นักจิตวิทยา จิตแพทย์ เราคุยไรกัน
Quote from nongferndaddy on June 4, 2026, 20:44อย่างที่ทุกคนพอจะทราบ ผม(เสมือน)ถูกหวยรางวัลที่ 1 สองงวดซ้อน
มีลูก 2 คน เป็นผู้ป่วยจิตเวชทั้ง 2 คน หมอบอกว่าโอกาสน้อยกว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง 2 งวดติดกัน ...
ดังนั้นผมจึงคุ้นชินกับการเที่ยวไล้เทียวขื่อ(ไปๆมาๆ)กับ หมอจิตเวช นักจิตวิทยา และ รู้จักมักคุ้นยาจิตเวชหลากหลาย พอๆกับคนทั่วไปรู้จักยาพาราฯ และ เบตาดีน
วันนี้จะมาคุยให้ฟังว่า เวลาไปปรึกษาโน้นนี่ คำตอบมาตราฐานของจิตแพทย์ และ นักจิตบำบัด มีอะไรบ้าง
เริ่มแรกที่คำถามก่อน เรามักมีคำถามพื้นๆ ไม่กี่คำถาม เวลาไปพบจิตแพทย์ หรือ นักจิตบำบัด
- 1. มีปัญหา ... ทำอย่างไรดี
- 2. สิ่งที่ทำไปแล้ว แล้วผลที่ออกมาไม่ดี เราทำถูกต้องแล้วไหม
เอาอย่างหลังก่อน เพราะง่ายกว่า ...
"สิ่งที่ทำไปแล้ว แล้วผลที่ออกมาไม่ดี เราทำถูกต้องแล้วไหม"
เป็นคำถามเพื่อความสบายใจว่าที่เราทำไปแล้วแม้ว่าได้ผลไม่ดี แต่เราก็ทำถูกนะ แล้วเราอยากได้ใครสักคนเข้าข้างเราว่าเราทำถูกแล้ว
คำตอบกึ่งมาตราฐานของนักจิตฯหมอจิตฯเลย คือ เราโดนย้อนถามกลับ ...
1. ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เรายังจะทำแบบเดิมไหม แน่นอนว่า เราไม่อยากทำแบบเดิม จริงไหม เพราะทำแบบเดิม ก็ได้ผลแบบเดิม ซึ่งเราไม่ชอบ เราจึงมาจ่ายตังค์พบนักจิตฯพบหมอจิตฯ
เพื่อให้นักจิตฯหมอจิตฯยืนยันว่าเราทำถูกต้องแล้ว แล้วเราจะได้สบายใจ แต่เรากลับไม่ได้รับคำตอบยืนยันนั้น เรากลับได้คำถามกลับมาแทน
คำตอบ(ในใจเรา) คือ เราก็จะไม่ทำแบบเดิม งั้นเราจะทำอย่างไร ...
แต่ถ้าเราตอบว่า เรายังจะทำแบบเดิม เราก็จะโดนถามต่อว่า แล้วเราพอใจผลอย่างเดิมนั้นไหม ถ้าเราตอบว่าพอใจไม่มีปัญหาอะไร ก็จบตรงนั้น แต่ถ้าเราตอบว่า ไม่พอใจ เราก็จะโดนถามอีกว่า งั้นเราจะเปลี่ยนไปทำอย่างไรถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เพื่อให้ได้ผลที่เราพอใจ หรือ ดีกับทุกๆฝ่ายกว่านี้
หรือ
2. คำตอบอีกแบบหนึ่ง คือ ถ้าย้ายเหตุการณ์ไปในอนาคต ... ถ้าเราโตขึ้นกว่านี้ เป็นผู้ใหญ่ แก่กว่านี้ มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ มากกว่านี้ สุขุมนุ่มลึกมากกว่านี้ เราจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้
หรือ
3. ถ้าเรามีน้อง มีลูก หรือ คนที่เรานับถือว่าเราเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ เอาปัญหาเดียวกันนี้มาปรึกษาเราว่า เขาทำแบบนั้นไปแล้ว ได้ผลอย่างนั้น เขาทำถูกต้องไหม คุณจะให้คำปรึกษาเขาว่าอย่างไร
เทคนิคนี้เบสิกมาก นักจิตฯหมอจิตฯ จะไม่่ตอบตรงๆ จะย้อนถามเราว่า ...
- - ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เอาวันนี้ที่เราเห็นผลลัพท์ในอดีตแล้ว ไปตัดสินการกระทำที่เราทำเองในอดีต
- - ถ้าย้ายเวลาไปในอนาคตที่เรามีวัยวุฒิ คุณวุฒิ อายุมากขึ้น รอบคอบมากขึ้น
- - ถ้ามีคนที่รักนับถือเรามาปรึกษาเราในเรื่องเดียวกัน
------------------
ธุรกิจส่วนตัว เริ่ม ไม่ยาก โดย แจ๊ค ธนกฤต หนังสือมือสอง สภาพ 80%https://raka.is/r/wwwwa
------------------ต่อมาก็คำถามคลาสสิก
"ฉันมีปัญหา ... ทำอย่างไรดี"
นักจิตฯหรือหมอจิตฯก็จะถามว่า คุณรู้สึกอย่างไร คำตอบก็หลากหลายมาก แล้วแต่อะไรทำให้เราเสียตังค์มาพบนักจิตฯหรือหมอจิตฯ
ไม่ว่าตัวปัญาจะเป็นอะไร เช่น สอบตก สามีมีกิ๊ก ทะเลาะกับลูก สุดท้ายมันก็มาอยู่ที่คำถามง่ายๆว่า เรารู้สึกอย่างไร
เช่น กลัว เศร้า โกรธ เหงา ไร้ค่า ตื่นตกใจง่าย กังวล นอนไม่หลับ ฯลฯ ...
เขาก็จะถามเราไปเรื่อย เริ่มจากกว้างๆไปจนแคบเข้าๆ ต้อนไปต้อนมาเพื่อจะให้ไปจบแบบเจาะจงที่ว่า
1. เกิดอะไรขึ้น และ 2. เราคาดหวังอะไร
ปัญหาต้นตอจริงๆ คือ 1 มัน ไม่ใช่ 2 .. สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากให้เป็น
เสร็จแล้ว เราก็จะโดนถามว่า เราจะต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร เพื่อให้ตรงกับความคาดหวังเรา ... เราก็มักจะตอบว่า เราต้องการเปลี่ยนสิ่งนั้น สิ่งนี้ คนนั้น คนนี้
ทีนี้ก็เข้าทางนักจิตฯหมอจิตฯล่ะ เพราะเขาจะบอกว่า เราทำไม่ได้ เราเปลี่ยนโน้นนี่ไม่ได้
หมัดฮุกก็จะออกมาจังหวะนี้
แล้วคุณจะเปลี่ยนตัวคุณเองอย่างไรล่ะ เพื่อให้ผลเป็นอย่างที่คุณคาดหวัง (เพราะตัวคุณเองเป็นอย่างเดียวที่คุณเปลี่ยนได้นี่นา)
เราก็จะตอบไปต่างๆนาๆ เปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่ ทีนี่เราก็จะถูกถามให้จัดหมวดหมู่ว่า อะไรทำได้เลย เดี่ยวนี้ พรุ่งนี้ สัปดาห์นี้ และ อะไรทำได้เดือนหน้าและต่อๆไป
... แล้วก็มาจบที่ว่า งั้นเรามาสัญญากันนะว่า พรุ่งนี้เราจะเปลี่ยนข้อนั้นข้อนี้ แบบนี้แบบนั้น จังหวะนี้ นักจิตฯหรือหมอจิตฯ ก็จะช่วยตีกรอบนามธรรมของเราให้เป็นการกระทำให้ชัดเจน เป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น ทำตัวให้ดีขึ้น เป็นนามธรรม ก็ช่วยกลั่นออกมาว่า ดีขึ้นอย่างไร 1. ไม่พูดโกหก 2. พูดเพราะๆกับลูก เป็นต้น
แล้วนัดอีก 4 สัปดาห์ เรามาเจอกัน แล้วมาเล่าให้ฟังว่า เราทำอะไรได้ไม่ได้ และ มีอุปสรรคอย่างไร
... แล้วเวลาก็หมด เราก็ขอบคุณและไหว้นักจิตฯหรือหมอจิตฯ แล้วเดินออกไปจ่ายตังค์ที่แผนกการเงิน
ทีนี้ ถ้าเราเสียตังค์ไปแล้วหลายรอบ เราเปลี่ยนตัวเองหลายอย่างแล้ว ก็ยังไม่ได้อย่างที่เราคาดหวัง นักจิตฯหมอจิตฯก็จะบอกว่า งั้นเราลองลดความคาดหวังลงให้อยู่ในกรอบที่พอเป็นไปได้ เพื่อให้สิ่งที่เราหวังใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด
ถึงเราจะไม่หายอารมณ์ต่างๆที่เรามาหาหมอจิตฯตั้งแต่แรก (กลัว เศร้า โกรธ เหงา ไร้ค่า ตื่นตกใจง่าย กังวล ฯลฯ ...) แต่เราก็สบายใจขึ้นล่ะ
ผมว่า 80 - 90% ของบทสนทนาที่เรียกว่าบำบัดก็จะออกมาทำนองนี้แหละครับ 555
ผมไม่ได้ดูแคลนว่าเป็นนักจิตฯเป็นหมอจิตฯมันง่ายนะ มันยาก ยากมากๆด้วย แค่ผมเอาประสบการณ์จริงมาเล่าให้ฟัง ที่อาจจะดูว่าง่่ายเพราะปัญหาของผมไม่มันซับซ้อนก็ได้นะ (ฮา)
พ่อน้องเฟิร์นและน้องภัทร
.
ถ้าจะซื้อของใน shopee หรือ lazada อยู่แล้ว เข้าทางนี้ (gate way) เลยครับ ก๊อปแปะใน browser ก็ได้ ผมจะได้ค่าคอมฯ ถือว่าช่วยผมจ่ายค่าเช่า host server ไม่ใช่คลิ๊กดูดเงินแน่นอนครับ ไม่ต้องกังวล …. ขอบคุณครับ
.
Shopee
raka.is/r/gP7GV
Lazada
raka.is/r/qlzXR
อย่างที่ทุกคนพอจะทราบ ผม(เสมือน)ถูกหวยรางวัลที่ 1 สองงวดซ้อน
มีลูก 2 คน เป็นผู้ป่วยจิตเวชทั้ง 2 คน หมอบอกว่าโอกาสน้อยกว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง 2 งวดติดกัน ...
ดังนั้นผมจึงคุ้นชินกับการเที่ยวไล้เทียวขื่อ(ไปๆมาๆ)กับ หมอจิตเวช นักจิตวิทยา และ รู้จักมักคุ้นยาจิตเวชหลากหลาย พอๆกับคนทั่วไปรู้จักยาพาราฯ และ เบตาดีน
วันนี้จะมาคุยให้ฟังว่า เวลาไปปรึกษาโน้นนี่ คำตอบมาตราฐานของจิตแพทย์ และ นักจิตบำบัด มีอะไรบ้าง
เริ่มแรกที่คำถามก่อน เรามักมีคำถามพื้นๆ ไม่กี่คำถาม เวลาไปพบจิตแพทย์ หรือ นักจิตบำบัด
- 1. มีปัญหา ... ทำอย่างไรดี
- 2. สิ่งที่ทำไปแล้ว แล้วผลที่ออกมาไม่ดี เราทำถูกต้องแล้วไหม
เอาอย่างหลังก่อน เพราะง่ายกว่า ...
"สิ่งที่ทำไปแล้ว แล้วผลที่ออกมาไม่ดี เราทำถูกต้องแล้วไหม"
เป็นคำถามเพื่อความสบายใจว่าที่เราทำไปแล้วแม้ว่าได้ผลไม่ดี แต่เราก็ทำถูกนะ แล้วเราอยากได้ใครสักคนเข้าข้างเราว่าเราทำถูกแล้ว
คำตอบกึ่งมาตราฐานของนักจิตฯหมอจิตฯเลย คือ เราโดนย้อนถามกลับ ...
1. ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เรายังจะทำแบบเดิมไหม แน่นอนว่า เราไม่อยากทำแบบเดิม จริงไหม เพราะทำแบบเดิม ก็ได้ผลแบบเดิม ซึ่งเราไม่ชอบ เราจึงมาจ่ายตังค์พบนักจิตฯพบหมอจิตฯ
เพื่อให้นักจิตฯหมอจิตฯยืนยันว่าเราทำถูกต้องแล้ว แล้วเราจะได้สบายใจ แต่เรากลับไม่ได้รับคำตอบยืนยันนั้น เรากลับได้คำถามกลับมาแทน
คำตอบ(ในใจเรา) คือ เราก็จะไม่ทำแบบเดิม งั้นเราจะทำอย่างไร ...
แต่ถ้าเราตอบว่า เรายังจะทำแบบเดิม เราก็จะโดนถามต่อว่า แล้วเราพอใจผลอย่างเดิมนั้นไหม ถ้าเราตอบว่าพอใจไม่มีปัญหาอะไร ก็จบตรงนั้น แต่ถ้าเราตอบว่า ไม่พอใจ เราก็จะโดนถามอีกว่า งั้นเราจะเปลี่ยนไปทำอย่างไรถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เพื่อให้ได้ผลที่เราพอใจ หรือ ดีกับทุกๆฝ่ายกว่านี้
หรือ
2. คำตอบอีกแบบหนึ่ง คือ ถ้าย้ายเหตุการณ์ไปในอนาคต ... ถ้าเราโตขึ้นกว่านี้ เป็นผู้ใหญ่ แก่กว่านี้ มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ มากกว่านี้ สุขุมนุ่มลึกมากกว่านี้ เราจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้
หรือ
3. ถ้าเรามีน้อง มีลูก หรือ คนที่เรานับถือว่าเราเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ เอาปัญหาเดียวกันนี้มาปรึกษาเราว่า เขาทำแบบนั้นไปแล้ว ได้ผลอย่างนั้น เขาทำถูกต้องไหม คุณจะให้คำปรึกษาเขาว่าอย่างไร
เทคนิคนี้เบสิกมาก นักจิตฯหมอจิตฯ จะไม่่ตอบตรงๆ จะย้อนถามเราว่า ...
- - ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เอาวันนี้ที่เราเห็นผลลัพท์ในอดีตแล้ว ไปตัดสินการกระทำที่เราทำเองในอดีต
- - ถ้าย้ายเวลาไปในอนาคตที่เรามีวัยวุฒิ คุณวุฒิ อายุมากขึ้น รอบคอบมากขึ้น
- - ถ้ามีคนที่รักนับถือเรามาปรึกษาเราในเรื่องเดียวกัน
------------------
ธุรกิจส่วนตัว เริ่ม ไม่ยาก โดย แจ๊ค ธนกฤต หนังสือมือสอง สภาพ 80%
https://raka.is/r/wwwwa
------------------
ต่อมาก็คำถามคลาสสิก
"ฉันมีปัญหา ... ทำอย่างไรดี"
นักจิตฯหรือหมอจิตฯก็จะถามว่า คุณรู้สึกอย่างไร คำตอบก็หลากหลายมาก แล้วแต่อะไรทำให้เราเสียตังค์มาพบนักจิตฯหรือหมอจิตฯ
ไม่ว่าตัวปัญาจะเป็นอะไร เช่น สอบตก สามีมีกิ๊ก ทะเลาะกับลูก สุดท้ายมันก็มาอยู่ที่คำถามง่ายๆว่า เรารู้สึกอย่างไร
เช่น กลัว เศร้า โกรธ เหงา ไร้ค่า ตื่นตกใจง่าย กังวล นอนไม่หลับ ฯลฯ ...
เขาก็จะถามเราไปเรื่อย เริ่มจากกว้างๆไปจนแคบเข้าๆ ต้อนไปต้อนมาเพื่อจะให้ไปจบแบบเจาะจงที่ว่า
1. เกิดอะไรขึ้น และ 2. เราคาดหวังอะไร
ปัญหาต้นตอจริงๆ คือ 1 มัน ไม่ใช่ 2 .. สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากให้เป็น
เสร็จแล้ว เราก็จะโดนถามว่า เราจะต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร เพื่อให้ตรงกับความคาดหวังเรา ... เราก็มักจะตอบว่า เราต้องการเปลี่ยนสิ่งนั้น สิ่งนี้ คนนั้น คนนี้
ทีนี้ก็เข้าทางนักจิตฯหมอจิตฯล่ะ เพราะเขาจะบอกว่า เราทำไม่ได้ เราเปลี่ยนโน้นนี่ไม่ได้
หมัดฮุกก็จะออกมาจังหวะนี้
แล้วคุณจะเปลี่ยนตัวคุณเองอย่างไรล่ะ เพื่อให้ผลเป็นอย่างที่คุณคาดหวัง (เพราะตัวคุณเองเป็นอย่างเดียวที่คุณเปลี่ยนได้นี่นา)
เราก็จะตอบไปต่างๆนาๆ เปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่ ทีนี่เราก็จะถูกถามให้จัดหมวดหมู่ว่า อะไรทำได้เลย เดี่ยวนี้ พรุ่งนี้ สัปดาห์นี้ และ อะไรทำได้เดือนหน้าและต่อๆไป
... แล้วก็มาจบที่ว่า งั้นเรามาสัญญากันนะว่า พรุ่งนี้เราจะเปลี่ยนข้อนั้นข้อนี้ แบบนี้แบบนั้น จังหวะนี้ นักจิตฯหรือหมอจิตฯ ก็จะช่วยตีกรอบนามธรรมของเราให้เป็นการกระทำให้ชัดเจน เป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น ทำตัวให้ดีขึ้น เป็นนามธรรม ก็ช่วยกลั่นออกมาว่า ดีขึ้นอย่างไร 1. ไม่พูดโกหก 2. พูดเพราะๆกับลูก เป็นต้น
แล้วนัดอีก 4 สัปดาห์ เรามาเจอกัน แล้วมาเล่าให้ฟังว่า เราทำอะไรได้ไม่ได้ และ มีอุปสรรคอย่างไร
... แล้วเวลาก็หมด เราก็ขอบคุณและไหว้นักจิตฯหรือหมอจิตฯ แล้วเดินออกไปจ่ายตังค์ที่แผนกการเงิน
ทีนี้ ถ้าเราเสียตังค์ไปแล้วหลายรอบ เราเปลี่ยนตัวเองหลายอย่างแล้ว ก็ยังไม่ได้อย่างที่เราคาดหวัง นักจิตฯหมอจิตฯก็จะบอกว่า งั้นเราลองลดความคาดหวังลงให้อยู่ในกรอบที่พอเป็นไปได้ เพื่อให้สิ่งที่เราหวังใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด
ถึงเราจะไม่หายอารมณ์ต่างๆที่เรามาหาหมอจิตฯตั้งแต่แรก (กลัว เศร้า โกรธ เหงา ไร้ค่า ตื่นตกใจง่าย กังวล ฯลฯ ...) แต่เราก็สบายใจขึ้นล่ะ
ผมว่า 80 - 90% ของบทสนทนาที่เรียกว่าบำบัดก็จะออกมาทำนองนี้แหละครับ 555
ผมไม่ได้ดูแคลนว่าเป็นนักจิตฯเป็นหมอจิตฯมันง่ายนะ มันยาก ยากมากๆด้วย แค่ผมเอาประสบการณ์จริงมาเล่าให้ฟัง ที่อาจจะดูว่าง่่ายเพราะปัญหาของผมไม่มันซับซ้อนก็ได้นะ (ฮา)
พ่อน้องเฟิร์นและน้องภัทร
.
ถ้าจะซื้อของใน shopee หรือ lazada อยู่แล้ว เข้าทางนี้ (gate way) เลยครับ ก๊อปแปะใน browser ก็ได้ ผมจะได้ค่าคอมฯ ถือว่าช่วยผมจ่ายค่าเช่า host server ไม่ใช่คลิ๊กดูดเงินแน่นอนครับ ไม่ต้องกังวล …. ขอบคุณครับ
.
Shopee
raka.is/r/gP7GV
Lazada
raka.is/r/qlzXR