Covid 19 ตระหนัก แต่อย่าตระหนก เบี้ยประกันโควิด 19 บอกอะไรเรา – ขอร่วมกระแสนิดนึงในฐานะของสมาชิกหนึ่งของสังคมข่าวสารที่ไหลบ่ามาจนท่วม
ถ้าข้อมูลข่าวสาร (ไม่ใช่การระบาดนะครับ) เรื่องโควิด 19 นี้เป็นน้ำท่วม ป่านนี้บางพื้นที่คงมิดหลังคาบ้าน มีทั้งน้ำดีน้ำไม่ดี ยังไม่นับขยะที่ลอยมาตามน้ำ ก็ต้องคอยช้อนเอาขยะออกไปเป็นระยะๆ
วันนี้เลยขอตามกระแสหน่อยนึง เมื่อสับดาห์ที่แล้วมีข่าวประกันสุขภาพเฉพาะโควิด 19 ออกมาจากหลายๆบ.ประกันฯ ทำให้ผมมาฉุกคิดว่า เอ๊ะ เบี้ยประกันประมาณนี้ มันหมายความว่าอะไร
Covid 19 ตระหนัก แต่อย่าตระหนก
เบี้ยประกันโควิด 19 บอกอะไรเรา
ประกันความเสี่ยงก็เหมือนเจ้ามือบ่อนที่ถูกกฏหมาย
สมมุติว่าผมตั้งตัวเป็นเจ้ามือแทงลูกเต๋า 6 หน้า โอกาสออกหน้าใดหน้าหนึ่งก็รู้ๆกันอยู่ 1/6
ผมคิดค่าแทง 1 บาท ถ้าคุณแทงถูกผมจ่าย 6 บาท ถ้าผมหาคนมาเล่นได้ 6 คน ผมก็จะไม่ได้อะไรเลย จริงไหมครับ
แต่ถ้าผมคิดค่าประกอบการ + กำไร บ่อนผมตาล่ะ 3 บาท นั่นคือคุณจ่ายค่าแทง 1.5 บาท ผมก็ไปหาคนมาเล่น 6 คน ผมก็จะมีรายได้ 9 บาท พอมีคนถูก ผมจ่าย 6 บาท ผมก็จะมีค่าประกอบการ+ กำไร 3 บาท ตามที่อยากได้
อีกเงื่อนไขคือ 6 คนต้องแทงกันล่ะ 1 หน้านะ ไม่ซ้ำกัน
ในทางกลับกัน
-------------------------------------------------------
ไม่พลาด ข่าวสาร บทความ ความรู้ ประกาศตำแหน่งงานว่าง และ อื่นๆ
กรอก ชื่อ และ อีเมล์ ในแบบฟอร์มข้างล่าง จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ ... อ้อ ... อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น
ถ้าผมคิดค่าแทงเท่าเดิม ตาล่ะ 1 บาท เงื่อนไขเดิม ทายถูกจ่าย 6 บาท แต่ผมไปหาคนมาเล่นได้ 12 คน ผมก็จะมีรายได้ตาล่ะ 12 บาท พอมีคนแทงถูก ผมจ่าย 6 บาท ผมก็ยังมีค่าประกอบการ + กำไร 6 บาท
บ่อนข้างๆเอามั่ง ผมจะทำไงล่ะ ผมก็ต้องลดค่าแทงลงเพื่อแข็งขันให้ได้ โดยมีลูกค้าเท่าเดิม (12 คน) สมมติว่าผมลดเหลือตาล่ะ 0.75 บาท 12 คน ผมก็มีรายได้ 9 บาท จ่ายคนแทงถูก 6 บาท ผมก็ยังเหลือ ค่าประกอบการ + กำไร อีก 3 บาท
ดังนั้น จะเห็นว่า ค่าแทงแต่ล่ะครั้งสะท้อนอะไรครับ
- อัตราความเสี่ยง (กรณีลูกเต๋า 1/6) หรือ เรียกง่ายๆความ ความเสี่ยง
- เงินค่าแทงที่เก็บได้ทั้งหมดพอจะจ่ายคนที่แทงหนักสุดได้ไหม นั่นคือ จำนวนคนเล่นที่เจ้าของบ่อนคาดหวัง x ค่าแทงต่อคน ต้องพอจ่ายถ้าคนแทงหนักสุดแทงถูก แล้วยังเหลือเป็นค่าประกอบการ + กำไร
- ค่าประกอบการ + กำไร
จึงเป็นได้ชัดว่า ค่าแทง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าแทงถูกแล้วจะเอาไปทำอะไร จะเอาไปกินเหล้า เอาไปรักษาความเจ็บป่วย หรือ จ่ายค่าเทอม

ประกันโควิค 19
จ่าย 450 ต่อ ปี ตรวจเจอจ่ายเลย 100,000 นึง (0.45%)
จ่าย 850 ตายเพราะโควิค 19 จ่าย 1,000,000 (0.085%)
… และ อื่นๆอีกมาก
https://www.wealthythai.com/web/contents/WT200200283
เมื่อเทียบกับอัตราเสี่ยงอื่นๆแล้วเป็นไง ลองดูเทียบกับแบบระยะเวลาคุ้มครองจำกัด 5 ปี เสียชีวิตทุกกรณี ซึ่งเป็นการประกันที่เป็นการประกันที่สุดแล้ว (ไม่แฝงพ่วงการออม หรือ การลงทุน) ค่าแทงจะอยู่ที่ล้านล่ะ 9,000 – 15,000 (0.9 – 1.5%) ขึ้นกับอายุ เพศ อาชีพ และ สุขภาพ
ถ้าดูเบี้ยประกันโรคร้ายแรง (มะเร็ง โรคไต บลาๆ) ค่าแทงจะอยู่ที่ล้านล่ะ หมื่นหน่อยๆ ไปยันแสน ต่อปี ขึ้นกับอายุ เพศ สุขภาพ (ก็ราวๆ 1% – 10%)
จากหลักการคำนวนค่าแทง (เบี้ยประกัน) จะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็น ลูกเต๋า ไพ่ โควิด 19 โรคร้ายแรง หรือ เสียชีวิตทุกกรณี ก็ไม่ต่างกัน มันก็คือ ตารางความเสี่ยงนั่นเอง เงินที่ได้จากการแทง จะเอาไปทำอะไร ก็ไม่ใช่ประเด็น การประกันเป็นเรื่องของการกระจายความเสี่ยงล้วนๆ
ตระหนัก แต่ อย่าตระหนก
จึงเห็นได้ชัดว่า เมื่อเทียบกับอะไรๆเสี่ยงๆที่เกิดขึ้นกับเราทุกวี่วันแล้ว อัตราเสี่ยงมันไม่ได้มากกว่าเลย ยิ่งไปเทียบกับอุบัติเหตุบนท้องถนนจากการขับมอเตอร์ไซด์ ซ้อนมอเตอร์ไซด์ไม่สวมหมวกกันน็อค ข้ามถนนใต้สะพานลอยแล้ว เทียบกันไม่ติดเลย
ประกันอะไรกันแน่
ไหนๆก็ไหนๆ ขอแฉลบนอกเรื่องหน่อย เราใช้คำว่าประกันผิดมาตลอดในความคิดผม เพราะเราไม่ได้ประกันชีวิต สุขภาพ อุบัติเหตุ โควิค 19 โรงร้ายแรง ฯลฯ อะไรเลย เราประกันแค่ 2 อย่าง (ไม่ว่าจะเรียก insurance หรือ assurance)
- ประกันรายได้ที่หายไปโดยไม่คาดคิด จากการไม่มีชีวิตของคนที่ทำให้เกิดรายได้นั้น
- ประกันรายจ่ายที่ไม่คาดคิด จากการจ่ายค่าซ่อมสุขภาพ
ซึ่ง …
- ถ้าประกันชีวิตจริงๆ เราต้องดำเนินชีวิตอยู่ในความไม่ประมาท
- ถ้าประกันสุขภาพจริงๆ เราต้อง กินอาหารให้ถูกหลักโภชนา กินให้หลากหลาย ออกกำลังกาย ฯลฯ
- ถ้าประกันอุบิตเหตุจริงๆ ต้องใส่หมวกกันน็อก มีสติ ไม่ประมาท รู้ตัวเสมอว่ากำลังทำอะไร ไม่ดื่มแล้วขับ ฯลฯ
ดังนั้น … ถ้าจะประกันโควิค 19 จริงๆ ก็ต้องปฏิบัติตัวให้เคร่งครัดกับคำแนะนำต่างๆ เช่น กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ฯลฯ … นี่ต่างหากที่เป็นการทำประกันอย่างแท้จริง
ใครควรทำประกันอะไร
ถ้าเราเข้าใจหลักการประกันจริงๆแล้ว เราจะตอบได้เลยว่า
- ประกันรายได้ที่หายไปโดยไม่คาดคิด จากการไม่มีชีวิตของคนที่ทำให้เกิดรายได้นั้น – ประกันคนที่สร้างรายได้ คนที่ไม่สร้างรายได้ ไม่ต้องประกันชีวิต เช่น ลูก เด็กๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
- ประกันรายจ่ายที่ไม่คาดคิด จากการซ่อมสุขภาพ – ประกันคนที่ค่าซ่อมสุขภาพเยอะๆ โดยเฉพาะเด็กๆ และ คนชรา คนที่สร้างรายได้ (เพราะคนที่สร้างรายได้ถ้าป่วยไข้ อุบัติเหตุ ก็ไม่มีรายได้) ก็ทุกคนนั่นแหละ เพราะทุกคนต้องป่วย ต้องไม่สบายบ้าง
ในที่นี้ผมไม่พูดถึงประกันที่เอา การออม การลงทุนมาพ่วงนะ นั่นไปว่ากันอีกเรื่อง เพราะไม่ใช่ประกันในความหมายของประกันจริงๆ
สรุป
ใช้ชีวิตอย่างมีสติ รอบคอบ ไม่ประมาท ส่วนจะประกันชีวิตถ้าตายจากโควิด 19 หรือ ป่วยไข้จาก โควิด 19 นั้น ก็ประกันได้ แต่ขอให้มีสติ เช่น ถ้ามีประกันประเภทตายจ่ายทุกกรณีอยู่แล้ว และ เราก็คิดว่าพออยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปทำเฉพาะโควิค 19 เพิ่มอย่างตระหนก แต่ถ้าคิดว่าทุนประกันเริ่มไม่พอ เพราะภาระมากขึ้น จะมีลูกเพิ่มอีกคน หรือ เสี่ยงมากขึ้น เป็นหมอต้องไปทำงานแนวหน้า ฯลฯ ก็ไปทำประกันเพิ่มก็ไม่ว่ากัน
ข้อสำคัญ ขีดเส้นใต้สองเส้น “มีสติ ทำอย่างตระหนัก อย่าทำอย่างไร้สติ เพราะตระหนก”
สมมุติว่า เราผลิตน้ำมันได้ 50 บาร์เรลต่อวัน เราจะได้เงินเท่าไรต่อวันครับ
——————————————–
recta sapere
เมื่อหลายวันก่อน นั่งรถเมล์ผ่านที่ไหนสักที่ จำไม่ได้ เห็นป้ายผ้าริมถนน เขียนเชิญชวนให้เลือกคนในสำหรับตำแหน่งอะไรสักอย่างที่เดาว่ากำลังมีการเลือกตั้ง ชิง แข่งขันกันในหน่วยงานหรือบ.หนึ่งนี่แหละ
ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาว่า ปัญหาเรื่องการเอาคนในหรือคนนอกเข้ามาบริหารงานนี่เป็นเรื่องเก่าแก่ จริงๆ อาจจะมีมาตั้งแต่สมัยโรมันฯ หรือ กรีก โบราณนู้นแน่ะ เป็นเหมือนกันหมด ตั้งแต่ สังคมที่ไม่เป็นทางการอย่างเพื่อนฝูง หน่วยงานเล็กๆในบริษัทห้างร้าน ไปยันผู้บริหารประเทศ
อีกหน่อยเราติดต่อมีสังคมกับกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกได้ แบบ Startrek ก็คงมีปัญหาการเลือกผู้นำโลกคนในที่เป็นมนุษย์โลก หรือ ผู้นำโลกที่เป็นคนนอกโลกที่ไม่ใช่มนุษย์โลก 555 🙂
เห็นไหมครับ ปัญหานี้มันมีทุกขนาดทุกสเกล … ตราบใดที่เราอยู่ร่วมกันเป็นสังคม และ จำเป็นต้องมีผู้นำ
- ใครอยากให้คนในเข้ามา ก็จะบอกข้อดีของคนใน และ ข้อเสียของคนนอก
- ใครอยากให้คนนอกเข้ามา ก็จะบอกข้อดีของคนนอก และ ข้อเสียของคนใน
ซึ่งเราก็รู้ๆดีกันอยู่ เหมือนเปิดตำราพูดว่าข้อดีข้อเสียของทั้งคู่คืออะไร เป็นเรื่องสามัญสำนึกน่ะ
วิธีจัดการกับปัญหานี้ มีทั้งแบบสันติวิธี ผ่านระบบการตัดสินใจที่สังคมกลั่นกรองเลือกมาแล้วว่าจะใช้ระบบนี้กระบวนการนั้น ไปยันใช้กำลังหัวแม่โป้ง (กูหญ่ายยยย)
ผมกำลังจะบอกว่า ไม่ว่าคนนอกหรือคนใน ถ้าทำงาน บริหารงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร กลุ่มก้อน ที่ตัวเองทำงานให้ อย่างสุจริตแล้วล่ะก็ ผมว่าดีทั้งนั้น เพราะไม่จำเป็นหรอก ที่คนในจะทำงานเพื่อกลุ่มก้อนของตัวเองอย่างแท้จริง และ ไม่จำเป็นที่คนนอกจะทำงานเพื่อผลประโยชน์ของคนนอก เสมอไป ตัวอย่างในชีวิตจริงก็มีให้เห็นมากมาย …
ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ
(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)
https://raka.is/r/qlzXR |
https://raka.is/r/gP7GV |
https://raka.is/r/qlzXR
https://raka.is/r/gP7GV