้า นานมากๆ)

ศึกษาเรื่องอะไรครับ ก็เรื่องแยกเอาของแข็งออกจากของเหลวนี่แหละครับ

Stokes บอกว่า แรงเสียดทานของวัตถุทรงกลมที่เคลื่อนที่ไปในของเหลว (หรือของเหลวไหลผ่านวัตถุทรงกลม) แปรผันตรงกับ ความหนืดของของเหลว และ ความเร็วของการเคลื่อนที่ของวัตถุ (หรือ ความเร็วของของเหลว)

การควบคุมเศษหิน

https://en.wikipedia.org/wiki/Stokes%27s_law

ตามสูตรข้างบนนั่นแหละครับ โดยมีข้อแม้ว่า

วัตถุต้อง ทรงกลม ผิวเรียบ เนื้อเดียวกัน (ความหนาแน่นกระจายคงที่) ของเหลวต้องไหลแบบ laminar และ ต้องไม่มีเพื่อนๆวัตถุทรงกลมอื่นๆข้างๆในระบบเลย … โอ้ย เป็นไปได้ในชีวิตจริงไหม

แน่นอนครับว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เหมือนกฏทางฟิสิกส์ทุกกฏนั่นแหลครับที่เริ่มจากการตัดตัวแปรต่างๆอออกไป แล้วหาความสัมพันธ์พื้นฐานออกมา จากนั้นจึงค่อยๆเอาตัวแปรอื่นๆใส่เข้าไปให้ใกล้เคียงกับชีวิตจริง

จะสังเกตุว่า แรงเสียดทานตามกฏนี้ ไม่ขึ้นกับมวล หรือ น้ำหนักเลยใช่ไหมครับ รู้สึกขัดๆความรู้สึกไหมครับ

ถ้ารู้สึกขัดๆก็ให้นึกถึงพิซ่า ไม่ใช่อาหารนะครับ ผมหมายถึง หอเอนเมืองพิซ่าที่กาลิเลโอไปทดลองหย่อนลูกเหล็กสองลูกขนาดเท่ากัน แต่น้ำหนัก (มวล) ไม่เท่ากัน แล้วมันตกถึงพื้นพร้อมกัน

นั่นแหละครับ ใช่ๆเลย Stokes law เพราะอากาศก็เป็นของไหลอย่างหนึ่งเหมือนกัน ลูกเหล็กทรงกลมขนาดเท่ากัน ความเร็วจากแรงโน้มถ่วงของโลกก็เท่ากัน แรงเสียดทานที่เกิดขึ้น มันก็เท่ากัน

ในการแยกของแข็งออกจากของเหลวเนี้ย สิ่งที่เราแคร์คือเวลาที่ใช้ในการแยกครับ ยิ่งใช้เวลาน้อย (ความเร็วเยอะๆ) เรายิ่งชอบ

นึกถึงฝุ่นผงที่ปนๆในแก้วน้ำ มันยิ่งตกตะกอนลงข้างล่างเร็ว ยิ่งดีใช่ไหม น้ำหนักของมัน (mg ก็ มวลคูณแรงโน้มถ่วงโลก) จะต้องมากกว่าแรงเสียดทานตามกฏของ Stokes ใช่ป่ะ ถ้าไม่มากกว่า มันก็จะลอยเท้งเต้งอยู่อย่างนั้น

ถ้ามากกว่าแล้วเศษฝุ่นพวกนั้นจะตกลงก้นแก้วได้เร็วช้าแค่ไหนขึ้นกับอะไร ก็ไปย้ายข้างสมการดูเอา

ความเร็ว = แรงสุทธิ / (6 x พาย x รัศมีเม็ดฝุ่น x ความหนืดของน้ำ)

แสดงว่า ถ้าอยากให้แยกออกจากกันได้เร็วๆ เราก็ต้องเพิ่มแรง ลดขนาดเม็ดฝุ่น และ ลดความหนืดของน้ำ

