What should we ask ? คำถามที่ควรจะถามเมื่อไปสัมภาษณ์งาน – บล๊อกก่อนหน้า ผมพูดถึงคำถามและการตอบคำถามเมื่อโดนสัมภาษณ์งานวิศวกรสนาม
มาบล๊อกนี้ผมจะขอพูดถึงในทางตรงกันข้ามบ้าง เพราะอยากให้พวกเราเดินก้าวไปสัมภาษณ์งานด้วยความรู้สึกที่เท่าเทียม
ความรู้สึกที่เท่าเทียมสำคัญอย่างไร สำคัญที่ว่า เมื่อเรารู้สึกเท่าเทียม เราจะมีความมั่นใจจากภายใน รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า กำลังเดินไปประเมินและไปเลือกเขา ไม่ใช่เดินไปให้เขาประเมินและเลือกฝ่ายเดียว
What should we ask ?
คำถามที่ควรจะถามเมื่อไปสัมภาษณ์งาน
เมื่อเรารู้สึกเท่าเทียม เรามั่นใจ(จากข้างใน) ในจะสะท้อนออกมาที่สีหน้า แววตา ท่าทาง จะดูไม่วอกแวก ไม่ดูจิตตก ไม่ดูหวาดระแวง ดูดีมีศักดิ์ศรี ว่าไปก็คล้ายๆอาหารเสริม+เครื่องสำอาง บางประเภทที่โฆษณาว่า “สวยจากภายใน” อะไรแบบนั้น

อย่าลืมว่าการสัมภาษณ์ เป็นการหาข้อมูล 2 ฝ่าย ไม่ใช่ไปให้เขาประเมินว่า “เราเหมาะกับบ.เขาไหม”
อยากให้เราไปในความรู้สึกที่ว่า “บ.นี้มันคู่ควรจะให้เราทำงานให้เขาไหม” มากกว่า ที่จะไปให้เขาเลือกเราฝ่ายเดียว คือคุณต้องเตรียมคำถามไปถามเขาด้วย ไม่ใช่ไปนั่งให้เขายิงคำถามถล่มตูมๆ ฝ่ายเดียว
เราควรจะทำการบ้านไปก่อน (ทำการบ้านอะไรอย่างไรบ้าง ผมเขียนบล๊อกไปบ้างแล้ว จะไม่ซ้ำล่ะนะครับ) คือ ต้อง “รู้เขา”
ฝากขายที่หน่อย ค่าคอมฯ 3%
ขาย/ให้เช่า ที่ดิน 81 ตรว. มีน้ำ มีไฟ มีทะเบียนบ้าน มีโฉนด มีรั้วชั่วคราว ถมแล้ว ใกล้ตลาดพลูทรัพย์ ปทุม หน้ากว้าง 15 ม. ยาว 21 ม. (โดยประมาณ) ราคาโทรฯมาคุยกันครับ
แผนที่ รูปภาพ และ รายละเอียด ตามลิงค์นี้ครเบ
https://nongferndaddy.com/land-sales-81-wa-prathumthani/
เสร็จแล้วเหลืออะไรที่เราอยากรู้ สงสัยก็จดโน้ตย่อๆเอาไว้ ไม่ต้องกลัวว่าหยิบโน้ตคำถามขึ้นมาแล้วแล้วจะดูไม่ดี ตรงข้าม เป็นการบอกคนที่สัมภาษณ์กลายๆว่า เราเตรียมตัวมาพร้อม เมื่อเราได้ข้อมูลครบ(ตามรายการที่จดมา) ทำให้เราตัดสินใจได้แน่นอนขึ้น เรารอบคอบ(นะจ๊ะ)
แต่ก่อนจะหยิบออกมาก็ทำท่าจะหยิบ แล้วเอ่ย ขออนุญาติหยิบ ซึ่ง 100 ทั้ง100 ก็ต้องอนุญาติอยู่แล้ว เช่น “มีคำถามที่ผมอยากจะถาม 4 – 5 คำถาม ขออนุญาติหยิบรายการคำถามที่เตรียมไว้กันลืมนะครับ” หรือ “I’ve prepared a list of questions to clarify. May I go through the list so that I won’t forget anything”
พอเขาตอบ ถ้าจำไหวก็จำ แต่ถ้าคิดว่าจำไม่หมด หรือมีรายละเอียด ก็ไม่ต้องกลัวที่จะหยิบปากกามาโน้ตย่อๆ
นั่นคือ คุณต้องเตรียม ปากกากับกระดาษโน้ตเล็กๆติดไปด้วย เป็นการบอกเป็นนัยๆว่า เราเตรียมตัวมาพร้อม ซึ่งเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของทุกๆงาน
จะว่าไป ผมเคยแกล้งยืมปากกาผู้สมัคร (ถ้าผมไม่เห็นว่าเหน็บอยู่ที่เสื้อ) ไปสัมภาษณ์งาน อย่าลืมพกปากกาไปด้วย มันแสดงถึงความพร้อม … ตอนจะจดก็ขออนุญาติเสียหน่อย พอเป็นพิธี เช่น “ขออนุญาติจดหน่อยนะครับ” หรือ “May I take a note?” เขาต้องตอบ Yes อยู่แล้วครับ
ถ้าคำถามไหนของเราที่เขาตอบบ่ายเบี่ยงไปมา ก็ต้องซักให้ชัดเจน
ถ้าเขาไม่สามารถตอบได้ชัดเจน ขี่ม้าเลียบค่าย วกไปวนมา ก็ทวนคำถามเขาไปแล้วสรุปว่าเราเข้าใจว่าคำตอบของเขาเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่
เช่น “สำหรับคำถามของผมเรื่องสัญญาจ้างในตำแหน่งที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้ว่าเป็นลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราวนั้น ณ.ตอนที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้ บ.ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นแบบใด ผมเข้าใจแบบนี้ ถูกหรือไม่ครับ” หรือ “Regarding the question of …. , from your explanation, I understand that …. Is my understanding correct?”
เอาล่ะ หลังจากเขาถามๆๆๆๆๆๆ โดยมากก็จะปิดด้วยการถามเรากลับว่า มีอะไรสงสัยอยากทราบเพิ่มเติมจากฝั่งเขาบ้าง …. ทีนี้ก็ตาเราโซ้ยบ้างล่ะ …. เป็นผม ผมจะถามว่า
ในส่วนตัวบริษัท
1. ตั้งมากี่ปี มีธุรกิจอะไรในเครือเกี่ยวข้องบ้าง ใครเป็นเจ้าของบ. (ผู้ถือหุ้นใหญ่) รายได้หลักมาจากไหน ในธุรกิจเดียวกัน บ.คู่แข่งเป็นใคร (ในกรณีที่ไม่ใช่บ.ในตลาดหลักทรัพย์ เพราะถ้าเป็นบ.ในตลาดฯ ก็ไม่ต้องถาม ควรจะทราบมาก่อนแล้วตั้งแต่ก่อนมาสัมภาษณ์โดยการทำการบ้านมาก่อน)
ไม่ต้องอายที่จะถามคำถามพวกนี้ เพราะทีเขายังถามเราไปถึงไหนๆ
ไม่พลาด ข่าวสาร บทความ ความรู้ ประกาศตำแหน่งงานว่าง และ อื่นๆ
กรอก ชื่อ และ อีเมล์ ในแบบฟอร์มข้างล่าง จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ ... อ้อ ... อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น
เราก็ควรจะรู้ว่าบ.ที่เราจะมาฝากผีฝากไข้เป็นใครมาจากไหนทำมาหากินอะไรอย่างไร

ในส่วนของตำแหน่ง
1. ขอให้เขาลำดับสายงานบังคับบัญชา จากตำแหน่งของเราขึ้นไปจนสุดว่า เราขึ้นตรงกับใครด้านไหนยังไง จุดประสงค์คือ ต้องการดูว่าตำแหน่งนี้ ไกลจากยอดองค์กรแค่ไหน ถ้าจะไต่ไป ชาตินี้จะถึงไหม
2. ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่มีอยู่แล้วหรือตั้งขึ้นใหม่
2.1 ถ้ามีอยู่แล้ว – ทำไมถึงว่างลง ถ้าคนเก่าลาออก พอรู้ไหมว่าทำไมถึงออก
2.2 ถ้าเป็นตำแหน่งใหม่ – ทำไมถึงมีตำแหน่งนี้ขึ้นมา
ในส่วนของตัวงาน
1. กำหนดการออกสนาม เป็นอย่างไร ถ้าตายตัว เขาตอบได้เช่น 4/4 หรือ 3/4 ก็ว่าไป แต่ถ้าไม่แน่นอนก็ให้เขาประมาณว่า ราวๆเดือนล่ะกี่วัน ปีล่ะกี่วัน
ถ้าเขาบอกว่า ไม่แน่นอน ก็ถามว่า สถิติที่ผ่านมาของตำแหน่งนี้หรือตำแหน่งใกล้เคียง ออกสนามเดือนล่ะกี่วันในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา
2. ถามก่อนว่า จะสามารถสอบถามเรื่องผลตอบแทนและสวัสดิการต่างๆได้ตอนนี้เลยไหม หรือ ต้องเป็นรอบต่อไปกับฝ่ายบุคคล
ถ้าเขาตอบว่าได้ ก็ลุยเลย อยากรู้อะไร ถามให้หมด อย่ากั๊ก ถามให้ทุกแง่ทุกมุม ไม่ใช่ถามแค่เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง โบนัส ค่าคอมฯ แล้วจบ ถามไปถึงสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล พนักงานเท่าไรอย่างไร ลูก-กิ๊ก-เมีย ล่ะ จ่ายยังไง ช่วยค่าเล่าเรียนลูกไหม เท่าไรอย่างไร วันลาวันหยุด โอที ปีนึงกี่วัน ค่าเดินทาง ค่าน้ำมันรถ ฯลฯ จะไม่พลาด
ถ้าเรารู้จักจดรายการที่ต้องถามมาล่วงหน้า ไปนึกสดๆตอนนั้น ลืมแน่นอน ผมไม่อาจจะลำดับคำถามมาได้หมด เพราะแต่ล่ะคนก็มีความต้องการทราบหัวข้อนี้ละเอียดมากน้อยต่างกัน แล้วแต่ เพศ อายุ สถานะสมรส สถานะครอบครัว ล่ำซ่ำ หรือ จ่ายตามจริงแต่มีเพดาน ฯลฯ
ผมมีความเชื่ออยู่อย่างนึง (เพื่อนๆฝ่ายทรัพยากรบุคคลอาจจะค้าน) ว่าคนที่ไม่รู้จักรักษาผลประโยชน์ของตัวเองมักจะไม่รักษาผลประโยชน์ของบริษัทด้วย เพราะขนาดผลประโยชน์ของตัวเองโดยตรงยังเออๆยังไงก็ได้หยวนๆ ถ้าให้เป็นตัวแทนบ.ไปเจรจาต้าอวยกับใครก็คงมือเปล่ากลับมา
แต่ภาคปฎิเสธของความเชื่อของผมนั้นไม่จริงนะครับ เพราะคนที่รู้จักรักษาผลประโยชน์ของตัวเองอาจจะ หรือ อาจจะไม่รักษาผลประโยชน์ของบริษัทด้วยก็ได้ ใช่ไหมล่ะครับ
พูดง่ายๆคือ 50/50 คือถ้าเป็นคนดีก็ดีไป รักษาผลประโยชน์ของทั้งตัวเอง และ เมื่อเป็นตัวแทนบริษัท แต่ถ้าเป็นคนขี้โกงก็บ.ก็ซวยไป แต่ทั้งนี้ผมเชื่อว่าทุกบ.มีกลไกที่จะป้องกันตรวจสอบเรื่องทุจริตอยู่แล้ว
ผมกำลังจะสรุปว่าผมจะเลือกคนที่รู้จักรักษาผลประโยชน์ของตัวเองโดยการสอบถามอะไรต่างๆระหว่างการสัมภาษณ์ เพราะเมื่อผมถามว่ามีอะไรจะสอบถามไหม ถ้าผู้ถูกสัมภาษณ์ตอบว่าไม่มี แปลว่า
1. ไม่มีจริงๆรู้หมดทุกอย่างที่อยากรู้ หรือ
2. มีแต่ไม่กล้าถาม หรือ
3. ไม่ค่อยอยากรู้อะไรเท่าไร รู้แค่นี้ก็น่าพอแล้ว
โอกาสที่จะออกข้อ 1 นั้นน้อย ส่วนมากไม่ข้อ 2 ก็ข้อ 3 ดังนั้น ผมว่าถามหน่อยก็ดีนะ ดูดีกว่า ไม่ถามอะไรเลย แต่ก็ควรถามอะไรที่ดูฉลาดๆและทำให้คนถามดูดีหน่อย

แต่ก็ต้องสมดุลให้ดีระหว่างความละเอียดของคำถาม
โดยพิจารณาว่าคนที่สัมภาษณ์เรานั้นตำแหน่งอะไร (ส่วนมากคนสัมภาษณ์จะแนะนำตัวก่อนว่าเป็นใครตำแหน่งอะไร) เขาควรจะรู้อะไรแค่ไหน และ ตำแหน่งที่เราจะสมัครงาน
ยกตัวอย่างง่ายๆว่า ถ้าคนสัมภาษณ์เป็นผจก.ทางเทคนิด จะไปถามอะไรละเอียดทางผลตอบแทนและสวัสดิการก็ใช่ที่ หรือ ตำแหน่งที่สมัครเป็น วิศวกร นักบัญชี นักกม. ฝ่ายจัดซื้อ ฯลฯ
เพราะบางงานต้องการคนที่มีลักกษณะละเอียดละออ จุดเล็กจุดน้อย บางงานก็ต้องการคนมองภาพใหญ่ให้ออก
พูดง่ายๆคือถามให้ละเอียดถ้าตำแหน่งงานที่สมัครต้องการความละเอียดละออ ถามพอควรในภาพ กว้างๆ ถ้าเป็นตำแหน่งงานทางเทคนิค
อย่าลืมพังเพยโบราณ รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
ท้ายที่สุด ไม่ทุกคนสัมภาษณ์ที่คิดเหมือนผม
บางท่านอาจจะชอบคนที่ไม่ถามมาก หัวอ่อนว่าง่าย ควบคุมง่าย ไม่หือไม่อือ
คนเราใจกว้างใจแคบมากน้อยต่างกัน ที่ผมว่าๆมานี่ก็อย่าเชื่อไปทั้งหมด คิดๆดูกรองๆดู แล้วเอาไปใช่เฉพาะที่คุณคิดว่าใช่และเห็นด้วย
https://en.wikipedia.org/wiki/Drilling_rig
Offshore Girl friend อยากส่งแฟนทำงานออฟชอร์ควรทราบตามนี้นะ
ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ
(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)
https://raka.is/r/qlzXR |
https://raka.is/r/gP7GV |
https://raka.is/r/qlzXR
https://raka.is/r/gP7GV
