ควรรู้ก่อนดูหนัง – Deepwater Horizon – ตอน Mayday Mayday Mayday

Mayday อ่านออกเสียงว่า “เม-เด” คำนี้ถูกเสนอโดยพนักงานวิทยุอาวุโสชื่อ Frederick Stanley Mockford เขาทำงานที่สนามบิน Croydon Airport ใน กรุงลอนดอน เพื่อใช้ในสภานการณ์ฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือ คำนี้มาจากคำว่า  “m’aider” ในภาษาฝรั่งเศษ ซึ่งเป็นตัวย่อมาจากประโยค “venez m’aider” ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า  “come and help me” คือ มา(หาฉัน)และช่วยฉันด้วย

(ที่มา … https://en.wikipedia.org/wiki/Mayday)

ในหนังเรื่องนี้ก็มีใช้คำนี้ครับ

mayday

 

แล้วเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ผมจะเม้าส์ต่อไปนี้ล่ะ เกี่ยวตรงที่ พวกเราที่ไปทำงานนอกชายฝั่ง พวกเราจำเป็นต้องผ่านการฝึกฝนอะไรมาบ้าง เพื่อรับสภานการณ์ Mayday

ผมอยากเอาเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังเพราะในเรื่องน่าจะมีฉากการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน พวกเสื้อชูชีพ ห่วงชูชีพ เรือชูชีพ แพชูชีพ เครื่องดับเพลิง ฯลฯ พวกเราที่ไม่เคยไปทำงานนอกชายฝั่งอาจจะสงสัยว่าพวกเรารู้เหรอว่าต้องทำไง ต้องใช้อะไร ใช้ยังไง เคยฝึกมาเหรอ ฯลฯ

คำตอบคือ ใช่ครับ พวกเราต้องผ่านการฝึกและต้องผ่านการทดสอบเรื่องพวกนี้มากันทุกคน ไม่งั้นบ.น้ำมันไม่อนุญาติให้เราออกไปทำงานบนแท่นขุดฯนอกชายฝั่งได้ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องทำตามกฏหมายสากลทางทะเลและการประกันภัย

ที่เราต้องฝึกกันก็จะมีประมาณนี้ ผมไม่ได้เรียกตามชื่อคอร์สที่มีขายกันนะครับ เพราะหลายบ.ที่ให้การอบรมก็ตั้งชื่อกับหลายชื่อคอร์ส ผมจัดกลุ่มตามลักษณะเนื้อหาของหลักสูตรที่เรียน

Sea Survival (การเอาชีวิตรอดในทะเล)
HUET (Helicopter Underwater Escape Training – ฝึกการออกจากฮ.ใต้น้า)
First Aids (ปฐมพยาบาล)
Fire fighting (ดับเพลิง)
H2S training (ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์)

อาจจะไม่ทุกคนนะครับที่ต้องเรียนและสอบให้ผ่าน ขึ้นกับความเสี่ยงที่จะไปเจอบนแท่นฯนั้นๆ เช่น ถ้าปกติเราเดินทางด้วยเรือขนส่งพนักงาน (crew boat) ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนและสอบ HUET หรือ ถ้าบนแท่นฯที่จะไป ไม่มี ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนและสอบ H2S training เป็นต้น เพราะทุกคอร์สต้องเสียตังค์ครับ

โดยมากบ.ที่เป็นนายจ้างเราจะออกตังค์ให้ไปเรียน พอเรียนและสอบผ่าน ก็จะได้ใบอนุญาติมา 1 ใบ ระบุ ชื่อคอร์ส และ วันหมดอายุ ที่อาจจะเท่าหรือไม่เท่ากัน ตามกฏของความปลอดภัยที่กำหนดไว้ มีหลายมาตราฐานที่ใช้กัน เหมือนมาตราฐานอุตสาหกรรมต่างๆแหละครับ ไม่ว่าจะเป็น DIN ISO มอก. ฯลฯ อย่างเรื่องความปลอดภัยนอกชายฝั่งก็จะมี OPITO และ อีก 2 – 3 มาตราฐาน ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว เพราะไม่ได้ทำงานเกี่ยวข้องโดยตรง

มาดูกันทีล่ะอย่างดีกว่าว่าเราสนุกยังไงบ้างกับคอร์สพวกนี้

Sea Survival

เรียน (และลองใช้ ปฏิบัติจริงในสระว่ายน้ำ) เกี่ยวกับการใช้อะไรที่ลงท้ายว่า ชูชีพ เช่น

เสื้อชูชีพ

ก็ทำความรู้จักกับรุ่นที่มีใช้กันแพร่หลายหลักๆ เราก็เอามาสวมจริงๆ โดดลงน้ำจริงๆที่ความสูงตามที่คอร์สกำหนด (สมัยผม 7 เมตร) จับมือกันเป็นวงกลม เป็นแถว ใช้ไฟ ใช้นกหวีด หัดลอยตัว ช่วยลากเพื่อนที่หมดสติ การรวมกลุ่มกันแบบต่างๆ (รวมตัวกันเป็นเส้น กลม หรือ สี่เหลี่ยม) เพื่อให้เป็นเป้าให้การค้นหาทางอากาศได้ง่ายขึ้น การช่วยผู้บาดเจ็บเบื้องต้นในน้ำ ฯลฯ

sea-survival-15-e1401433585297

 

ข้างบนเป็นท่าลงน้ำครับ แค่ก้าวไปเฉยๆ (ในอากาศที่ว่างเปล่า) ก้มเก็บคางชิดยอดอก เอาเท้าลงก่อน เพื่อลดแรงกระแทก ห้ามก้มหัวลงมองพื้นน้ำ เพราะจะทำให้หัวโน้มไปข้างหน้า ผลคือ เอาท้องตีน้ำ จุกตายพอดี แบบท่านรูปข้างล่างนี้แหละครับ

image14

 

สมัยผมต้องให้สามารถลอยตัวโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยให้ได้ 5 นาที ด้วยนะ ไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังต้องทดสอบเรื่องนี้อยู่ไหม เพราะเวลาผ่านไปกฏกติกาอะไรก็ต่างกันไป สมัยผมให้ลองใส่เสื้อชูชีพในน้ำด้วย ซึ่งผลลัพท์คือเป็นไปไม่ได้เลย ครูฝึกต้องการเน้นว่า ให้ใส่ก่อนโดดลงน้ำ เพราะถ้าโดดลงไปแล้วจะใส่ไม่ได้ เสื้อมันจะลอยในขณะที่ตัวคนจะจม ไม่เชื่อผมก็ลองเองก็ได้ 555 (ผมลองมาแล้ว mission impossible)

 

ห่วงชูชีพ – เหมือนจะง่ายนะครับ ตอนฝึก เราหัดเหวี่ยงกันในสระว่ายน้ำ ไม่ค่อยลงเป้ากันเท่าไร คือ ถ้าไม่พลาดเป้า (คนตกน้ำ – ก็เพื่อนกันนั่นแหละลงไปเป็นเป้า) ว่ายไปไม่ถึง ก็ตกกลางหัวคนตกน้ำ 555 😛 ช๊อตนี้สนุกมาก จำได้ว่า ผลัดกันเป็นเป้าให้เพื่อนเหวี่ยงห่วงชูชีพให้ ตอนหลังเคล็ดลับคือ เหวี่ยงกะให้ลงกลางหัวเลย เพราะมันจะไม่แป๊ะ พูดง่ายๆคือ เล็งแล้วไม่โดน ไม่เล็งแล้วจะโดน … หุหุ (แต่โดนหัวก็ไม่เจ็บนะ เพราะใส่หมวกกันน๊อค – ดูรูปข้างบนครับ)

 

แพชูชีพ – เราก็ฝึกการกางแพแบบต่างๆ แบบสถานการณ์ปกติ โยนลงน้ำแล้วกระตุกเชือกจากบนแท่นเจาะฯ หรือ กางแบบฉุกเฉิน คือโยนมันลงน้ำตูม กระตุกเชือกแล้วมันเจือกไม่กาง มันก็ยังเป็นแคปซูลขาวๆลอยอยู่ ต้องโดดตามไปกระตุกมันในน้ำ จะกางมันอย่างไร หรือ พอกางแล้วมันเจือกคว่ำ จะจับมันหงายได้ไง บอกเลยว่า ถ้าไม่ฝึกมาก่อน ทำไม่ได้นะครับ ยากและต้องมีเทคนิค (ดูในแผ่นพับคู่มือเหมือนง่าย ของแบบนี้ต้องลองครับ 555)

ผู้หญิงตัวเล็กๆก็ทำได้ ถ้ารู้เทคนิคนะ เห็นมากับตา ตัวนิดเดียว พลิกแพที่กางแล้วจากคว่ำให้เป็นหงายได้ ในขณะที่ผู้ชา่ยตัวโตๆ ที่ไม่รู้เทคนิค ปล้ำให้ตายก็พลิกไม่ได้

 

 

 

เรียนรู้การใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตที่มีติดมากับแพชูชีพ เช่น ไฟฉาย เข็มทิศ เครื่องกักน้ำ การคำนวนและแบ่งกินอาหารและน้ำสำรอง สมอทะเล พาย (อันนี้มันส์ พายกันวนในสระ หมุนติ้วเลย ถ้าพายไม่เป็น ก็หัดกันจนกว่าจะพายได้ตรง ถึงจะผ่านคอร์ส) สัญญานควัน วิทยุฉุกเฉิน ฯลฯ บางอย่างก็ common sense คือ ง่ายๆ ดูรูปก็ใช้เป็น บางอย่างก็ต้องลอง เช่น ปืนพลุ หรือ พลุมือ สัญญานควัน การพายแพกลมๆ ฯลฯ

 

 

 

น่าสนุกไหมครับ อยากมาทำงานนอกชายฝั่งกับพวกผมแล้วดิ …. มาเลยๆ …

เรือชูชีพ

เรียนการใช้เรือชูชีพ ทั้งในฐานะผู้ตาม คือเป็นลูกเรือ ทำตามคำสั่ง และเป็นผู้นำ ในกรณีที่คนที่ถูกมอบหมายให้ขับเรือเกิดมาไม่ถึงเรือ หรือ เดี้ยงไปซะก่อน ฯลฯ กลไกการหย่อนเรือ (launching) ก็แตกต่างกันไปแล้วแต่รุ่น ยี่ห้อเรือ แต่ 80% หลักการไม่ต่างกัน มีทั้งแบบไฟฟ้าและ manual คือหย่อนลงเอง

การสตาร์ทเครื่องเรือ ก็ต้องรู้ไว้ มีทั้งแบบปกติ ใช้แบตเตอรี่ กดปุ่มเอา หรือ ใช้มือหมุน ก็แล้วแต่รุ่น แต่ล่ะยี่ห้ออีก ส่วนมากในคอร์ส ไม่ได้เอาเรือลงน้ำจริง เพราะมันแพง แต่ผมโชคดี มีคอร์สนึงได้เข้าที่สิงค์โปร์ (Alert Disaster) สถานที่ฝึกอยู่บนแพ มีเรือชูชีพ ให้หย่อนลงน้ำ สตาร์ทเครื่อง ขับกันจริงๆ สนุกมาก ดูเหมือนง่ายนะครับ แต่ก็ไม่ง่ายเลย จำลองการขับผ่านควันในทะเล เปิดเครื่องฉีดน้ำล่อเย็นเรือ ฯลฯ

 

 

การเอาลงน้ำก็มีทั้งแบบเบสิกๆ เอาหย่อนลงมาตรงๆ ชิลๆ สบายๆ

 

 

หรือแบบวัยรุ่นใจร้อน

 

 

ผมคิดว่า เรือชูชีพของ Deepwater Horizon น่าจะเป็นแบบแรกนะครับ 🙂 ส่วนอุปกรณ์เครื่องมือช่วยชีวิตก็จะคล้ายๆกับแพชูชีพที่ได้กล่าวไปแล้ว

HUET (Helicopter Underwater Escape Training – ฝึกการออกจากฮ.ใต้น้า)

ถ้าต้องเดินทางด้วยฮ.ก็ต้องฝึกเรื่องนี้ด้วยครับ เพราะกรณีฮ.จอดฉุกเฉินในน้ำ แบบจอดปกติๆ จะทำไง แล้วถ้ามันพลิกคว่ำล่ะ ตะแคงล่ะ จมล่ะ สารพัดสถานการณ์ที่สมมุติขึ้นครับ

 

หลักๆเราก็จะฝึกกันตามนี้ครับ

  1. ลงจอดลอยผิวน้ำ แบบเนียนๆดีๆน่ารักๆ กระตุกแพชูชีพ กระตุกเสื้อชูชีพ ออกจากเครื่องจำลอง แล้ว ว่ายน้ำไปแพชูชีพ (สถานการณ์จริง หวังว่ามันจะกางให้เราอัตโนมัติเหมือนตอนฝึก 555)
  2. จมลงก้นทะเลไม่พลิก ออกจากเครื่องจำลอง ขึ้นมาผิวน้ำ กระตุกเสื้อชูชีพ (ห้ามกระตุกก่อน ไม่งั้นพองติดอยู่ในฮ.จำลองไม่รู้ด้วยนะเออ) แล้วว่ายไปที่แพชูชีพ (หวังว่าจะมีตอนเกิดเหตุการณ์จริง)
  3. จมลงก้นทะเล แล้วเครื่องพลิก 360 องศา (คือเอาหัวลง เอาขาชี้ฟ้าแหละ) แล้วทำเหมือนข้อ 2 เหมือนง่ายนะครับ แต่บอกเลย ไม่ฝึกทำไม่ได้ เพราะ มันจะกลับซ้ายขวา บนล่าง แถมอากาศที่กลั้นหายใจก็จำกัด ตื่นตะหนก แสบตา ฯลฯ
  4. เหมือนข้อ 3 แต่เอาผ้าหรือแว่นตาดำน้ำดำๆปิดตา จำลองว่าน้ำขุ่นมากมองไม่เห็น (ข้อนี้เข้าใจว่าเป็นข้อเพิ่มเติมสำหรับบางบ.ที่ต้องไปทำงานบริเวณน้ำขุ่น ซึ่งผมต้องไปทำที่นั่น เลยต้องผ่านข้อ 4 นี้ด้วย บอกเลยว่า ยาก แต่สนุกและท้าทายมาก)

 

 

ในแต่ล่ะข้อ ต้องฝึก 2 สถานการณ์คือ แบบง่าย (เรานั่งติดทางออก) และแบบผ่านเครื่องกีดขวาง (มีนักประดาน้ำมานั่งคั่นเรากับทางออก แล้วสมมติว่าตายหรือหมดสติ) เราต้องตัดสินใจว่าจะข้ามไป หรือ ไปหาทางออกที่สองที่หมายตาไว้ คือทั้งหมดก็ฝึกกัน 8 แบบนั่นแหละครับ

แบบข้อ 4 (พลิกหัวทิ่ม) + กับที่นั่งห่างทางออก นี่สุดๆครับ มีสิ่งกีดขวาง มองก็ไม่เห็น หัวทิ่ม อากาศในปอดก็จำกัด ตอนนั้นผมหนุ่มๆ จำได้กว่า กลั้นหายใจได้ 1 นาที 45 วินาที ยังเกือบแย่ คือพอหลับตาแล้วต้องตั้งสติให้ดีๆ จำภาพในห้องโดยสารให้ได้ อะไรอยู่ตรงไหน นั่งห่างจากทางออกหลักไปกี่เก้าอี้ ห่างจากทางออกรองไปกี่เก้าอี้ มือซ้ายอยู่ไหน มือขวาอยู่ไหน นักประดาน้ำ(เครื่องกีดขวาง) อยู่ไหน ประตูฉุกเฉินเปิดอย่างไร กดแล้วผลัก หมุนแล้วผลัก หมุนทางไหน ฯลฯ

ต้องตัดสินใจก่อนเครื่องจำลองกระแทกน้ำเลยว่าจะข้ามนักประดาน้ำไปทางออกหลัก หรือ จะไปทางออกรอง (ไปง่ายกว่าแต่ไกลกว่า) รอไปตัดสินใจเอาตอนเครื่องจมน้ำแล้วเริ่มพลิกไม่ทันแน่ สติแตกพอดี

ถ้าไม่ไหว ก็ทำท่าเอามือปาดคอ นักประดาน้ำจะเข้ามาช่วย แล้วขึ้นไปพัก แล้วเข้าเครื่องจำลอง โยนเครื่องจำลองลงน้ำ ซ้อมกันใหม่ จนกว่าจะผ่าน

ลองกูเกิลคำว่า HUET แล้วดูรูปหรือวีดีโอซิครับ นั่นแหละครับที่พวกเราต้องทำ

First Aids

อันนี้ทั่วๆไปไม่มีไรมาก ห้ามเลือดฉุกเฉิน เข้าเฝือกฉุกเฉิน ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัว ที่สนุกก็คือได้ผายปอด กับ ทำ CPR (Cardiopulmonary resuscitation) ก็คือ ปั๊มหัวใจนี่แหละครับ เพราะถ้าไม่ฝึก ทำไม่เป็น อวัยวะภายในบอบช้ำได้ง่ายๆ ผู้ฝึกจะมีหุ่นมาให้ลองผายปอดและปั๊มหัวใจ หุ่นที่ผมใช้ฝึกมักจะชื่อ แอนนี่ หรือ ซูซี่

ผมเข้าคอร์สแต่ล่ะครั้ง น้องแอนนี่ก็จะไฮเทคขึ้นเรื่อยๆ เวลาเป่า ถ้า ปากปิด คอปิด เป่าแรงไม่พอ ปั๊มผิดจุด ปั๊มแรงไม่พอ หรือ ผิดจังหวะ มีไฟแดงติด มีเสียงร้อง  และ ไฟเขียวจะติด ถ้าปั็มถูก เป่าถูก ฯลฯ สนุกดีครับ อ้อ น้องแอนนี่ก็สวยอึ้มเหมือนจริงขึ้นทุกปีๆ 555 (สงสัยเอาเทคโนโลยีตุ๊กตายางญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ 🙂 )

 

 

หาน้องแอนนี่ไม่เจอ ก็หุ่นประมาณนี้แหละครับ แต่สวยอึ้มเหมือนจริงกว่า มีกลไกนิดหน่อยอยู่ภายใน ถ้าจำไม่ผิด ผายปอด และ ปั๊มหัวใจให้ไฟเขียวติดทุกครั้งต่อเนื่อง 5 นาที หรือ 3 นาที จึงจะผ่านคอร์ส ผมไม่แน่ใจ ชักลึมๆ แต่ยังผายปอดและปั๊มหัวใจเป็นอยู่นะ ยังไม่ลืม

Fire fighting

นี่ก็เบสิกๆครับ เครื่องดับเพลิงมีกี่ประเภท (ผงเคมี โฟม น้ำ ก๊าซ ฯลฯ) มีกี่ขนาด ใช้ประเภทไหน ดับไฟแบบไหน (A B C D) ระดับความรุนแรงของไฟแบบต่างๆ ระยะเวลาที่ยังพอดับไหว หรือ ระยะเผ่น คือ นานกว่านี้ ถ้ายังเอาไม่อยู่ นิมนต์หลวงพ่อโกย วัดหน้าตั้ง ได้

 

 

 

แต่ที่สนุก คือ ได้ลองของจริงทุกแบบ ได้ฟิลลิ่งมากครับ ที่สำคัญ ฟรีครับ เออ ไม่ฟรีดิ เขาคิดรวมไปกับค่าคอร์สแล้ว บ.นายจ้างเราออกให้ เราก็ฉีดกันสนุก ไม่ง่ายนะ ถ้าไม่เคยฉีด เพราะต้องเข้าไปใกล้ๆฐานไฟประมาณนึง เล็งไปที่ฐานไฟ ฉีดไปที่ขอบด้านใดด้านหนึ่งของฐานไฟ แล้วค่อยๆไล่ไปที่อีกขอบอย่างช้าๆ ถ้าฉีดไปตรงกลางฐานไฟ ไฟจะกระจายออกเป็นสองด้าน (เหมือนโยนโบวลิ่งไปกลางเลนน่ะ) ทำให้ดับยากขึ้น แล้วก็ต้องกะดีๆว่า ถังที่ถือนั่นกี่วินาทีหมด …

 

 

ก็ราวๆนี้ มีคอร์สนึง ตอนยังหนุ่มๆ ผมได้มีโอกาสฝึกเป็นทีมสู้ไฟด้วย สนุกขึ้นมาอีกขั้น คือ ได้ฝึกใช้สายฉีดแรงสูง ใส่ชุดเต็มสูตร และ ทำงานเป็นทีม กึ่งๆ พนักงานผจญเพลิงน่ะครับ แบบรูปข้างล่างนี้

 

 

เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก นอกจากนี้ในกรณีพิเศษ ผมก็โดนอีกแหละ 555 ก็ได้ฝึกการใช้เครื่องช่วยหายใจ (Breathing Apparatus) แล้วหนีออกจากห้องที่มีควัน

 

เอาผู้ฝึกชุดนึง 4-5 คน พร้อมชุดช่วยหายใจ อารมณ์ประมาณรูปข้างบนน่ะครับ แล้วเอาไปปล่อยไว้ในห้องจำลอง แล้วปล่อยควันเทียม จนมองไม่เห็น ทุกคนก็ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ให้ถูกต้อง ในเวลาที่กำหนด แล้วเดินจูงกันฝ่าควันออกมา

ฟังดูยาก แต่ไม่ยาก มันมีเทคนิคของมัน ข้อสำคัญ ต้องมีสติ อย่าตื่นเต้น มันจะร้อน ชุดก็หนัก และ มองไม่เห็น ครูฝึกจะกดดัน โดยตะโกน นับเวลาถอยหลัง เคาะฝาผนัง ปังๆๆๆ เปิดคลิปเสียงข้าวของหล่นโครมครามๆ ทำนองว่า ไฟไหม้จริง ซาว์แอฟแฟกซ์ น่ะครับ แต่ผมกลับนึกว่า กำลังเล่นอยู่ในสวนสนุก (ราคาแพง 555)

มาถึงการฝึกสุดท้าย

H2S training (ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์)

เป็นธรรมชาติของชั้นหินแหล่งกักเก็บบางพื้นที่จะมี ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือที่เรียกๆกันว่า H2S (Hydrogen Sulfide) ภาษาบ้านๆก็คือ ก๊าซไข่เน่า นั่นแหละครับ (ถ้าความเข้มข้นต่ำๆกลิ่นมันจะเหมือนกลิ่นไข่เน่า) ก๊าซนี้อันตรายมากๆ หนักกว่าอากาศ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น (เพราะมันจะทำลายประสาทการรับรู้กลิ่นในเสี้ยววินาที) สูดเข้าไปนิดเดียวก็ม่องเท่ง

 

 

การไปทำงานบนแท่นขุดเหล่านี้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะรับมือก๊าซที่ว่านี้ด้วย ว่าจะหนีมันอย่างไร ลากเพื่อนออกมายังไง ถ้าจำเป็นจะต้องทำงานกับมัน จะทำงานอย่างไร มีชุดช่วยหายใจแบบทำงานไปด้วยได้ กับ แบบใช้หนี เลือกใช้ให้ถูก เพราะระบบการให้อากาศจะไม่เหมือนกัน ถ้าหยิบผิด ซวยเลย