ผมทำตัวหนาๆไว้เลย นั่นแหละ หลักการของเราในการแยกเศษหิน ออกจากน้ำโคลน งั้นเราไปดูวงจรน้ำโคลนกับเศษหินกันว่า มันเดินทางท่องเที่ยวกันไปอย่างไร ในวัฏจักรวงจรการขุดหลุมของเรา

 

การควบคุมเศษหิน

ด่านแรกเลย เมื่อพ้นจากปากหลุม น้ำโคลนและเศษหินก็จะเข้ามาที่ ตัวแยกก๊าซ (liquid gas separator) เรามีชื่อเล่นให้มันด้วยนะเจ้าตัวนี้ เราเรียกมันว่า poor boy อย่าถามผมว่าที่มาของชื่อนะ เพราะผมก็ไม่รู้

ผมจะไม่พูดถึงเจ้านี่ละเอียด เพราะไม่เกี่ยวกับการแยกเศษหิน คลิ๊กลิงค์ที่ให้ไว้ล่ะกันถ้าอยากรู้มากว่านี้ ก๊าซที่ได้ก็ส่งไปเผาทิ้งตามรูป

Shale shaker

จากนั้นน้ำโคลนและเศษหินก็จะมาเข้าตะแกรงร่อน เราเรียกตะแกรงร่อนนี้ว่า Shale shaker แปลตรงๆก็เครื่องเขย่าเศษหินดินดาน ทำไมต้องเศษหินดินดาน มันไม่ร่อนเศษหินอย่างอื่นเหรอ (ผมเคยสงสัยตอนมาทำงานนี้ใหม่ๆ)

คำตอยคือ มันก็ร่อนหมดแหละ แต่เนื่องจากส่วนประกอบเปลือกโลกเราเป็นหินดินดานเสียกว่า 80% (จำขี้ปากนักธรณีมาเล่า) ตะแกรงร่อนนี่มันเลยชื่อแบบนี้

ไปดูรูปกัน มันไม่มีอะไรมากหรอกครับ มันก็ตะแกรงติดมอเตอร์ติดลูกเบี้ยวดีๆนี่เอง ไม่ต่างกับวิธีที่ทำให้โทรศัพท์มือถือสั่นเวลามีสายเรียกเข้าหรอกครับ เหมือนกันเดี๊ยะ แต่ใหญ่กว่าเยอะ และ ปรับแรงเขย่าได้

ขนาดตะแกรงก็แตกต่างกันออกไป ตอนเจาะตื้นๆ เศษหินมักชิ้นใหญ่ อัตราการไหลก็มักจะเยอะ ก็ใช้ตะแกรงตาหยาบๆหน่อยก็ไหว ขืนใช้แบบตาถี่ๆ ก็ร่อนไม่ทัน น้ำโคลนท่วมตะแกรงพอดี พอขุดลงไปลึกๆก็เปลี่ยนเป็นตาถี่ๆ เพราะตอนเจาะลึกๆ อัตราไหลน้ำโคลนไม่มาก เพิ่มแรงเขย่า (ปรับความเร็วมอเตอร์) บ้างไรบ้าง ก็พอไหว

ตะแกรงมันก็นะ สึกไปไรไป ตามความหยาบของเศษหิน ความเร็วของน้ำโคลน และ แรงเขย่าที่เราไปปรับมอเตอร์ ตะแกรงแต่ล่ะแผ่น แต่ล่ะรุ่น แต่ล่ะยี่ห้อ ก็มีอายุ มีสเป็คการใช้งาน อันนี้ก็จะละเอียดเกินไป แต่ให้เข้าใจหลักการก็แล้วกัน

ถ้าน้ำโคลนไม่หนืดมาก เจ้านี้ก็ทำงานได้ดี ร่อนเอาเศษหินออกได้เยอะ

Degasser

เจ้านี่ไม่เกี่ยวกับการแยกเศษหิน แต่ก็นะ เอามาพูดถึงหน่อย ต่างจาก poor boy เพราะมันทำงานได้ดีกว่า poor boy นั่นแยกแบบหยาบๆ ด้วยเหตุผลทางความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ Degasser นี่ จะแยกแบบละเอียดขึ้น กดลิงค์อ่านรายละเอียดเอาเองนะครับ

Desander Desilter

Desander Desilter ผมขอรวบไปเลย เพราะมันใช้หลักการเดียวกันคือ Hydrocyclone

หลักการทำงานก็ Stokes law นั่นแหละครับ เอาน้ำโคลนปั๊มเข้าไปในกรวยแบบรูปข้างล่างนี่ แล้วก็ให้น้ำโคลนไหลวนๆไปให้ไปเข้าที่ท่อที่ก้นกรวย แล้วไปโผล่อออกที่ปากกรวย

เศษหินที่ผ่านจาก shale shaker มานี่ส่วนมากก็จะเม็ดเล๋็กๆแล้ว เพราะ shale shaker มันร่อนเอาเศษหินดินดานก้อนใหญ่ๆไปหมดแล้ว ส่วนมากก็เป็นเม็ดทราย เราจึงเรียกเจ้านี่ว่า desander หรือ เครื่องแยกทราย

ยิ่งน้ำโคลนถูกปั๊มเข้ากรวยเร็วเท่าไร น้ำโคลนหนืดน้อยเท่าไร เศษหินยิ่งตกลงมาก้นกรวยได้เร็วเท่านั้น ตามกฏของ Stokes เลยเนอะ

การควบคุมเศษหิน

ทีนี้ เจ้ากรวยเนี้ย เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงๆ มันทำขนาดให้ใหญ่ๆ ให้รับน้ำโคลนมากๆไม่ได้ เราจึงต้องมีหลายๆตัวต่อขนานกันเป็นตับๆแบบปิ้งไก่ในรูป

การควบคุมเศษหิน

เจ้า desander เนี้ย มันก็ถูกออกแบบมาให้เอาเม็ดทรายขนาดหนึ่งๆออกมาจากน้ำโคลน แน่นอนว่า จะมีเม็ดทรายที่เล็กๆกว่านั้นอีก ที่เราเรียกว่า Silt หรือ ทรายแป้ง (ผมไม่ได้บัญญัติศัพท์เองนะครับ น้องนักธรณีบอกมา)

เราก็ต้องออกแบบเจ้ากรวย hydro cyclone และ อัตราการไหลที่ต้องใช้ในการแยกเจ้าทรายแป้งออกมาอีก

โดยเอาน้ำโคลนที่มีทรายแป้งปนๆอยู่ที่ออกจาก desander มาเข้า desilter อีกที ซึ่งก็หน้าตาภายนอกเหมือนกันเดี๊ยะ แค่กรวยตัวเล็กกว่า และมีหลายกรวยกว่า แน่นอนว่าปั๊มน้ำโคลนที่ใช้กับ desilter ก็ต้องปั๊มด้วยความเร็วสูงกว่า เพื่อที่จะแยกทรายแป้งออกมา ก็ทรายแป้งมันเม็ดเล็กกว่านี่ (ตามกฏของ Stokes ไงครับ)

Mud cleaner

เจ้า mud cleaner นี่ ไม่มีอะไรเลยครับ มันคือ Desander + Desilter + Shaker เอามาประกอบร่างกัน

การควบคุมเศษหิน

โดยส่วนตัว ผมไม่ค่อยเห็นใช้เท่ากันนะครับ

เอารูปข้างบนมาแปะอีกทีจะได้ดูสะดวกๆ เพราะกำลังจะพูดถึงภาพรวมใหญ่ๆนิดหนึ่ง ก่อนที่จะไปพูดถึงเครื่องแยกเศษหินตัวสุดท้ายที่เรียกว่า centrifuge

การควบคุมเศษหิน

ผมกำลังจะพูดถึง capacity หรือ ความสามารถในการรับน้ำโคลนที่ผ่านเครื่องแยกแต่ล่ะตัว

จากรูปข้างบน จะเห็นว่า เครื่องแยกที่น้ำโคลนต้องผ่านตัวมัน 100% คือ poor boy กับ shale shaker ที่เเหลือนั่น ไม่ต้อง 100% เพราะที่ก้นบ่อน้ำโคลนมันมี option ให้เปิดปิดให้ไหลผ่านกันได้

เครื่องปั่นเหวี่ยง (centrifuge)

เครื่องนี้เนี้ย อุตสาหกรรมเราไปยืมมาจากชาวบ้านมาใช้ มีหลายๆอุตสาหกรรมมากๆที่ใช้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารที่ต้องแยกกาก เช่น นมผง อาหารเสริม ยา สาหร่ายอบแห้ง ฯลฯ ดูในลิงค์นี้ได้ครับ https://en.wikipedia.org/wiki/Decanter_centrifuge

หลักการก็เบสิกๆ ใช้ stokes law ธรรมดาๆ ปั่นหมุนให้เกิดแรงหนีศูนย์กลางเยอะๆ ของแข็งมันก็ถูกเหวี่ยงออกไปติดผนังแล้วไหลออกมา

การควบคุมเศษหิน

น้ำโคลนจะถูกปั๊มเข้าทางขวา ทรงกระบอกรูปเหมือนขวดนมจะถูกหมุดด้วยความเร็วสูงมากๆหลายพันรอบต่อนาที ในขวดนมมีพัดที่บังคับให้น้ำโคลนเคลื่อนจากขวาไปซ้าย ระหว่างทางที่เคลื่อนไปนั้น เศษหินย่อยๆเล็กๆป่นๆผงๆก็จะโดนเหวี่ยงไปติดขอบขวด แล้ว ไหลออกไปทางรูที่เจาะไว้ (ดูรูปข้างบน)

ส่วนน้ำโคลนที่มีเศษหินผงติดอยู่น้อยลง(เอาออกยังไงก็ไม่หมดครับ) ก็จะไหลออกจากขวดทางซ้ายมือ ที่ผมใช้คำว่าขวดนั้น เผื่อให้สอดคล้องกับรูปภาพ และ เข้าใจได้ง่ายๆ แต่ในความเป็นจริงนั้นมันใหญ่เอาเรื่องครับ

 

การควบคุมเศษหิน

 

ที่น่าสังเกตุอีกอย่างคือ เจ่า centrifuge นี้ รับปริมาณน้ำโคลนได้ไม่มาก ดูจากรูป จะเห็นว่ามันเอาน้ำโคลนจากบ่อไปไม่มาก ปั่นเอาเศษหินที่ผงมากๆออกไป ไม่สามารถเอาน้ำโคลนทั้งหมดมาปั่นได้

จากนั้น ก็ไม่มีอะไรแล้วครับ ก็ใส่สารเคมีอะไรก็ว่าไป ปรุงแต่งให้ได้รสชาติ เอ๊ย ให้ได้คุณสมบัติตามที่วิศวกรฯเขาคำนวนไว้ ก็พร้อมปั๊มลงหลุมไปที่หัวเจาะอีกรอบ

อุปกรณ์อะไรต่างๆทั้งหมดก็รวบๆมาได้ประมาณรูปข้างล่างนี้ ใครอยากทราบเพิ่มเติมก็อากู๋เลยครับ

 

การควบคุมเศษหิน

การจัดเก็บตัวอย่างเศษหิน และ การกำจัด

ค) ดูแลกระบวนการจัดเก็บตัวอย่างเศษหินเพื่อการประเมินและวิเคราะห์และเก็บไว้เป็นหลักฐานตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และดูแลกระบวนการจัดการเศษหินส่วนที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อนำไปทิ้งหรือกำจัดอย่างเหมาะสมตามกฎเกณฑ์ และข้อกำหนดที่ถูกต้อง

ก่อนคุยต่อ อยากให้อ่านลิงค์นี้ครับเพราะผมได้พูดถึงการจัดเก็บเศษหินพวกนี้เอาไว้ –> Mud logger

เศษหินพวกนี้มีค่า เพราะมันบอกถึงสภาพทางธรณีของเปลือกโลกเรา ว่าตรงไหนเป็นอะไร โดยมากรัฐฯ (ผ่านหน่วยงานกับกับดูแล ของไทยก็ กรมเชื้อฯ) จะกำหนดว่า ที่ความลึกเท่าไร จะเก็บปริมาณเท่าไร ความถี่ในการเก็บว่าจะทุกกี่เมตร เก็บแบบล้างอบแห้ง หรือ เก็บธรรมดาๆ คนที่ทำหน้าที่เก็บก็ mud logger ที่ผมให้ลิงค์ไปนั่นแหละครับ

ส่วนการกำจัดเศษหินนั้น ผมก็อธิบายไว้แล้วในนี้

การบริหารจัดการของเสียจากการขุดเจาะ (Drilling Waste Management)

สรุปอีกทีในส่วนของเศษหิน คือ เราเอาไปแยกน้ำมันและสารเคมีออกจากเศษหินให้หมดจดตามกฏกติกาของผู้ให้สัมปทาน

เครื่องมือที่ใช้แยกนี่เราเรียกว่า cutting dryer คือทำให้แห้ง หลักการเหมือนเครื่องปั่นผ้าแห้ง + เจ้า centrifuge ที่กล่าวมาแล้ว เลยครับ เราก็ยืมเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมอื่นมาใช้ตามเคย

ข้างในมันก็ประมาณนี้ครับ

การควบคุมเศษหิน

พอดูจากข้างนอกก็ราวๆนี้

การควบคุมเศษหิน

 

เนื่องจากเจ้า dryer นี้ มันปั่นได้ไม่เยอะ แต่ปั่นได้แห้งสุดๆ ดังนั้น เราก็คำนวนแบบเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเอา เช่น สมมุตินะว่ารัฐฯบอกว่า จะทิ้งเศษหินได้ต้องแห้ง 10% (หรือที่เรียกติดปากว่า 10% OOC – Oil On Cutting) และสสมุติต่อว่า เจ้า dryer ทำได้ 5% ส่วนเศษหินที่ผ่านจาก shale shaker มีความแห้ง  15%

สมมติว่ามีเศษหินที่ได้จาก shaker 100 ถัง (แห้ง 15% คือ น้ำ 15 หิน 85) เราก็ตวงออกไปส่วนหนึ่ง สมมุติตวงออกมา x ถัง เอาไปใส่ cutting dryer ปั่นให้แห้งจนเหลือความแห้ง 5% (น้ำ 5 หิน 95) โดยที่หลังปั่นแล้ว เอามารวมกันกับของเดิม (ที่ตอนนี้เหลือปริมาตร 100 – x ถัง) แล้วให้ได้สัดส่วนความแห้ง 10% (น้ำ 10 หิน 90) … วิศวกรกันทั้งนั้น ตั้งสมการแล้วแก้สมการหา x เอา

แน่นอนว่าปริมาณสุดท้ายจะต้องน้อยกว่า 100 ถัง เพราะเราตวงออกไป x แล้วไปเอาน้ำออกส่วนหนึ่ง แล้วเอากลับไปรวมกับของเก่า (100 – x) ใช่ป่ะ

แต่สัดส่วนความแห้งจะเป็น 10% ได้ตามที่ต้องการ แล้วเราค่อยเอาไปทิ้งโดยการส่งเผากับโรงงานทำซีเมนต์ เหมือนกับที่อุตสาหกรรมอื่นๆส่งสารที่เป็นพิษ(พิษมากกกว่าของเราด้วยซ้ำ)ไปกำจัด เพราะที่ความร้อนสูงขนาดเผาซีเมนต์สารพิษทั้งหลายก็จะหมดไป

ตอนนี้ก็น่าจะจบแค่นี้แหละครับ …

จะเห็นได้ว่า การทำงานขุดหลุมเจาะของเรามีกฏกติกาต่างๆมากมาย จริงๆทุกๆอุตสาหกรรมแหละครับมีกฏกติกากันทั้งนั้น แต่อุตสาหกรรมเราโชคดีหน่อยที่มีคนช่วยดู ช่วยเตือนกันอย่างใกล้ชิดเยอะมาก อทิ สื่อต่างๆเอย NGO เอย รัฐบาลเอย

เราก็ไม่ได้ว่าอะไร ดีเสียอีก ที่ทำให้พวกเราไม่หลงลืม ไม่ประมาทในการทำงาน

แน่นอนว่า กฏกติกาต่างๆเหล่านี้ (ที่มีหลายฝ่ายช่วยกันดูแล) ย่อมทำให้ต้นทุนการประกอบกิจการเพิ่มขึ้นด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อต้นทุนเพิ่มขึ้นก็ย่อมที่จะถูกส่งต่อไปที่ราคาสินค้าตามกลไลราคา เพื่อให้เกิดกำไรที่พอควรที่จะจูงใจให้ผู้ประกอบกิจการประกอบกิจการต่อไปได้

แต่นั่นก็เป็นความตรงไปตรงมาของธุรกิจ เป็นธรรมาภิบาลที่ดีที่ถูกต้อง ไม่มีต้นทุนแฝงที่ไม่ได้รวมไว้ในสินค้าที่ขาย แต่ต้นทุนแฝงที่ว่า ไปตกกับสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น ทิ้งน้ำ หรือ อากาศ เสียที่ไม่ได้บำบัดลงแหล่งน้ำสาธารณะ หรือ ปล่อยออกสู่อากาศ เมื่อทำแบบนั้นทำให้ราคาของสินค้านั้นๆก็ไม่สะท้อนต้นทุนตามจริง (คือราคาสินค้านั้นๆถูกกว่าที่ควร)

ผลที่ตามมาเมื่อสินค้าที่ไม่รวมต้นทุนแฝงราคาถูก คนก็ใช้อย่างไม่บันยะบันยัง ไม่คิดก่อนใช้ ใช้โดยไม่จำเป็น บลาๆๆๆ เมื่อมีคนใช้เยอะ ผู้ผลิตก็ผลิตเยอะเพื่อตอบสนองปริมาณการใช้ แล้วไง คราวนี้ ต้นทุนแฝงที่ว่า ก็เต็มสังคมเรา แรงงานเถื่อน น้ำเสีย อากาศเป็นพิษ สลัม ฯลฯ

เออ … แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Solid control และ Waste management ของสภาวิศวกรฯเนี้ย 5555 ไปดีกว่า …

เอาว่า ผมฝากไว้ให้คิดก็แล้วกัน … จบๆ เลิกๆ

ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ

(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)

https://raka.is/r/qlzXR https://raka.is/r/gP7GV

--- มีคำถามเพิ่มเติม พูดคุย เม้าส์มอย ไปต่อกันได้ที่กระดานสนทนา (webboard) นะครับ

คลิ๊กเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

The Sweet Girl

ของมือสองของเฟิร์นค่ะ มีหลายชิ้นเลย ราคาดีสุดๆ (คลิ๊กที่รูปนะคะ ลิงค์จะพาไปที่ร้านค่ะ)

Fern shop

--------- คลิ๊ก - The Sweet Girl ----------