ต้องจ้างคนไทย บนแท่นผลิตฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เป็นเงื่อนไขของการประมูล เอราวัณ บงกช รอบนี้ครับ ถามว่า เงื่อนไขแบบนี้ เป็นเรื่องใหม่ไหม กีดกันใครหรือเปล่า ยุติธรรมไหม จำกัดการแข่งขันหรือไม่
เป็นเรื่องใหม่หรือไม่
ตอบได้ทันทีครับว่า เงื่อนไขแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดครับ เป็นเรื่องธรรมด๊าธรรมดา ประเทศไหนๆเขาก็มีกันครับ ของเรายังกำหนดเรื่องพวกนี้น้อยเกินไปด้วยซ้ำ (ความเห็นส่วนตั๊วส่วนตัว)
ศัพท์ที่ฟังแล้วลื่นหูหน่อยก็คือ local content แปลว่า ต้องมีการใช้ วัตถุดิบ สินค้า บริการ และ การจ้างงานภายในประเทศที่บ.เอกชน (ไม่ว่าต่างชาติหรือชาติเดียวกัน)จะเข้ามาทำมาหารัปทาน
จะมีสัดส่วนแต่ล่ะรายการอย่างน้อยเท่าไร ก็ว่าไป เช่น วัตถุดิบ สินค้า บริการ และ การจ้างงานภายในประเทศ อย่างจะกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ว่าไป แต่ล่ะรายการอาจจะเท่ากันหรือไม่เท่ากัน ก็ขึ้นกับลักษณะอุตสาหกรรม และ นโยบายของรัฐฯนั่นๆ
เช่น ที่มีข่าวคราวกันไปไม่นานนี้ก็เรื่องการจ้างงานวิศวกรไทยในโครงการรถไฟฟ้าแรงสูงของจีนที่จะเข้ามาลงทุนในไทย (เอ่ยชื่อประเทศได้ เพราะมีข่าวออกสื่อมาจริงๆ)
โดยมากเหตุผล(ข้ออ้าง)พื้นๆ ก็คือ local content นั้นๆ ไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนข้ออ้างนี้ บางครั้งก็จริง แต่บางครั้งก็ไม่จริง ก็ต้องไปพิสูจน์กันอย่างเป็นวิทยาศาสตร์กันไปเป็นกรณีๆไป
ในวงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมต้นน้ำก็เช่นกันครับ ต่างประเทศ เวลาเราไปประมูลได้มา ก็ต้องเคารพกฏเกณฑ์ของเจ้าของบ้าน ถ้าเราไม่ชอบใจ ไม่โอเค เราก็ไม่ร้องไปร้องแรกแหกกระเฌออะไร
เราก็แค่ไม่เข้ารวมประมูล ก็เท่านั้น บ้านเขา ก๊าซเขา น้ำมันเขา ทรัพยากรปู่ย่าตายายเขา เขาก็กำหนดกติกาได้ แต่ถ้าเขากำหนดกติกาที่ไม่สมเหตุผล เว่อร์วังอลังการ ก็ไม่มีเอกชนเข้ารวมประมูลเองแหละ
มันก็เป็นเช่นนั้นของมันเอง
-------------------------------------------------------
ไม่พลาด ข่าวสาร บทความ ความรู้ ประกาศตำแหน่งงานว่าง และ อื่นๆ
กรอก ชื่อ และ อีเมล์ ในแบบฟอร์มข้างล่าง จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ ... อ้อ ... อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น
โครงการเงินกู้ของหลายๆประเทศที่เจริญแล้วที่ให้กับประเทศที่กำลังพัฒนาก็เช่นกัน ให้กู้เพื่อนั่นเพื่อนี่ โดยมากก็เพื่ออุตสาหกรรมที่ตนเองถนัดและได้เปรียบ
แหม … ดอกเบี้ยต่ำเชียว แต่กำหนดไว้ในเงื่อนไขเงินกู เอ๊ย เงินกู้ ว่า ต้องใช้ content (เทคโนโลยี วัตถุดิบ สินค้า บริการ และ การจ้างงาน) ของประเทศผู้ให้กู้อย่างล่ะ กี่เปอร์เซ็นต์
นั้นคือการขยายอุตสาหกรรมที่อิ่มตัวแล้วของประเทศตัวเองไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาแบบตรงๆ เงินกู้ที่ให้ไป ก็ไหลกลับเข้ามาประเทศตัวเองอยู่ดี ทำนอง อัฐยายซื้อขนมยาย
แต่มองอีกด้าน มันก็ win-win เพราะประเทศที่กำลังพัฒนา (คนจน) ก็ไม่มีทางเลือกอะไรมาก ขายผลิตผลทางการเกษตรไปจ่ายดอกเงินกู้เพื่อให้ได้มาซึ่ง สาธารณูปโภค และ โครงสร้างพื้นฐาน ในยุคก่อร่างสร้างตัว
แล้วแบบนี้เวลาที่ประเทศที่กำลังพัฒนาเอาทรัพยากร สมบัติบรรพบุรุษออกประมูลให้ทำมาหากิน ประเทศเจ้าของทรัพยากรก็ความมีสิทธิกำหนดซิครับว่า ต้องให้ลูกหลานเหลนโหลนเขามีงานทำ (นะจ๊ะ)
สรุป เรื่อง local content นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
กีดกันใครหรือเปล่า
แน่นอนครับว่า กีดกันแน่ๆ กีดกันบ.เอกชนที่จะขนทุกอย่างมากอบโกย
เอาว่า ผมคนนึงล่ะที่ชูจั๊กแร้เชียร์สุดลิ่มทิ่มประตูเรื่องนี้ ผมไม่ต้องการให้คนต่างชาติมากอบโกยสมบัติบรรพบุรุษไป โดยพวกเราไม่ได้อะไรเลย เดินเข้าไปในแคมป์ก่อสร้าง (แม่ม) มีแต่ต่างคนชาติตั้งแต่งานคนขนขยะ คนถูพื้น ไปยันซีอีโอนั่งห้องแอร์ในกรุงเทพ สินค้า และ บริการ ก็ขนมาจากบ.แม่จากต่างประเทศ …. ไม่ปลื้ม บอกเลย …
ยุติธรรมไหม
ขึ้นกับว่าจะมองว่า “ยุติธรรมกับใคร” เราต้องการ free market หรือ fair market ครับ ชกมวย ยกน้ำหนัก กีฬาทุกประเภท ยังต้องมีรุ่น มีดิวิชั่น แข่งกอล์ฟ ยังมี handicap (แต้มต่อ) … การทำธุรกิจก็เช่นกันครับ
จำกัดการแข่งขันหรือไม่
ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ในประเด็นนี้ ผมว่า ไม่จำกัดการแข่งขันครับ
การจำกัดการแข่งขัน จะเกิดขึ้น เมื่อผู้ออกกติกาการแข่งขันที่สูงเกินจริง หรือ เอื้อให้กับผู้เข้าแข่งขันบางกลุ่มบางพวก เช่น ต้องใช้เทคโนโลยีจากประเทศหนึ่งประเทศใด แบบนี้จึงจะเรียกว่าการจำกัดการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม จำนวนเปอร์เซ็นต์ local content จะต้องกำหนดให้สมเหตุผล ไม่ใช่ว่า ประเทศเพิ่งหลุดจากภาวะความยากจน ผลิตช่างเทคนิคและวิศวกรรวมกันทั้งประเทศได้ปีล่ะแค่ 1000 คน แต่โครงการมหึมาใช้วิศวกร+ช่างเทคนิค 900 คน แล้วจะไปกำหนดเปอร์เซ็นต์ local content หมวดการจ้างช่างเทคนิคสูงๆ มันก็ใช่เรื่อง
แบบนี้ ก็ไม่มีคนยื่นซองลงแข่งขัน
ในเรื่องนี้ นอกจากจะมีประโยชน์ต่อประเทศเจ้าของทรัพยากรในด้านการจ้างงานแล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านการถ่ายทอดประสบการณ์ ความสามารถในการทำงานด้วย และ ต่อเนื่องไปถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวด้วย
ในบางประเทศที่ผมเคยไปทำงานด้วย นอกจากจะกำหนดเป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ของการจ้างงานแล้ว เขายังกำหนดละเอียดเลยว่า อาชีพไหนระดับไหน อย่างล่ะกี่เปอร์เซ็นต์ และ ต้องเลื่อนขึ้นไปรับผิดชอบในงานที่สูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป อย่างล่ะเท่าไรอย่างไร เพื่อป้องกันบ.ต่างชาติที่หัวหมอ จ้างคนของประเทศนั้นๆ ไปนั่งตบยุง ไปเป็นคนขับรถ คนส่งเอกสาร เป็นต้น
ขออย่างเดียว ผู้คุ้มกฏเอาจริงจังกับเงื่อนไขนี้แค่ไหน
ความเป็นจริงทางปฏิบัติ
จะบอกว่า เงื่อนไขข้อนี้ ไม่มีผลทางปฏิบัติเท่าไรสำหรับกรณีแท่นผลิตในอ่าวฯของเรา เพราะตอนนี้ แต่ล่ะแท่นผลิตในอ่าวของเรา มีแต่คนไทยทั้งนั้นครับ หาต่างชาติให้ฝึก speak ภาษาอังกฤษได้ยากครับ 555
ปัจจัยหนึ่งคือ คนไทยเราเก่ง มีความสามารถ มากครับ ใช้ความสามารถ ความเก่งทางการทำงาน เลื่อนขาเก้าอี้ เสียบแทนต่างชาติหมดแล้วแทบทุกงาน และ อีกปัจจัยคือ ราคาน้ำมันแบบนี้ จ้างต่างชาติไม่ไหว 555 🙂
ผมไม่ห่วงเรื่องชาวต่างชาติมาแย่งงานคนไทย(บนแท่นผลิตฯ)หรอกครับ คนไทยเรากันเองนี่แหละ เก่งๆกันเยอะครับ แย่งงานกันเอง
จะบอกให้เลยว่า ภรรยาฝรั่งมาปรึกษาหลังไมค์หลายคน อยากให้สามีทำงานในอ่าว ขอค่าตัวเท่าคนไทย ก็ยังเอา
…. จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจตรงที่ถูกต้อง ตรงกัน และ สกัด ประเด็นดราม่า
เอาล่ะ ไปอ่านข่าวกันได้ครับ
——————————————————
ต้องจ้างคนไทย
กำหนดเงื่อนไขผู้ร่วมประมูล เอราวัณ บงกช ต้องจ้างคนไทย บนแท่นผลิต ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
ที่มา http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1205
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเผยมีข้อกำหนดเป็นเงื่อนไขให้บริษัทผู้เข้าร่วมประมูลแหล่งสัมปทานสิ้นสุดอายุ ทั้งเอราวัณและบงกช จะต้องรับพนักงานคนไทยที่ทำงานอยู่บนแท่นผลิตในอ่าวไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เพื่อเป็นหลักประกันให้ยังมีการจ้างงานคนไทยต่อไป
นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า พนักงานคนไทยที่ทำงานอยู่บนแท่นผลิตกลางอ่าวไทย ทั้งที่อยู่ในส่วนของพื้นที่สัมปทานปิโตรเลียม แหล่งเอราวัณ และบงกช ไม่ต้องมีความกังวลใจว่าจะได้ทำงานต่อไปหรือไม่ หลังสิ้นสุดอายุสัมปทานของทั้ง2 แหล่งในปี 2565 และ2566
เนื่องจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้มีกำหนดไว้ในเงื่อนไขการประมูลเพื่อให้เอกชนได้สิทธิในการบริหารจัดการสัญญาร่วมกับรัฐภายใต้ระบบแบ่งปันผลผลิต ทั้งในส่วนของแหล่งเอราวัณและบงกช แล้วว่า เอกชนผู้เข้าร่วมประมูล จะต้องรับพนักงานคนไทยที่มีประสบการณ์ทำงานอยู่บนแท่นผลิตเดิมของทั้งเอราวัณและบงกช ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 80% โดยเอกชนสามารถที่จะเสนอรับพนักงาน ในสัดส่วนที่สูงกว่าที่รัฐกำหนดก็ได้
นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ธุรกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย ทั้งแหล่งเอราวัณและบงกช ในช่วงที่ผ่านมาช่วยให้เกิดการพัฒนาบุคลากรคนไทยที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปทำงานบนแท่นผลิตปิโตรเลียม ทดแทนชาวต่างประเทศ ได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าเอกชนรายใดจะได้สิทธิเข้ามาบริหารจัดการภายหลังจากสิ้นสุดอายุสัมปทาน ก็จะยังมีการจ้างงานคนไทยเป็นส่วนใหญ่อยู่เช่นเดิม
สำหรับความคืบหน้าในการออกทีโออาร์ ประมูลแหล่งเอราวัณ บงกช นั้น ก็ยังอยู่ในกรอบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ “ข่าวเช้าไทยรัฐ” ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะสามารถออกหนังสือเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมแข่งขันประมูลทีโออาร์ได้ช่วงปลาย เม.ย.นี้
บทความเกี่ยวเนื่องครับ
ประมูลสัมปะทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 … เหลียวมองข้างหลังก่อนจะก้าวไปข้างหน้า
แลหลัง ก่อนก้าว(ไปข้าง)หน้า …. Thailand (III) Plus
ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ
(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)
https://raka.is/r/qlzXR |
https://raka.is/r/gP7GV |
https://raka.is/r/qlzXR
https://raka.is/r/gP7GV