 

 

ปิดท้ายกันที่สัญญานเตือนภัยครับ มีทั้งแบบเป็นเสียงและแบบแสง โดยมากจะมี 3 ประเภทใหญ่ๆ Fire alarm (ไฟ), H2S (Gas alarm) กับ Abandon rig alarm (สละแท่นฯ) คิดว่าในหนัง คงจะได้ยินสัญญานเหล่านี้บ้าง

ปกติพวกเราเวลาขึ้นไปบนแท่นขุดฯเจาะก็จะโดนบังคับให้ดู safety video กันทุกครั้ง ไม่ว่าจะขึ้นไปกี่ครั้ง ดูไปแล้วกี่รอบ ใน video จะมีตัวอย่างเสียงสัญญานเตือนภัยเหล่านี้ให้ฟังจริงๆ คำแนะนำว่าควรทำอย่างไร และ จุดที่เราต้องไปรวมตัวกัน (Muster Point) เราจะรู้ว่า เรือชูชีพหลักของเราลำไหน สำรองลำไหน ห้องเราอยู่ตรงไหน ทางเดินที่เราจะไปเรือชูชีพทั้งสองลำ แพชูชีพที่ใกล้ห้อง ใกล้จุดทำงานของเรา อยู่ตรงไหน ฯลฯ

โดยส่วนตัวผมเองนะ ไม่ได้มีใครบังคับ ทุกครั้งที่ขึ้นไปทำงานบนแท่นขุดฯ ไม่ว่าจะเมาหนักมาคืนก่อนหน้า หรือ ไม่ได้นอนเพราะบินข้ามทวีปมาต่อฮ. ผมจะทดลองเดินนับก้าว นับประตูห้อง ลองเปิดประตูต่างๆที่ต้องผ่านไปถึงเรือชูชีพ สำรวจเรือชูชีพ แพชูชีพ ลองเสื้อชูชีพ ชุดช่วยหายใจ อ่านแผนผังแท่นฯคร่าวๆ ดูทิศดูลม ดูว่าหน้าแท่นชี้ไปทิศไหน ลานจอดฮ.อยู่ทิศไหน ฯลฯ แล้วค่อยไปกิน ไปพักผ่อน หรือ เปลี่ยนชุดหมีไปทำงาน

เพราะถ้าไฟไหม้ หรือ ต้องสละแท่น ทั้งควัน ทั้งเสียง มันจะอื้ออึงไปหมด เวลาก็ไม่มี อากาศจะหายใจก็ไม่มี เหนือใต้ออกตก บนล่าง คิดอะไรก็คงจะไม่ทัน เรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้ (โดยเฉพาะกับแท่นใหม่ๆที่ไปหนแรกๆ) ช่วยชีวิตได้ในยามวิกฤติเสมอ

ครั้งหนึ่งในหลายๆครั้งที่ผมเข้าอบรมเรื่องความปลอดภัย … ผู้ฝึกสอนท่านหนึ่งถามผู้เข้าร่วมว่า พวกคุณมาเข้าคอร์สนี้ทำไม

… จะได้ออกไปทำงานนอกชายฝั่งได้

… จะได้ทำงานอย่างปลอดภัย

… หัวหน้าสั่งให้มา (ฮา)

… จะได้เลื่อนตำแหน่ง

… เป็นส่วนหนึ่งของงาน

…. มีหลายคำตอบ ฯลฯ

 

มีฝรั่งคนหนึ่งนั่งเงียบๆอยู่มุมห้อง ครูฝึกจึงชี้ให้ตอบ … เขาตอบว่า …

Because I want to come home and kiss my love one again !

dh8

จะซื้ออะไรที่ Lazada หรือ จองที่พักกับ Agoda ผ่านตรงนี้นะครับ
ช่วยค่ายาค่าขนมน้องเฟิร์นกับน้องภัทร ขอบคุณครับ 🙂


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *