ปตท.สผ. ปรับลดประมาณการรายจ่าย และ ปริมาณการขายปิโตรเลียม เฉลี่ย ในแผนดำเนินงานปี 2561 – ข่าว


ข่าวนี้อาจจะพาดหัวแล้วดูตกอกตกใจกันว่าขนาดบ.พี่อ้ายเราจะหดเล็กลงหรืออย่างไร เพราะดูเหมือน ใช้เงินก็น้อยลง (expense and investment) ปริมาณการขาย (sales) ก็น้อยลง

ผมก็ไม่ได้รู้อินไซด์อะไรมากมาย ก็อ่านไปรู้ไปตามเนื้อข่าวเหมือนเราๆท่านๆนี่แหละครับ

ในยามที่อะไรๆมันก็ไม่แน่ไม่นอน การ play safe คือ ปลอดภัยไว้ก่อนนั้น อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดก็ได้

อารมณ์เหมือนถือโอกาสตัดแต่งกิ่งต้นไม้น่ะครับในยามหน้าฝน กิ่งใบก็งอก ก็ย้อย แย่งกันแตกกิ่ง แทงหน่อ ออกมาเยอะไปหมด แข็งแรงบ้าง ไม่แข็งแรงบ้าง

แต่ในยามหน้าแล้ง อะไรๆก็ดูอัตคัดขัดสน กิ่งไหน หน่อไหน ใบไหน ที่ดูจะอ่อนแอ ริดทิ้ง เด็ดทิ้งไป เสียบ้าง ก็น่าจะทำให้ลำต้นไม่ต้องส่งอาหารส่งน้ำไปหล่อเลี้ยงโดยไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา เอาน้ำเอาอาหารไปทะนุบำรุง กิ่งก้านหน่อใบที่แข็งแรงๆดีกว่า

จริงๆแล้วก็เป็นกระบวนการคัดสรรทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ….

ตอนอุดมสมบูรณ์ ปลูกอะไรก็ขึ้น ก็งาม แต่พอแล้งน้ำแล้งฝน พันธุ์ที่ดีเท่านั้นที่จะอยู่รอด เหมือนตอนตลาดหุ้นขาขึ้น หลับตาจิ้มๆซื้อหุ้นตัวไหน ก็กำไร แล้วจะมาอวดว่า ข้านี่เก่ง ก็คงไม่น่าจะใช่

นักลงทุนตัวจริงต่างหากที่สามารถอยู่รอด และ ทำกำไรได้ตอนตลาดขาลง …

ฉันใดก็ฉันนั้นครับ …

โครงการต่างๆของพี่อ้ายเรานี่ก็เช่นกัน ตอนราคาน้ำมัน 90 – 100 เหรียญต่อบาเรล โครงการอะไรๆก็ดูดี ผ่านการประเมินกันหมด แต่พอราคาน้ำมันเหลือ 50 – 60 นี่แหละครับ โครงการอ้วนๆแข็งแรงๆจริงๆเท่านั้นถึงจะอยู่จะรอด พวกโครงการคาบเส้นๆก็ผุดโผล่มาให้เห็น ให้เจ้าของสวนริดปลิดออก (ขายทิ้ง)

เหมือนคนอ้วนๆเผละลงพุง ได้ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย รีดเอาไขมันส่วนเกินออกไป รูปร่างก็น่าจะงามขึ้น ผ่านพ้นจากนี้ไปได้ผมเชื่อว่า พี่อ้ายเรา น่าจะฟิตเปรี๊ยะ กล้ามเป็นมัดๆ เอวเป็นเอว ตูดเป็นตูด (ไม่ผิดส่วนแบบ เอวใหญ่เท่าตูด ตูดเล็กเท่าเอว 555) …

ข่าวคราวในวงการ ชีพจรพี่อ้ายเรา ก็เป็นดัชนี เป็นเทอร์โมมิเตอร์ บอกทิศทาง บอกสุขภาพของวงการฯ ของหม้อข้าวเราได้ ระดับหนึ่งล่ะนะ

ป่ะ … ไปอ่านข่าวกัน เสพข่าวกันอย่างมีสตินะครับ …

ที่มา http://www.energynewscenter.com/index.php/news/detail/1071

ปตท.สผ. ปรับลดประมาณการรายจ่าย

และ

ปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย

ในแผนดำเนินงานปี 2561

ปตท.สผ.แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงแผนดำเนินงาน ประจำปี 2561 โดยมีการปรับลดประมาณการรายจ่ายโดยรวมและปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย ลงจากแผนเดิม แต่ยังมุ่งเน้นรักษาระดับปริมาณการผลิต ในโครงการหลักที่สำคัญ ได้แก่ โครงการบงกช โครงการอาทิตย์ โครงการเอส 1 โครงการคอนแทร็ค 4 และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งคาดว่าจะมีรายจ่ายการลงทุนคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 59

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่าเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2560 นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ได้มีหนังสือที่ ปตท.สผ. 13061/00-10021/2017 ถึง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อ แจ้งแผนการดำเนินงานประจำปี 2561 ของ ปตท.สผ. และ บริษัทย่อย โดยมีประมาณการรายจ่ายรวมทั้งสิ้น 3,103 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ดอลลาร์ สรอ.) แบ่งเป็นรายจ่ายดำเนินงาน (Operating Expenditure) 1,332 ล้านดอลลาร์ สรอ. และรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) 1,771 ล้านดอลลาร์ สรอ.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า แผนการดำเนินการประจำปี 2561 ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น มีตัวเลข ประมาณการรายจ่ายรวม ที่ลดลงจากแผนเดิมที่เคยจัดทำไว้เมื่อปี 2560

โดยแผนเดิม มีประมาณรายจ่ายรวม ทั้งสิ้น 3,167 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ดอลลาร์ สรอ.)

แบ่งเป็นรายจ่ายดำเนินงาน (Operating Expenditure) 1,272 ล้านดอลลาร์ สรอ. และ รายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) 1,895 ล้านดอลลาร์ สรอ.

ในขณะเดียวกัน การคาดการปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย ก็ลดลงจากแผนเดิม โดย แผนใหม่ปี2561 ที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น จะมีปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 302 พันลาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในขณะที่แผนเดิม ในปี2561 เคยคาดว่าจะมีปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 311 พันลาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

ทั้งนี้รายละเอียดรายจ่ายลงทุนปี 2561 ล่าสุดที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ จำแนกตามภูมิภาคได้ดังต่อไปนี้

1. โครงการในประเทศไทย มีประมาณการรายจ่ายลงทุนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 59 โดยกิจกรรมส่วนใหญ่มุ่งเน้นเพื่อรักษาระดับปริมาณการผลิต มีโครงการหลักที่สำคัญ ได้แก่ โครงการบงกช โครงการอาทิตย์ โครงการเอส 1 โครงการคอนแทร็ค 4 และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

2. โครงการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่น มีประมาณการรายจ่ายลงทุนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32 ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายลงทุนเพื่อรักษาระดับการผลิตสำหรับโครงการในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ได้แก่ โครงการซอติก้า โครงการยาดานา และโครงการเยตากุน รวมถึงรายจ่ายสำหรับการสำรวจ (Exploration) ในโครงการเมียนมาร์ เอ็มโอจีอี 3 และโครงการเมียนมาร์ เอ็ม 11

3.โครงการในภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งประกอบด้วย ออสเตรเลีย แอฟริกา อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ มีประมาณการรายจ่ายลงทุนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9 โดยกิจกรรมที่สำคัญส่วนใหญ่เพื่อการดำเนินงานในโครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย รวมถึงรายจ่ายในการพัฒนาโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision)

สำหรับรายจ่ายในการสำรวจ (Exploration) ของปี 2561 นั้น บริษัทได้ประมาณการไว้จำนวนทั้งสิ้น 232 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายในการขุดเจาะหลุมสำรวจและประเมินผลสำหรับโครงการในประเทศไทย เมียนมา มาเลเซียและออสเตรเลีย รวมถึงการสำรวจคลื่นไหวสะเทือนทางธรณีวิทยา และการศึกษาทางธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์

ทั้งนี้ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีประมาณการรายจ่ายรวม 5 ปี ในช่วงปี 2561 – 2565 โดยได้รวมประมาณการรายจ่ายในการพัฒนาโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน โครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ โครงการเวียดนาม บี และ 48/95 และเวียดนาม 52/97 และโครงการคอนแทร็ค 4 (แหล่งอุบล) ซึ่งโครงการดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision) โดยมีรายละเอียดของประมาณการรายจ่าย 5 ปีดังนี้

จากแผนงานดังกล่าว ส่งผลให้ ปตท.สผ. คาดการณ์ตัวเลขประมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยต่อวันจากโครงการปัจจุบัน ซึ่งยังไม่รวมปริมาณการขายในกรณีที่บริษัทชนะการประมูลแหล่งสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุในอ่าวไทย และ การเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม ระหว่างปี 2561 – 2565 ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปตท.สผ.แจ้งด้วยว่า บริษัท ยังตระหนักถึงความสำคัญในการเพิ่มปริมาณสำรองและปริมาณการผลิต เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต โดยมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเข้าซื้อกิจการ การประมูลแหล่งสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุในอ่าวไทยและการเข้าร่วมประมูลแปลงสำรวจในโครงการใหม่ๆ ในภูมิภาคที่มีศักยภาพ รวมถึงการเร่งพัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย โดยคาดว่าจะมีปริมาณการผลิตส่วนใหญ่เข้ามาหลังจากปี 2565 เป็นต้นไป นอกจากนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการรักษาระดับต้นทุนโดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *