Jet lag vs. การลดน้ำหนัก
Quote from nongferndaddy on June 6, 2026, 13:23ร่างกายคนเราถูกออกแบบมาให้รองรับการเปลี่ยนแปลงได้ช่วงหนึ่งๆ ถ้าเกินไปกว่าช่วงที่ร่างกายเราถูกออกแบบมา ร่างกายจะดับ จะวูบ ไม่ก็ติงต๊องทันที
ตารับแสงได้ช่วงความถี่หนึ่ง เกินนั้น ก็ดับ มองไม่เห็น หู ก็เช่นกัน
ถ้าเรามีตัวช่วย มีแว่นขยาย มีกล้องจับแสงใต้แดง แสงเหนือม่วง ตาเราจะก่งก๊งสักพักกว่าจะปรับตัวได้
ตาเรามีความไว เท่ากับความเร็วในการวิ่ง(หนีภัย)ของขา และ ความเร็วของอันตราย(ตามธรรมชาติ) เช่น ความเร็วของสิงโต ของเสือ
แต่ตา (และระบบประมวลผลของสมอง) ของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับอะไรที่เร็วมากๆ อย่าง การขับรถยนต์ และ เครื่องบิน
ระบบย่อยอาหาร การทรงตัว การนอน และ อื่นๆ ก็เช่นกัน อะไรที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าธรรมชาติที่ร่างกายจะรับไหว ร่างกายจะออกอาการ
สมัยก่อน เราเดินเท้า รถม้า เรือ ข้ามทวีป ข้ามเส้นเวลา เราไม่เป็นอะไร เพราะระบบต่างๆของเราค่อยๆปรับ
วันที่เราเร่ง(หรือหน่วง)เวลาได้ 6 ชม. โดยเดินทางแค่ 10 ชม. ระบบต่างๆของร่างกายเราจะติงต๊อง หรือ ที่เรียกว่า jet lag
ถ้าเราไม่อยาก jet lag เราก็เดิน หรือ เดินทางด้วยเรือ
ถ้าแพ้(เมา)เครื่องบิน จะโทษเครื่องบิน มันก็ไม่ถูก เหมือน แพ้อาหารทะเล ถั่ว ผึ้ง ตะขาบ ฯลฯ ในเมื่อคนส่วนใหญ่เขาไม่แพ้กัน
------------------
รองเท้าเซฟตี้ Safety Shoes ยี่ห้อ Coverguard TOPAZ 9TOPL42 EUR 42 ใหม่ มีกล่อง นำเข้าhttps://raka.is/r/3aQxx
------------------ลดน้ำหนักก็เช่นกัน ค่อยๆลด ร่างกายบอกโอเค รับได้ ไม่ออกอาการติงต๊อง แต่ถ้าลดนน.เร็วไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม เร็วกว่าระบบร่างกายที่ถูกออกแบบมาให้รับได้ ร่างกายเราก็ฟ้อง
แต่ไม่ว่าลดน้ำหนักช้าหรือเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้น คือ มวลกล้ามเนื้อจะหายไปก่อนมวลไขมัน ไม่ต้องถามผมว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้น ผมไม่รู้ ผมรู้แต่มันเป็นแบบนั้น เหมือนรู้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเสมอ ... กล้ามเนื้อหายก่อนไขมันเสมอถ้านน.ลด
ลดนน.ช้า กล้ามเนื้อก็หายไปช้า ลดนน.เร็ว กล้ามเนื้อก็หายไปเร็ว
กล้ามเนื้อหายไป ไม่ใช่ความผิดของการลดนน.เร็ว ลดนน.ช้า มันก็หายไปช้าเหมือนกัน
วิธีแก้ ไม่ว่าจะลดนน.เร็ว หรือ ช้า คือ การเพิ่มกล้ามเนื้อ
no pain no gain ... ไม่มีทางลัดครับ ต้องยอมเจ็บตัว คือ ให้กล้ามเนื้อทำงานเกินขีดจำกัดเล็กน้อย พอให้ได้เจ็บๆปวดๆเมื่อยๆ ลุกโอย(เบา)นั่งโอย(เล็กๆ) ตอนนั้นแหละ ร่างกายจะบอกว่า ไม่ไหวแล้ว ต้องสร้างกล้ามเนื้อเพิ่ม
2-3 วันก็จะหายเจ็บๆปวดๆ แปลว่า ร่างกายสร้างมวลกล้ามเนื้อขึ้นแล้ว แล้วก็ต้องออกกำลังกายกล้ามเนื้อเพิ่มความเจ็บปวด (ซาดิสซ์เนอะ) ต่อไป เพราะเรากำลังลดน้ำหนัก ยิ่งลดนน.เร็ว ยิ่งต้องออกกำลังกล้ามเนื้อให้มาก ให้ร่างกายสร้างขึ้นให้ทันกับที่เสียไป
ที่สำคัญไม่แพ้กันคือวัตถุดิบที่ใช้สร้างกล้ามเนื้อ ... โปรตีน ... ยัดเข้าไป อัดเข้าไป กินเข้าไป
เมื่ออัดโปรตีนเข้าไปเยอะ ผลที่ได้จากการย่อยโปรตีน คือ กรด และ แอมโมเนีย เราก็ต้องกินน้ำมากๆ ไตจะได้ทำงานสะดวกสะบายหน่อย
เลิกดราม่ากันได้แล้วว่า ลดนน.เร็วๆวิธีนั้นวิธีโน้นแล้วกล้ามเนื้อลีบ ลดนน.ทุกแบบกล้ามเนื้อลีบหมดแหละ เพราะกล้ามเนื้อมันไปก่อนไขมันอยู่แล้ว แค่จะช้าจะเร็วเท่านั้นแหละ
พ่อน้องเฟิร์นและน้องภัทร
.
ถ้าจะซื้อของใน shopee หรือ lazada อยู่แล้ว เข้าทางนี้ (gate way) เลยครับ ก๊อปแปะใน browser ก็ได้ ผมจะได้ค่าคอมฯ ถือว่าช่วยผมจ่ายค่าเช่า host server ไม่ใช่คลิ๊กดูดเงินแน่นอนครับ ไม่ต้องกังวล …. ขอบคุณครับ
.
Shopee
raka.is/r/gP7GV
Lazada
raka.is/r/qlzXR
ร่างกายคนเราถูกออกแบบมาให้รองรับการเปลี่ยนแปลงได้ช่วงหนึ่งๆ ถ้าเกินไปกว่าช่วงที่ร่างกายเราถูกออกแบบมา ร่างกายจะดับ จะวูบ ไม่ก็ติงต๊องทันที
ตารับแสงได้ช่วงความถี่หนึ่ง เกินนั้น ก็ดับ มองไม่เห็น หู ก็เช่นกัน
ถ้าเรามีตัวช่วย มีแว่นขยาย มีกล้องจับแสงใต้แดง แสงเหนือม่วง ตาเราจะก่งก๊งสักพักกว่าจะปรับตัวได้
ตาเรามีความไว เท่ากับความเร็วในการวิ่ง(หนีภัย)ของขา และ ความเร็วของอันตราย(ตามธรรมชาติ) เช่น ความเร็วของสิงโต ของเสือ
แต่ตา (และระบบประมวลผลของสมอง) ของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับอะไรที่เร็วมากๆ อย่าง การขับรถยนต์ และ เครื่องบิน
ระบบย่อยอาหาร การทรงตัว การนอน และ อื่นๆ ก็เช่นกัน อะไรที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าธรรมชาติที่ร่างกายจะรับไหว ร่างกายจะออกอาการ
สมัยก่อน เราเดินเท้า รถม้า เรือ ข้ามทวีป ข้ามเส้นเวลา เราไม่เป็นอะไร เพราะระบบต่างๆของเราค่อยๆปรับ
วันที่เราเร่ง(หรือหน่วง)เวลาได้ 6 ชม. โดยเดินทางแค่ 10 ชม. ระบบต่างๆของร่างกายเราจะติงต๊อง หรือ ที่เรียกว่า jet lag
ถ้าเราไม่อยาก jet lag เราก็เดิน หรือ เดินทางด้วยเรือ
ถ้าแพ้(เมา)เครื่องบิน จะโทษเครื่องบิน มันก็ไม่ถูก เหมือน แพ้อาหารทะเล ถั่ว ผึ้ง ตะขาบ ฯลฯ ในเมื่อคนส่วนใหญ่เขาไม่แพ้กัน
------------------
รองเท้าเซฟตี้ Safety Shoes ยี่ห้อ Coverguard TOPAZ 9TOPL42 EUR 42 ใหม่ มีกล่อง นำเข้า
https://raka.is/r/3aQxx
------------------
ลดน้ำหนักก็เช่นกัน ค่อยๆลด ร่างกายบอกโอเค รับได้ ไม่ออกอาการติงต๊อง แต่ถ้าลดนน.เร็วไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม เร็วกว่าระบบร่างกายที่ถูกออกแบบมาให้รับได้ ร่างกายเราก็ฟ้อง
แต่ไม่ว่าลดน้ำหนักช้าหรือเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้น คือ มวลกล้ามเนื้อจะหายไปก่อนมวลไขมัน ไม่ต้องถามผมว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้น ผมไม่รู้ ผมรู้แต่มันเป็นแบบนั้น เหมือนรู้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเสมอ ... กล้ามเนื้อหายก่อนไขมันเสมอถ้านน.ลด
ลดนน.ช้า กล้ามเนื้อก็หายไปช้า ลดนน.เร็ว กล้ามเนื้อก็หายไปเร็ว
กล้ามเนื้อหายไป ไม่ใช่ความผิดของการลดนน.เร็ว ลดนน.ช้า มันก็หายไปช้าเหมือนกัน
วิธีแก้ ไม่ว่าจะลดนน.เร็ว หรือ ช้า คือ การเพิ่มกล้ามเนื้อ
no pain no gain ... ไม่มีทางลัดครับ ต้องยอมเจ็บตัว คือ ให้กล้ามเนื้อทำงานเกินขีดจำกัดเล็กน้อย พอให้ได้เจ็บๆปวดๆเมื่อยๆ ลุกโอย(เบา)นั่งโอย(เล็กๆ) ตอนนั้นแหละ ร่างกายจะบอกว่า ไม่ไหวแล้ว ต้องสร้างกล้ามเนื้อเพิ่ม
2-3 วันก็จะหายเจ็บๆปวดๆ แปลว่า ร่างกายสร้างมวลกล้ามเนื้อขึ้นแล้ว แล้วก็ต้องออกกำลังกายกล้ามเนื้อเพิ่มความเจ็บปวด (ซาดิสซ์เนอะ) ต่อไป เพราะเรากำลังลดน้ำหนัก ยิ่งลดนน.เร็ว ยิ่งต้องออกกำลังกล้ามเนื้อให้มาก ให้ร่างกายสร้างขึ้นให้ทันกับที่เสียไป
ที่สำคัญไม่แพ้กันคือวัตถุดิบที่ใช้สร้างกล้ามเนื้อ ... โปรตีน ... ยัดเข้าไป อัดเข้าไป กินเข้าไป
เมื่ออัดโปรตีนเข้าไปเยอะ ผลที่ได้จากการย่อยโปรตีน คือ กรด และ แอมโมเนีย เราก็ต้องกินน้ำมากๆ ไตจะได้ทำงานสะดวกสะบายหน่อย
เลิกดราม่ากันได้แล้วว่า ลดนน.เร็วๆวิธีนั้นวิธีโน้นแล้วกล้ามเนื้อลีบ ลดนน.ทุกแบบกล้ามเนื้อลีบหมดแหละ เพราะกล้ามเนื้อมันไปก่อนไขมันอยู่แล้ว แค่จะช้าจะเร็วเท่านั้นแหละ
พ่อน้องเฟิร์นและน้องภัทร
.
ถ้าจะซื้อของใน shopee หรือ lazada อยู่แล้ว เข้าทางนี้ (gate way) เลยครับ ก๊อปแปะใน browser ก็ได้ ผมจะได้ค่าคอมฯ ถือว่าช่วยผมจ่ายค่าเช่า host server ไม่ใช่คลิ๊กดูดเงินแน่นอนครับ ไม่ต้องกังวล …. ขอบคุณครับ
.
Shopee
raka.is/r/gP7GV
Lazada
raka.is/r/qlzXR