ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ

(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)

https://raka.is/r/qlzXR https://raka.is/r/gP7GV

เปิดบ้านกลางอ่าว (ไทย) เชฟรอน – เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการอ้างอิง

เปิดบ้านกลางอ่าว (ไทย) เชฟรอน – … ข่าวเก่าตั้งแต่ปี 2556 บังเอิญกูเกิลเจอ 🙂 เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการอ้างอิงคำรำพึงรำพันเก่าแก่ในสมัยอยู่ bloggang

ตอนนี้บทความนั้นย้ายมาที่นี่แล้วครับ –> ข้อดีของการทำงานแบบเป็นกะนอกชายฝั่งทะเล

และท้ายบทความยังอ้างอิงลิงค์เก่าๆสมัยพันทิปนู้นนน 🙂

ชีวิตบนแท่นเจาะสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่ง – กิน อยู่ หลับนอน พักผ่อน และ ความเหงา

ถ้าจะซื้อของใน shopee อยู่แล้ว เข้าทางนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯ ถือว่าช่วยผมจ่ายค่าเช่า host server ไม่ใช่คลิ๊กดูดเงินแน่นอนครับ ไม่ต้องกังวล

อีกสองลิงค์ที่อ้างถึงเก่ามากแล้ว ผมลองคลิ๊กดู มันไม่ไปไหนเลย 555

งั้นเราไปอ่านที่พี่ไพโรจน์ (ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด) ให้สัมภาษณ์กันดีกว่า ถึงจะเป็นข่าวเก่า แต่หลายๆอย่างที่ถูกกล่าวถึงก็ยังเป็นจริงอยู่จนทุกวันนี้

เปิดบ้านกลางอ่าว (ไทย) เชฟรอน

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/512760

ฝากขายที่หน่อย ค่าคอมฯ 3%

ขาย/ให้เช่า ที่ดิน 81 ตรว. มีน้ำ มีไฟ มีทะเบียนบ้าน มีโฉนด มีรั้วชั่วคราว ถมแล้ว ใกล้ตลาดพลูทรัพย์ ปทุม หน้ากว้าง 15 ม. ยาว 21 ม. (โดยประมาณ) ราคาโทรฯมาคุยกันครับ

แผนที่ รูปภาพ และ รายละเอียด ตามลิงค์นี้ครเบ
https://nongferndaddy.com/land-sales-81-wa-prathumthani/

เราผลิตเอง ใช้เอง ซึ่งเป็นความคิดที่ถูกต้อง ผลิตก็ส่งไปทำงานประจำแท่น เราผลิตคนอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ถือเป็นวาระพิเศษซึ่งจะเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก สำหรับการเดินทางไปสัมผัสวิถีชีวิตคนทำงานบนแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติกลางอ่าวไทยอย่าง “ใกล้ชิด” ของคนภายนอก แต่โชคดี “กรุงเทพธุรกิจ” ก็ได้รับโอกาส ในวันที่ฟ้าฝนเป็นใจเมื่อไม่นานมานี้

และเป็น “ไพโรจน์ กวียานันท์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด นำพาไปเยี่ยมชมยังแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเอราวัณ และเรือกักเก็บและผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ 2 ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ดีคนธรรมดาอย่างเราๆ มีความรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ในการเดินทางที่ต้องทั้งนั่งเฮลิคอปเตอร์ ทั้งยังต้องลงเรือเล็กฝ่าฟันคลื่นลมทะเลเพื่อเดินทางต่อไปยังแท่นขุดเจาะ แต่ในทางกลับกัน หากต้องเดินทางบ่อยครั้ง หรือต้องไปอยู่กันแบบยาวๆ ..ก็คงจะไม่สนุกนัก

ทว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลก เพราะงานนอกชายฝั่ง หรือ Offshore นี้กลับทำให้สำนวนที่ว่า “คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า” สิ้นความขลังไปอย่างสิ้นเชิง

เพราะแม้ว่างานดังกล่าว ซึ่งไม่ว่าจะทำงานอยู่บนแท่นเจาะ ฐานผลิต หรือบนเรือสนับสนุน จะเต็มไปด้วยความยากลำบากก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง เรื่องความเสี่ยงของการทำงานเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง และที่หนีไม่พ้นก็คือ ความรู้สึกโดดเดี่ยวเนื่องจากต้องทำงานห่างจากครอบครัวและเพื่อนฝูง ฯลฯ

แต่งานนอกชายฝั่งกลับสร้างปรากฏการณ์ที่ว่า “คนในไม่ออก คนนอกอยากเข้า”

เนื่องจากเมื่อได้ทดลองเข้าไปสำรวจเว็บบอร์ดที่ว่าด้วยคนหางานแล้ว ก็พบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจ อยากใช้ชีวิตการทำงานกลางอ่าวไทย

เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะได้รับสิทธิดังกล่าวอย่างง่ายดาย

ขึ้นชื่อว่าเป็นงานการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ก็ย่อมต้องการคนทำงานที่มีทักษะเฉพาะตัว

โดยปริยาย การขาดแคลนบุคลากร (โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ) จึงกลายเป็นอีกหนึ่งในความท้าทายสำคัญของเชฟรอน

ไม่พลาด ข่าวสาร บทความ ความรู้ ประกาศตำแหน่งงานว่าง และ อื่นๆ

กรอก ชื่อ และ อีเมล์ ในแบบฟอร์มข้างล่าง จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ ... อ้อ ... อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น

จะมีอีเมล์กลับมาให้ "ยืนยัน" นะครับ การสมัครจึงจะสมบูรณ์ … อ้อ … อย่าลืมดูใน junk, trash, spam box นะครับ บางทีระบบมันเอาอีเมล์ตอบกลับไปไว้ที่นั่น แล้วอย่าลืม mark as not junk or spam ด้วยนะครับ เวลาส่งเตือนคราวหน้า จะได้ไปอยู่ใน in box :)

“อุตสาหกรรมนี้ขาดคนซึ่งเป็นปัญหาทั้งโลก เนื่องมาจากความต้องการพลังงานนั้นมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แหล่งก๊าซเก่าๆ ก็ถดถอย ส่วนแหล่งใหม่ก็ขุดหาได้ยาก จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และคนที่เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้น”

คำถามก็คือ เชฟรอนเข้ามาดำเนินการในประเทศไทยเป็นเวลาเนิ่นนานถึง 50 ปีแล้ว และในปัจจุบันพนักงานคนไทยเองก็สามารถเรียนรู้สั่งสมประสบการณ์ จนในวันนี้สัดส่วนของพนักงานไปจนถึงระดับผู้บริหารระดับสูงของเชฟรอนประเทศไทยนั้น เป็นจำนวนคนไทยถึง 90 เปอรเซ็นต์ ขณะที่ฝรั่งซึ่งเป็นต้นตำรับเหลืออยู่เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“เป็นความตั้งใจ เพราะไม่ว่าธุรกิจไหนคงไม่มีทางจ้างฝรั่งไปตลอด ร้อยทั้งร้อยถ้าคนพื้นเมืองทำงานได้ บริษัทย่อมต้องการจ้างคนพื้นเมือง เนื่องจากค่าแรงต่างกันมาก”

ไพโรจน์กล่าวและอธิบายต่อถึง ปัญหาเรื่องคนที่เชฟรอนประสบอยู่ว่า อุตสาหกรรมนี้แม้ได้รับการกล่าวขานว่าสร้างความโชติช่วงชัชวาลให้กับประเทศชาติ แต่ในเวลาหนึ่งก็เคยกลายเป็นดาวร่วงมาแล้ว ซึ่งเป็นยุคที่น้ำมันมีราคาตกต่ำ (ราวๆ ปี 1980-90) และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คนจำนวนมากต้องเดินจากไป และเป็นแบบ…ไปแล้วไปลับ ไม่เคยหวนกลับคืนวงการอีกเลย

“ปัจจุบันบุคลากรที่อยู่ในบริษัท จะมีอายุถ้าไม่แก่ใกล้เกษียณก็จะเป็นเด็กไปเลย จนเกิดอุปสรรคในการถ่ายทอดความรู้จากคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่”

เกิดเป็น Generation Gap ซึ่งหมายถึง ความห่าง ความต่างของวัย ที่สื่อสารพูดคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง

ปัจจุบันการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ หรือ HR ของเชฟรอนจึงมีอยู่หลายโครงการ หลายกิจกรรม ในการจัดการรวบรวมความรู้ (Knowledge Management) ที่มีอยู่ในตัวบุคคล เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Mentoring, Coaching และ Training

“เราเน้นการพัฒนาและสร้างคนขึ้นมาเอง เพราะหากไปคุยกับสถาบันการศึกษาแล้วกว่าเขาจะรู้ความต้องการของเราต้องใช้เวลายาวนาน”

หากแต่มีบางหลักสูตรเช่น วิศวะปิโตรเลียม ที่ทางเชฟรอน ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ร่วมมือกันสร้างบุคลากรขึ้นมาเพื่อป้อนให้กับเชฟรอนโดยเฉพาะ

ไพโรจน์บอกว่า ในอดีตอุตสาหกรรมนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ เมื่อหันมองไปทางใดก็ไม่พบเจอคนไทยที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่เวลานั้นจะพบเห็นแต่ฝรั่งทำงานอยู่บนแท่นขุดเจาะ

ดังนั้น นโยบายตั้งแต่เริ่มแรกของเชฟรอน ก็คือ การสร้างคน โดยได้ก่อตั้ง “ศูนย์เศรษฐพัฒน์” ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งมีสโลแกนว่า “ศูนย์พัฒนาคน เพื่อพัฒนาพลังงาน”

ศูนย์ดังกล่าวผลิตช่างเทคนิคหรือ Workforce เพื่อรองรับการขยายจำนวนของแท่นขุดเจาะของเชฟรอนอย่างไม่หยุดยั้ง รุ่นแล้วรุ่นเล่า

“เราผลิตเอง ใช้เอง ซึ่งเป็นความคิดที่ถูกต้อง ผลิตเสร็จก็ส่งไปทำงานประจำแท่น เราผลิตคนอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ”

อย่างไรก็ดี อัตราการลาออกของพนักงานเชฟรอนถือว่ามีน้อยมาก โดยเฉพาะพนักงานนอกชายฝั่งที่มักอยู่ทนอยู่นานอยู่กันจนเกษียณอายุ

ไพโรจน์บอกว่า นั่นเป็นเพราะพนักงานรู้สึกได้ว่าบริษัทดูแลพวกเขาเป็นอย่างดีในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าเป็นผลตอบแทน สวัสดิการ สุขภาพกายตลอดจนสุขภาพใจ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับใด หรือเป็นเพศใด เชฟรอนนั้นให้ความสำคัญกับคำว่า Diversity ทุกวันนี้พนักงานหญิงขององค์กรแห่งนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกสายงาน ไม่เว้นกระทั่งงานนอกชายฝั่ง

ทว่าที่โดดเด่นมากก็คือ การคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงาน ซึ่งผู้ที่เดินทางไปเยี่ยมเยือนก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน เพราะในทุกๆ การเคลื่อนย้าย ไม่ว่าจะขึ้นหรือลงเฮลิคอปเตอร์ รวมถึงเรือและแท่นขุดเจาะ ทั้งพนักงานและผู้เดินทางที่ไปเยี่ยมชมทุกคนต่างก็ต้องรับฟังกฏ กติกาในการรักษาความปลอดภัยเสียก่อนในทุกครั้งไป

“เชฟรอนเรามีความโดดเด่นมากในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งก็ไม่อยากพูดมาก เพราะกลัวเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ สู้ให้นักข่าวเดินทางมาพบเจอด้วยตัวเองคงดีกว่า”

ซีอีโอ เชฟรอน กล่าวต่อว่า ในเรื่องของความปลอดภัยต้องมีการรณรงค์กันอย่างสม่ำเสมอ แต่หากถามว่าสถิติเป็นศูนย์แล้วหรือยัง คำตอบก็คือ ยังคงมีอุบัติเหตุอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นร้ายแรงถึงขั้นบาดเจ็บ ล้มตาย

“สุดท้ายคือพฤติกรรมของคน ถ้าผมสั่งก็สั่งได้ แต่ฟังหรือเปล่าไม่รู้ ที่ทำได้ก็คือ ผมต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และรณรงค์จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ที่จะเป็นตัวบีบพฤติกรรมส่วนบุคคลให้ปรับเปลี่ยนไปในที่สุด”

—————————-

เรื่องเล่าชาว Offshore

” ในคืนที่คุณเหงาๆ ลองชายตาขึ้นมองดาวสักดวง … คุณอาจจะไม่รู้หรอกว่า
ณ. ชายฝั่งอ่าวไทย … ที่ไกลออกไป… มีดวงตาเหงาๆอีกหลายคู่
ที่อาจจะกำลังดูดาวดวงเดียวกับคุณ … เขาคิดถึงบ้าน คิดถึงคนที่เขารัก .. ที่เขาจากมา
และ เขาก็เหงาไม่น้อยกว่าคุณหรอก”

นี่คือบทกวีที่ถูกโพสต์บนเว็บไซต์ และแน่ใจว่าเป็นฝีมือของคน Offshore

เคยนึกสงสัยหรือไม่ว่า ความเป็นอยู่ของผู้คนที่ทำงานอยู่บนเรือ หรืออยู่บนแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติท่ามกลางความเวิ้งว้างของทะเล คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล นั้นเป็นอย่างไร?

เมื่อสบโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมชมจนถึงที่ ก็ทำให้รู้ว่า พวกเขากินอิ่มนอนหลับ ฟันธงได้เลยว่าในเรื่องของสุขภาพกายนั้นหายห่วง เพราะหยูกยาและอาหารการกินนั้นมีครบครัน เรียกว่าอาจจะดีและมีมาตรฐานสูงกว่าคนทำงานบนฝั่งที่อยู่ในบางองค์กรด้วยซ้ำไป

หากแต่ความคิดและความรู้สึกภายในใจ ที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัยการไถ่ถาม

“5 ปีแรกก็คิดอยากจะลาออก แต่พอแต่งงานมีครอบครัว กลายเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบ ก็เลยต้องทำงานเรื่อยมา ก็ทำจนเพลิน และอยู่มาเกิน 20 ปีแล้ว”

” ไม่เคยมีปัญหากับครอบครัวนะ เราต้องอธิบายให้พวกเขารู้ว่างานของเรานั้นเป็นอย่างไร เพื่อสร้างความเข้าใจ รวมถึงเรายังต้องแบ่งเวลาให้เป็น และในความเป็นจริงเรากลับบ้านไม่กี่วัน ไม่ทันได้ทะเลาะกับเมียก็ต้องกลับมาทำงานแล้ว”

“เราต้องรู้สึกสนุกกับการทำงานไม่เช่นนั้นเราจะเบื่อ ทีแรกเมื่อเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมก็อาศัยกลับบ้านให้บ่อยเพื่อให้ครอบครัวช่วยเติมพลังใจ หรือไม่ก็ต้องหางานอดิเรกสักอย่างทำเพื่อคลายเหงา และแก้เบื่อ”

อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนบนแท่นคงไม่อาจบรรยายให้เห็นภาพได้อย่างแจ่มชัด เพียงแค่การไปเยี่ยมชมและสัมผัสภายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประการสำคัญก็คือ ต้องขอขอบคุณพนักงาน Offshore ของเชฟรอนทุกท่านที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี

ถ้าหากอยากรู้เกี่ยวกับชีวิตของพวกเขาให้มากกว่านี้ (ภาพรวมคน Offshore ไม่เพียงแค่เชฟรอนเท่านั้น) ลองคลิก

( … ขอแทรก … ใช้ได้ลิงค์แรกลิงค์เดียว ทีเหลือลิงค์เสียหมดแล้วเนื่องจากความชราภาพ 🙂 … พี่นก)

http://nongferndaddy.net63.net/Living%20offshore.htm

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=nong-fern-daddy&date=17-07-2008&group=6&gblog=42

http://www.gotoknow.org/posts/288078

http://topicstock.pantip.com/silom/topicstock/2011/04/B10487913/B10487913.html

ถ้าจะซื้อของออนไลน์จาก 2 เจ้านี้อยู่แล้ว คลิ๊กลิงค์ หรือ โลโก้ ข้างล่างนี้เลยครับ ผมจะได้ค่าคอมฯเล็กๆน้อยๆสมทบทุนจ่ายค่าเช่า host server ขอบคุณครับ

(ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ใช่ลิงค์ดูดเงินแน่ๆ)

https://raka.is/r/qlzXR https://raka.is/r/gP7GV

--- มีคำถามเพิ่มเติม พูดคุย เม้าส์มอย ไปต่อกันได้ที่กระดานสนทนา (webboard) นะครับ

คลิ๊กเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

The Sweet Girl

ของมือสองของเฟิร์นค่ะ มีหลายชิ้นเลย ราคาดีสุดๆ (คลิ๊กที่รูปนะคะ ลิงค์จะพาไปที่ร้านค่ะ)

Fern shop

--------- คลิ๊ก - The Sweet Girl ----------