ผลประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศโดยรวมในพื้นที่สำรวจพบปิโตรเลียม

12. ผลประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศโดยรวมในพื้นที่สำรวจพบปิโตรเลียมมีอะไรบ้าง รัฐบาลมีรายได้ในรูปของค่าภาคหลวงตาม พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 จากมูลค่าปิโตรเลียมที่ขาย และมีการจัดสรรค่าภาคหลวงปิโตรเลียมแหล่งบนบกให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. และ อบจ.) ตามนโยบายกระจายอำนาจการปกครองและรายได้สู่ท้องถิ่น โดยให้ท้องถิ่นที่เป็นแหล่งทรัพยากรได้รับการจัดสรรรายได้ที่รัฐฯได้รับจากการผลิตทรัพยากรเพื่อพัฒนาและสร้างความเจริญให้แก่ท้องถิ่น โดยเริ่มมีการจัดสรรตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2539 เป็นต้นมา ปัจจุบันค่าภาคหลวงที่จัดเก็บได้จากสัมปทานที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมบนบกอยู่ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (1 กรกฎาคม พ.ศ.2544)

Read more

แล้วเจ้าของที่ดินที่สำรวจพบปิโตรเลียมจะได้รับอะไรตอบแทน

11. เจ้าของที่ดินที่สำรวจพบปิโตรเลียมจะได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง ระบบบริหารจัดการปิโตรเลียมของประเทศไทยเป็นระบบสัมปทานปิโตรเลียม กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมกำหนดว่า “ปิโตรเลียมเป็นของรัฐ ผู้ใดจะสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมในที่ใด ไม่ว่าที่นั้น เป็นของตนเองหรือของบุคคลอื่นต้องได้รับสัมปทาน การขอสัมปทานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง” ซึ่งกระทรวงพลังงานกำหนด โดยในทางเดียวกันสินแร่(เช่น ทองคำ ดีบุก)อื่นๆที่มีการให้สัมปทานนั้น สินแร่ทั้งหมดก็เป็นของรัฐเช่นกัน ระบบสัมปทานปิโตรเลียมเป็นการให้สิทธิประโยชน์ ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของรัฐให้แก่บริษัทเอกชนซึ่งเป็นผู้สนใจมาลงทุนในพื้นที่ที่ได้รับสัมปทานนั้นแต่เพียงผู้เดียว โดยผู้ประสงค์จะได้รับสิทธิ สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ต้องยื่นขอสัมปทานปิโตรเลียมภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนดภายใต้พระราชบัญญัติปิโตรเลียมและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และต้องมีคุณสมบัติของผู้ขอรับสัมปทานและปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ

Read more

หากสำรวจพบปิโตรเลียมจะต้องเวนคืนที่ดินหรือไม่

10. หากสำรวจพบปิโตรเลียมจะต้องเวนคืนที่ดินหรือไม่ การขอใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการประกอบกิจการปิโตรเลียม ในกรณีที่เป็นที่ดินของหน่วยงานราชการ ที่ดินสาธารณะ หรือพื้นที่ป่าไม้ ต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ตามระเบียบของหน่วยงาน/หน่วยราชการเจ้าของพื้นที่ หากเป็นพื้นที่ของเอกชนต้องมีการเจรจาขอใช้ที่ดิน ซึ่งอาจเป็นการเช่าหรือซื้อขาย ตามความตกลงกัน สำหรับพื้นที่ฐานเจาะจะมีขนาดเล็กประมาณ 10-15ไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแท่นเจาะ ในกรณีที่สำรวจพบปิโตรเลียมมีปริมาณเชิงพาณิชย์ ผู้รับสัมปทานจะต้องขออนุมัติกำหนดขอบเขตพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และจัดทำรายงานการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการผลิตปิโตรเลียมดังกล่าว นำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนที่จะเริ่มการผลิตการผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งบนบกโดยทั่วไป อาจใช้หลุมเจาะสำรวจที่พบปิโตรเลียมเป็นหลุมผลิตและหากต้องการเจาะหลุมผลิตเพิ่มเติม

Read more

มีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติไว้ทำไม

9. กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไร กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) มีบทบาทและภารกิจหลักในการกำกับดูแลกิจการปิโตรเลียมของประเทศในด้าน 1.การจัดหาปิโตรเลียมเพื่อสนองความต้องการของประเทศอย่างมั่นคง และ ยั่งยืน 2.จัดเก็บรายได้จากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 3.นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการกำกับดูแลด้านการสำรวจ และการผลิตปิโตรเลียมให้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยมีความปลอดภัยและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐาน และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน 4.รวมทั้งส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมคิด ร่วมดูแล และ ร่วมตัดสินใจในการดำเนินกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศให้พัฒนาได้อย่างยั่งยืน 5.และช่วยประเทศในการจัดหาพลังงานได้อย่างมั่นคง   การบริหารงานสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมในประเทศไทยของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติประกอบด้วยงานด้านสัมปทานปิโตรเลียม

Read more

ทำไมเราต้องสำรวจและผลิตเอง ? นำเข้าทั้งหมดเหมือนแต่ก่อนไม่ได้เหรอ !

8. ทำไมประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งรัดการสำรวจปิโตรเลียมในประเทศ เรานำเข้าปิโตรเลียมจากต่างประเทศเหมือนเดิมไม่ได้หรือ ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งรัดการสำรวจปิโตรเลียม เนื่องจากในแต่ละปี ประเทศมีการใช้พลังงานเป็นจำนวนมากในการขนส่ง อุตสาหกรรม บริการ และในครัวเรือน และส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกก็มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ต้องเร่งรัดการสำรวจหาปิโตรเลียมภายในประเทศ ในปีพ.ศ. 2554 ประเทศไทยมีการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นเท่ากับ 1.85 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน และคิดเป็นมูลค่า 1.9 ล้านล้านบาท

Read more

ตกลงประเทศไทยเหลือน้ำมันดิบใช้ได้อีกกี่ปีกันแน่

7. เมื่อ 20 ปีที่แล้วก็บอกว่ามีน้ำมันดิบเหลือใช้ได้อีก 40 ปี ปัจจุบันก็บอกว่ายังเหลืออีกมากกว่า 50 ปี ผลิตมาแล้ว 20 ปี ทำไมกลับเหลือมากกว่าเดิมอีก แล้วตกลงเหลือน้ำมันดิบเหลือใช้ได้อีกกี่ปีกันแน่ จำนวนปีที่น้ำมันเหลือใช้ได้อีก (R/P ratio) ได้มาจากการนำปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วหารด้วยอัตราการผลิตน้ำมันดิบต่อปี ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าอัตราการผลิตที่เพิ่มขึ้น ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วสามารถเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับ

Read more

ประเทศไทยผลิตปิโตรเลียมได้มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกจริงหรือไม่

6. ประเทศไทยผลิตปิโตรเลียมได้มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกจริงหรือไม่ ปีพ.ศ. 2554 ประเทศไทยผลิตก๊าซธรรมชาติวันละประมาณ 2.8 พันล้านลูกบาศก์ฟุต หรือร้อยละ 0.9 ของอัตราการผลิตทั่วโลก สำหรับอัตราการผลิตน้ำมันดิบผลิตวันละประมาณ 2 แสนบาร์เรล คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.3 ของอัตราการผลิตทั่วโลก แต่การวิเคราะห์อัตราการผลิตเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เข้าใจผิดได้ การวิเคราะห์การใช้ปิโตรเลียมควรคิดเป็นภาพรวมพลังงานทั้งหมด ประเทศไทยมีการใช้พลังงานในเชิงพาณิชย์ขั้นต้น

Read more

ประเทศไทยมีปิโตรเลียมมหาศาลจริงหรือไม่

5. ประเทศไทยมีปิโตรเลียมมหาศาลจริงหรือไม่ (บทความนี้เขียนในปี พ.ศ.2555 ตัวเลขอาจจะไม่เป็นปัจจุบัน แต่ภาพใหญ่ๆ ไม่ต่างไปจากนี้ครับ … พี่นก) ปีพ.ศ. 2554 ประเทศไทยมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วประมาณ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต หรือร้อยละ 0.1 ของปริมาณสำรองทั่วโลก สำหรับปริมาณสำรองน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวมีประมาณ 400 ล้านบาร์เรล

Read more

ทำไมรัฐจึงไม่ทำการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเอง

4. เหตุใดรัฐจึงไม่ทำการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเอง แต่ให้สัมปทานแก่บริษัทต่างชาติมาดำเนินการสำรวจปิโตรเลียม ความพยายามในการสำรวจหาปิโตรเลียมบริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างของกรมโลหกิจ เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2491 ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ทั้งนี้เนื่องจากหน่วยงานของรัฐยังไม่มีความพร้อมเพียงพอที่จะดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีความเสี่ยงสูง และใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล ในการเจาะสำรวจแต่ละหลุมจะต้องใช้เงินประมาณ 2 – 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (60 – 300 ล้านบาท) โอกาสที่จะพบแหล่งปิโตรเลียมใหม่มีค่อนข้างน้อย

Read more

ประเทศไทยมีแหล่งปิโตรเลียมบนบกและในทะเลที่ไหนบ้าง

3. ประเทศไทยมีแหล่งปิโตรเลียมบนบกและในทะเลที่ไหนบ้าง 3.1 แหล่งปิโตรเลียมบนบก ในปัจจุบัน แหล่งปิโตรเลียมบนบกของประเทศบริเวณภาคเหนือและภาคกลาง กระจายตัวอยู่ในแอ่งสะสมตะกอนยุคเทอร์เทียรี ชั้นหินกักเก็บปิโตรเลียมส่วนใหญ่เป็นชนิดหินทราย และยังพบในหินอัคนีแทรกซอนระดับตื้น ชั้นน้ำมันดิบพบอยู่ที่ความลึกตั้งแต่ 500 – 3,500 เมตรโดยทั่วไป มีค่าความดันในแหล่งไม่สูงนัก เมื่อผลิตไประยะหนึ่ง น้ำมันดิบจะไม่สามารถไหลขึ้นเองถึงปากหลุม ต้องใช้เครื่องปั๊มช่วยดูดหรือสูบน้ำมันดิบขึ้นมา สำหรับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบแหล่งก๊าซธรรมชาติในชั้นหินปูนแหล่งน้ำมันดิบบนบกส่วนใหญ่ มีขนาดเล็กที่สัมพันธ์กับการเกิดรอยเลื่อนในชั้นหิน

Read more