อาจต้องเริ่มเรียนภาษาจีนล่ะ :) ซีนุก (CNOOC) โดดร่วมประมูลรอบนี้

ก่อนจะไปอ่านข่าวกัน ขอแนะนำให้รู้จักขาใหญ่กันนิดนึง CNOOC คือใคร

CNOOC ย่อมาจาก China National Offshore Oil Corporation คือ บริษัทน้ำมันแห่งชาติของจีนนั่นเอง จีนมีบริษัทน้ำมันแห่งชาติ 2 บริษัท บริษัทหนึ่งรับผิดชอบการสำรวจและผลิตบนบก เรียกว่า CNPC (China National Petroleum Corporation) อีกบริษัทหนึ่งก็คือ CNOOC ที่กล่าวถึงในข่าวที่จะอ่านต่อไปนี้นั่นแหละ

ถ้าเป็นมวยก็ต้องบอกว่ารุ่นซุปเปอร์เฮฟวี่ย์เวททั้ง CNOOC และ CNPC

ผมเคยไปเยี่ยมชมการทำงานที่สำนักงานใหญ่ของที่ CNOOC และ CNPC มาแล้ว การไปเยี่ยมชมครั้งนั้นเปลี่ยนทัศนคติของผมที่มีต่องบ.น้ำมันจีนไปอย่างสิ้นเชิง

จากที่เคยคิดว่า จีนไม่น่าจะมีศักยภาพทั้งในแนวกว้างและแนวลึก แต่เอากันจริงๆแล้ว จีนทำได้ทุกอย่างที่โลกตะวันตกทำได้ในวิศวกรรมด้านนี้ มีบริษัทต่างๆครบ เทคโนโลยีก็มีเป็นของตัวเอง จะขาดก็แต่เรื่องความเป็นสากลด้านภาษา การสื่อสาร มาตราฐานต่างๆที่ยังเป็นแบบจีนๆอยู่ ถ้าปรับเรื่องเหล่านี้ได้ ผมเชื่อเหลือเกินว่า จีนจะเข้ามาครองตลาดด้านนี้

ตอนนี้สินค้าและบริการหลายๆอย่างในวิศวกรรมด้านนี้ก็ทะยอยออกมาแข่งขันได้ในระดับสากลแล้ว ดังนั้น การที่ CNOOC ออกตัวว่าจะขอเข้ามาเล่นด้วยในสนาม(ประมูล)ครั้งนี้ จึงถือว่าน่าจับตามองอย่างยิ่ง

ผมเตือนน้องๆเด็กๆรุ่นใหม่เสมอๆ ในฐานะที่เราเป็นเบี้ยตัวน้อยๆในตลาดแรงงานด้านนี้ ถ้าอยากอยู่รอด ต้องขยายความสามารถ(และทัศนคติ) ของเราออกไปให้มากที่สุด อย่ายึดติดกับความเป็นอเมริกันเพียงอย่างเดียว ภาษาจีนนั้นสำคัญมากๆในอนาคต เริ่มวันนี้ ถ้า พูด อ่าน เขียน ได้ แต้มต่อเห็นๆ

ไหนๆก็ไหนๆ ก็พูดถึง คูเวตออยล์ KOC (Kuwait Oil Company) เสียหน่อย นี่ก็ไม่เบาครับ มวยรุ่นใหญ่เหมือนกัน น้องๆ CNOOC ทีเดียว เป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของคูเวต เป็นบ.ลูกของ KPC (Kuwait Petroleum Corporation) อีกที อารมณ์ว่า ปตท.สผ. เป็น บ.ลูกของ ปตท. ประมาณนั้น ด้านประสบการณ์ ทุน หายห่วง เขาเป็นประเทศผลิตน้ำมันและก๊าซ เขาอยู่ได้เพราะผลิตน้ำมันขาย ก็เหมือนบ้านเราปลูกข้าวขายนั่นแหละครับ

ส่วน บูบาดาลา (Mubadala) นี่ก็มวยรุ่นกลางลงมาหน่อย เป็นบ.น้ำมันเอกชนสัญชาติ U.A.E (United Arab Emirate) ทำมาหากิน มีสัมปทานของในอ่าวไทยเรามานานนม เรียกว่าเป็นคนในวงการบ้านเราก็ว่าได้ ดังนั้นข้อมูลต่างๆที่มี ก็สูสีกับเจ้าเก่าเจ้าของสัมปทานปัจจุบันอย่างๆ ปตท.สผ. และ เชฟรอน วิศวกร และ นักธรณีที่ทำงานกับบูบาดาลาอยู่ก็เดินไปเดินมาวนเวียนกันหน้าเดิมๆ เปลี่ยนโลโก้บ.ในนามบัตรกันไปมา (เพราะไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไรไงล่ะ 555)

เอาล่ะ ปูพื้นกันไปพอหอมปากหอมคอ ไผเป็นไผ กันไปแล้ว มาอ่านข่าวกันดีก่าเนอะ …

ที่มา http://www.thansettakij.com/content/139426

วันที่ 6 เม.ย.60-หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ สื่อในเครือสปริง กรุ๊ป ฉบับที่ 3250 ระหว่างวันที่ 6-8 เม.ย.2560 รายงานว่า ยักษ์ใหญ่นํ้ามันข้ามชาติ ตบเท้าชิงประมูลปิโตรเลียมหมดอายุ มีทั้งซีนุก คูเวตออยล์และบูบาดาลา ท้ารบกับเชฟรอนและปตท.สผ.กรมเชื้อเพลิงชี้้การผลิตก๊าซปี 64 หายไป 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ภายหลังพ.ร.บ.ปิโตรเลียม และพ.ร.บ.ภาษีปิโตรเลียม ได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (กช.) ได้ออกมายืนยันว่า การเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุในปี 2565-2566 จะออกทีโออาร์อย่างช้าสุดไม่เกินเดือนกรกฎาคมปีนี้ เพื่อให้ได้ผู้ชนะการประมูลภายในเดือนธ.ค.2560

ส่งผลให้ขณะนี้มีผู้แสดงความสนใจที่จะเข้ามาร่วมประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่หมดอายุไม่ตํ่ากว่า 5 รายแล้วในขณะนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทนํ้ามันรายใหญ่ข้ามชาติ ไม่ว่าจากจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และอินเดีย เป็นต้น เพื่อจะชิงการประมูลกับผู้ประกอบการรายเดิมอย่างบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือปตท.สผ.และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด โดยได้รับการยืนยันจากบริษัทนํ้ามันข้ามชาตินี้ ต่างได้เข้ามาขอความชัดเจนในการเปิดประมูลแล้ว

นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ(กช.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การเปิดประมูลทั้ง 2 แหล่ง ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการจำนวนหลายราย เบื้องต้นมี 5 ราย ที่ติดต่อมาแล้ว เป็นผู้ประกอบการรายเดิม ได้แก่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือปตท.สผ. ผู้ดำเนินการแหล่งบงกช และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ผู้ดำเนินการแหล่งเอราวัณ

ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่ก็มี บริษัท ซีนุกฯ บริษัทนํ้ามันใหญ่ที่สุดของจีน บริษัท คูเวตปิโตรเลียมฯ ยักษ์ใหญ่นํ้ามันของคูเวต รวมถึงบริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียมฯ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ที่กำลังจะมาเป็นบริษัท Hindu Petroleum Corporation (HPCL) บริษัท นํ้ามันแห่งชาติของอินเดีย ที่กำลังรุกการลงทุนอยู่ในทั่วโลกเวลานี้

ทั้งนี้ หากมีผู้สนใจเข้าประมูลจำนวนหลายราย ข้อดีจะทำให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น แต่ก็มีข้อเสียกรณีที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ชนะการประมูล จะทำให้การผลิตก๊าซจากทั้ง 2 แหล่งนี้ที่ผลิตอยู่ 2.160 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ไม่มีความต่อเนื่อง เพราะการลงทุนทำการสำรวจและขุดเจาะผลิตจะต้องใช้เวลาอย่างตํ่า 5 ปี หรือภายในปี 2570 ถึงจะสามารถทำการผลิตปิโตรเลียมกลับมาได้ จะทำให้ก๊าซจากทั้ง 2 แหล่งนี้หายไป

นอกจากนี้ หากเป็นผู้ประกอบการรายเดิมชนะการประมูล ก็ยังมีข้อกังวลว่า การรักษาปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบงกชและเอราวัณ จะไม่สามารถกลับขึ้นมาอยู่ในระดับ 2,160 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันได้ในช่วงแรก เท่าที่ประเมินเบื้องต้นจะผลิตได้เพียง 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันเท่านั้น เนื่องจากศักยภาพของแหล่งปริมาณปิโตรเลียมเริ่มลดลง

อีกทั้ง เป็นผลต่อเนื่องจาก ทางปตท.สผ.ได้ยืนยันให้กช.ทราบแล้วว่า จะลงทุนรักษาระดับการผลิตที่ 880 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ไปจนถึงปี 2563 เท่านั้น และหลังจากนั้นจะลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากการลงทุนขุดเจาะหลุมใหม่ๆ ไม่คุ้มต่อผลตอบแทนที่ได้รับ

ขณะที่ บริษัท เชฟรอนฯ ได้แจ้งมาแล้วว่าในปีนี้จะลดปริมาณการผลิตลง 2-3% จากที่ผลิตอยู่ 1,280 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจะลดกำลังการผลิตในปีหน้าอีกหรือไม่ ทางเชฟรอน ขอรอดูผลการประมูลในปีนี้ก่อน

นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการลดกำลงการผลิตก๊าซของปตท.สผ.จะส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2564 ปริมาณก๊าซหายไปประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ดังนั้น จะต้องติดตามสถานการณ์ประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุนี้ออกมาในรูปแบบใด เพื่อเร่งให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำไปสู่การตัดสินใจก่อสร้างคลังแอลเอ็นจีอีก 7.5 ล้านตัน ภายในสิ้นปีนี้ด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *