สั่งประหารอดีตปธ.ปิโตรเวียดฯ – ข่าว

ข่าวนี้คงเป็นข่าวเล็กๆในบรรดาข่าวที่มีสาระมากมาย (ประชดครับ บอกเลย) ที่ท้วมท้นโลกโซเชียลของบ้านเรา แต่ผมอยากให้ข่าวนี้เด่นขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้บริหารทรัพย์สินของรัฐฯประเทศเรา

ใครจะว่าประเทศนี้เป็นอย่างไรก็ว่าไป แต่เรื่องนี้เขาก็แสดงให้เห็นว่า เขาเอาจริง …

… มองเขาแล้วก็อยากให้บ้านเราเอาจริงกับคนที่ทุจริตกับทรัพย์สินของชาติบ้านเมือง

ไปอ่านข่าวกันเลยครับ …

————————————-

ที่มา http://www.thaipost.net/?q=node/36210

ศาลเวียดนามมีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตอดีตประธานบริษัทพลังงาน ปิโตรเวียดนาม  ฐาน ทุจริตประพฤติมิชอบและบริหารกิจการผิดพลาด ปล่อยกู้ผิดกฎหมายสร้างความสูญเสียหลายสิบล้านดอลลาร์ ส่วนผู้ก่อตั้งโอเชียนกรุ๊ปโดนโทษจำคุกตลอดชีวิต ในการพิจารณาตัดสินคดีอดีตเจ้าหน้าที่และนายธนาคารพร้อมกัน 51 ราย ที่ต่างโดนลงโทษลดหลั่นกันไป

ศาลในกรุงฮานอยของเวียดนามมีคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา ในการพิจารณาคดีหมู่ที่จำเลยประกอบด้วยอดีตผู้บริหารระดับสูงของธนาคารโอเชียน นายธนาคารและนักธุรกิจรวม 51 ราย ที่ถูกมองว่า นอกจากแสดงถึงความเข้มงวดเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบแล้ว ยังเป็นการช่วงชิงอำนาจกำจัดศัตรูทางการเมืองของพวกผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

คำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตเหงียน ซวน ซอน อดีตประธานธนาคารโอเชียนซึ่งต่อมายังได้เป็นประธานบริษัท ปิโตรเวียดนาม รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานยักษ์ใหญ่ของเวียดนาม ถือเป็นการลงโทษประหารชีวิตอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของเวียดนามในรอบหลายปี ศาลตัดสินว่าเขามีความผิดฐานยักยอก, ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และบริหารงานผิดพลาดสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจ

รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า นอกจากซอน ซึ่งยืนกรานความบริสุทธิ์ของตนแล้ว ศาลยังตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ห่า วาน ทาม ผู้ก่อตั้งโอเชียนกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของธนาคารโอเชียน และเคยติดหนึ่งในกลุ่มอภิมหาเศรษฐีของเวียดนาม จากความผิดในข้อกล่าวหาเดียวกัน รวมถึงการทำผิดกฎการให้กู้ยืม ในกรณีที่เขาอนุมัติเงินกู้อย่างผิดกฎหมาย 23 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2555

คำตัดสินยังอ้างอิงถึงกรณีที่ปิโตรเวียดนามซื้อหุ้นธนาคารโอเชียนมูลค่า 35 ล้านดอลลาร์ ซึ่งภายหลังได้ถูกตัดทรัพย์สินออกจากบัญชีเมื่อธนาคารแห่งเวียดนามเข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2558 ด้วยเงิน 0 ดอลลาร์ หลังจากธนาคารโอเชียนไม่สามารถชำระหนี้

เจือง เวียด ตาน ผู้พิพากษาศาลแห่งนี้ กล่าวว่า พฤติการณ์ของทามและซอนมีความร้ายแรงมาก ละเมิดการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ สร้างความเดือดร้อนที่สมควรต้องถูกลงโทษขั้นหนัก

นอกจากทั้งคู่ ศาลนี้ยังตัดสินลงโทษจำเลยที่เหลือ ซึ่งมีตั้งแต่นักบัญชี, ผู้จัดการสาขา และเจ้าหน้าที่ระดับอื่นๆ ตั้งแต่จำคุก 22 ปี จนถึงจำคุก 18 เดือนแต่ให้รอลงอาญา หรือรับการอบรม

คาร์ล เธเยอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวียดนามจากสถาบันกองกำลังป้องกันแห่งออสเตรเลีย ให้ทัศนะกับรอยเตอร์ว่า คำพิพากษาลงโทษรุนแรงเหล่านี้มีเจตนาส่งผลต่อสาธารณะเป็นหลัก

นักวิจารณ์บางรายวิพากษ์วิจารณ์พวกผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามว่าใช้การปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบขนานใหญ่เป็นเครื่องมือในการกำจัดศัตรูทางการเมืองของพวกเขา โดยเหงียน ฝู จ่อง เลขาธิการพรรควัย 73 ปีซึ่งครองตำแหน่งนี้เป็นสมัยที่ 2 ถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลัง

นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า การปราบปรามคอร์รัปชันอย่างกระตือรือร้นของพวกผู้นำเวียดนามในขณะนี้ เป้าหมายส่วนใหญ่คือพันธมิตรของอดีตนายกรัฐมนตรีเหงียน เติ๋น สุง ซึ่งเพิ่งพ้นจากอำนาจเมื่อปีที่แล้ว

แซคคารี อาบูซา อาจารย์วิทยาลัยสงครามของสหรัฐในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า จ่องไม่สามารถเล่นงานสุงได้ จึงหันไปลงที่เครือข่ายพันธมิตรของสุงแทน

การครองอำนาจต่อเป็นสมัยที่ 2 ของจ่องเกิดควบคู่กับการดำเนินคดีคอร์รัปชันกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายราย หนึ่งในนี้คือดีง ลา ทาง พันธมิตรของสุงและเคยเป็นผู้บริหารของปิโตรเวียดนาม เพิ่งถูกปลดออกจากกรมการเมืองเมื่อเดือนพฤษภาคม ต่อมายังเกิดเหตุการณ์ที่รัฐบาลเยอรมนีกล่าวหาว่า เวียดนามลักพาตัวจิ่งห์ ซวน แทง อดีตผู้บริหารแผนกก่อสร้างของปิโตรเวียดนาม กลางกรุงเบอร์ลินเมื่อเดือนสิงหาคม แต่เวียดนามอ้างว่า แทงซึ่งมาขอลี้ภัยที่เยอรมนี ยอมมอบตัวในคดีทำให้รัฐสูญเสียเงิน 150 ล้านดอลลาร์.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *