จากใต้พื้นพิภพ ตอนที่ 15 ถึงจะแยกไป แต่ก็มิได้ทอดทิ้ง

ftd151

เมื่อเจ้าน้ำมันดิบได้ตัดช่องน้อยแต่พอตัว แยกทางออกไปแล้ว เราลองมาย้อนคิดถึงเพื่อนรักทั้งสองของน้ำมันดิบ (ซึ่งก็คือ ก๊าซและน้ำไงครับ) ที่จูงมือกันออกเดินทางมาตั้งแต่ต้นเลยซิว่า สหายทั้งสองนี้จะมีวิถีชีวิตของมันอย่างไรบ้างหลังจากแยกทางกับน้ำมันดิบแล้ว โดยเราจะเริ่มพูดถึงวิถีชีวิตของ “ก๊าซ” กันซะก่อนนะครับ

ในตอนที่ 12 เราได้เกริ่นไว้แล้วว่า ก๊าซที่ผลิตขึ้นมาได้พร้อมน้ำมันดิบนั้นมีประโยชน์ใช้สอยมามกมายซึ่งจะเล่าให้ฟังดังต่อไปนี้

ftd153

 

ประมาณร้อยล่ะ 10 ของก๊าซที่ผลิตได้ทั้งหมด เราจะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในสถานีผลิต และ ในโรงแยกก๊าซแอลพีจี (อันมีชื่อว่าโรงแยกก๊าซพลังเพชร) ซึ่งช่วยให้เราประหยัดเงินค่าไฟฟ้าไปเยอะทีเดียว

ก๊าซประมาณร้อยละ 30 เราเอามาใช้ในกระบวนการทำ Gas Lift ซึ่งช่วยในการผลิตน้ำมันดิบให้เราได้กว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการผลิตน้ำมันทั้งหมดในปัจจุบันเลยทีเดียว อันที่จริงก๊าซส่วนนี้ก็วนเวียนไปมาอยู่ในระบบของเรานี่เองแหละครับ ยังไงหรือ ก็คือเราส่งมันลงไปในหลุมช่วยดันน้ำมันขึ้นมา แล้วมันก็วิ่งกลับขึ้นมาร่วมกับน้ำมัน ถูกแยกออกที่สถานีผลิต แล้วก็ส่งมันกลับลงไปช่วยการผลิตอีกเป็นวัฏจักรเช่นนี้แหละครับ

ก๊าซส่วนใหญ่ คือประมาณร้อยล่ะ 60 ของก๊าซที่ผลิตได้นั้น สมัยก่อนตั้งแต่เราเริ่มผลิตน้ำมันใหม่ๆ เราเคยส่งขายโดยตรงให้กับสถานีไฟฟ้าลานกระบือของกฝผ.เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2533 เราก็ได้หาวิธีเพิ่มมูลค่าของก๊าซ โดยเรานำเอาก๊าซส่วนนี้มาผลิตเป็นแอลพีจี หรือ ก๊าซหุงต้มซะก่อน และ ส่วนที่เหลือจากนั้นเราจึงส่งขายให้โรงไฟฟ้า อีกส่วนหนึ่งเราก็แบ่งขายไปให้กับโรงงาน NGV ของ ปตท.ครับ

ftd152

 

ก๊าซที่เราผลิตขึ้นมาพร้อมน้ำมันดิบนั้น จะต่างจากก๊าซธรรมชาติที่เราผลิตจากแหล่งก๊าซในอ่าวไทยพอสมควร นั่นคือจะมีส่วนประกอบเป็นโมเลกุลของไฮโดรคาร์บอนขนาดต่างๆกันมากกว่าก๊าซในอ่าวไทย โมเลกุลที่มีขนาดเล็กที่สุดมีชื่อว่า มีเทน (Metane หรือ C1 แปลว่ามีอะตอมของคาร์บอนอยู่ 1 อะตอม ในโมเลกุนี้) ถัดมาก็จะมี อีเทน (Ethane – C2) โพรเทน หรือ บางทีก็เขียนว่า โปรเพน (Propane – C3) บิวเทน (Butane – C4) เพนเทน (Pentane – C5) และ ก็มีโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆครับ ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยส่วนใหญ่จะมีแค่ มีเทน กับ อีเทน เท่านั้น แต่ก๊าซที่ผลิตมาพร้อมกับน้ำมันจะมีส่วนประกอบของคาร์บอนโมเลกุลใหญ่อยู่ด้วย

กลุ่มของก๊าซที่ประกอบด้วยโมเลกุลที่เล็กที่สุด 2 ชนิด คือ มีทน และ อีเทน นี้ เราเรียกรวมๆว่า Natural Gas ส่วนก๊าซกลุ่มถัดไปที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ้นมาหน่อยนึง คือ โพรเทน และ บิวเทน นั้น มีชื่อว่า Petroleum Gas ก๊าซทั้งสองกลุ่มนี้จะคงอยู่ในรูปของก๊าซที่ความดันอากาศปกติธรรมดาๆรอบๆตัวเรา แต่เมื่อไรก็ตามที่ได้รับความดันสูงขึ้น มันก็จะแปลงกลายเป็นของเหลว และ ชื่อของมันก็จะเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งก็คือ Natural Gas จะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Liquefied Natural Gas หรือ LNG ส่วน Petroleum Gas ก็เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Liquefied Petroleum Gas หรือ ที่เราคุ้นเคยว่า LPG เอาไว้ทำครัวนั่นเอง

ส่วนพวกก๊าซที่มีโมเลกุลที่มีจำนวนคาร์บอนเยอะๆและหนักๆตั้งแต่เพนเทนขึ้นไปนั้น ในความดันอากาศปกติรอบๆตัวเราเนี่ย จะอยู่ในรูปของเหลว จึงมีชื่อว่า Natural Gas Liquid หรือ NGL นั่นเองครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *