การสำรวจ และ ผลิตปิโตรเลียมทำให้แผ่นดินทรุดหรือไม่

2. การสำรวจ และ ผลิตปิโตรเลียมทำให้แผ่นดินทรุดหรือไม่

การผลิตปิโตรเลียม จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาการทรุดตัวของแผ่นดิน เนื่องจากปิโตรเลียมอยู่ในรูพรุนระหว่างเม็ดทราย หรือรอยแตกขนาดเล็กในชั้นหินแข็ง ที่ระดับความลึกมากกว่า 1,000 – 3,000 เมตร มิใช่เป็นโพรงหรือแอ่งใต้ดินดังที่หลายคนเข้าใจ ชั้นหินแข็งมีโครงสร้างที่แข็งแรงมากเพราะต้องรับน้ำหนักกดทับกว่า 2,600 – 7,800 ตันต่อตารางเมตร ในการผลิตน้ำมันดิบ จะสามารถสูบน้ำมันดิบขึ้นมาได้ประมาณ ร้อยละ 10-15 ของปริมาณที่สะสมในชั้นหินกักเก็บเท่านั้น เนื่องจากมีแรงต้านจากความข้นหนืดของน้ำมันดิบ แล ะแรงตึงผิวตามธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน น้ำที่แทรกอยู่ในชั้นหินจะไหลซึมเข้ามาแทนที่น้ำมันดิบ ชั้นหินแข็งเป็นโครงสร้างค้ำยันที่แข็งแรงจึงไม่เกิดการทรุดตัวของแผ่นดินจากการผลิตปิโตรเลียม

ซึ่งแตกต่างจากกรณีของน้ำบาดาลซึ่งอยู่ในชั้นทรายระดับตื้น (50 – 200 เมตร) ที่ยังไม่แข็งตัว เมื่อมีการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้มากเกินไป และมากกว่าอัตราการไหลซึมของน้ำเข้าแทนที่ช่องว่างของเม็ดทรายในชั้นน้ำบาดาลจึงทำให้เกิดการอัดตัวของชั้นทรายและส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของแผ่นดินในบริเวณดังกล่าว

ที่มา http://www.dmf.go.th//file/QA_EPThai.pdf

(เรื่องนี้คนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ แต่ก็ไม่ได้โทษใคร เพราะตามปกติคนเรามักจะใช้ตรรกะเชื่อมโยงกับบอะไรๆที่ใกล้ๆตัว ในกรณีนี้คือบ่อน้ำบาดาล ซึ่งกลไก ก็แตกต่างไปจากการผลิตปิโตรเลียมอย่างที่ DMF อธิบายไว้ข้างบน ผมอยากเสริมอีกนิดว่า พอน้ำมันหรือก๊าซถูกผลิตออกไปจากแหล่งกักเก็บแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ น้ำจะเข้ามาแทนปริมาตรของน้ำมันดิบที่ถูกผลิตออกไป ไม่ใช่ว่าจะเกิดโพรงสูญญากาศแต่อย่างใด ถามว่าน้ำมาจากไหน ก็มากจากระบบการเชื่อมโยงของน้ำในชั้นหินนั่นแหละครับ โยงไปโยงมาก็ไปต่อกับแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดก็คือทะเล … พี่นก)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *