Why well got a kick and under compacted formation – ตอนนี้เราจะคุยกันว่า ทำไมหลุมเราถึงมี influx เข้ามา
มันเข้ามาได้ไง มีเงื่อนไข องค์ประกอบอะไรบ้าง ที่ทำให้มันเข้ามา
Why well got a kick
& under compacted formation
ในคลิปพูดถึงโครงสร้างของชั้นหินว่าข้างในมันเป็นอย่างไร รูพรุนมันต่อเนื่อง เชื่อมต่อกันอย่างไร ความดันมันเกิดได้อย่างไร
เรื่องนี้พูดกันยาวววว ในคลิปไม่ได้พูดละเอียด พูดแค่ตอนปลายของมันเลย อย่ากระนั้นเลย ผมขอสวมวิญญานนักธรณีเถื่อน (เพราะไร้ปริญญา) เล่าย่อแบบสุดๆให้พอเข้าใจได้ล่ะกัน ว่าความดันของของเหลวในชั้นหินมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
นึกภาพชามอ่าง ไม่เอา เอาภาพถังน้ำมันสักถึง เอาเมล็ดถั่วค่อยๆเทเรียงกันลงไป ช้าๆ เรียงไป ราดน้ำลงไป เทเมล็ดถั่วไป ฟังเพลงไป
น้ำที่โดนแทนที่ถ้าเมล็ดถั่วก็ปุดเล็ดขึ้นมา ที่เล็ดมาไม่ได้ก็โดนกักไว้ระหว่างเมล็ด
… เราเรียกว่า normal deposition เม็ดหินเศษมันก็ทะยอยๆเรียงทับถมกันแบบนั้น น้ำบางส่วนก็ระเหยบ้าง เล็ดลอดไปบ้างไรบ้าง ตามประสาธรรมชาติ
น้ำหนักเม็ดหินก้อนบนมันก็ทับลงบนก้อนเม็ดหินก้อนล่างกับกระเปาะช่องว่างที่มีน้ำขังอยู่
หน้าตามันก็จะประมาณนี้
จะเห็นว่า น้ำหนักรวมจากการทับถมซ้อนๆกันจะกระจายไปทั้งของแข็ง (หิน) และ น้ำในกระเปาะ (เหมือนคนยืนขี่คอกันสลับนั่งทับลูกโป่งน้ำกันไปเรื่อยๆ)
เราเรียกการทับถมแบบนี้ว่า normal compaction
ช่องว่างนี้ก็ต่อกันบ้างไม่ต่อกันบ้าง ถ้าวัดความดันเฉลี่ยๆของน้ำในกระเปาะ เราจะได้เส้นความดันที่มีค่าเฉลี่ยราวๆ 0.465 psi/ft หรือ เทียบเท่าความหนาแน่นของของเหลวในกรัเปาะราวๆ 8.94 ppg มันก็น้ำเกลือทะเลดีๆนี่แหละ เราเรียกว่า normal gradient
สมมุติว่าหลายร้อยล้านปีผ่านไป บริเวณนั้นเปลี่ยนสภาพแวดล้อมไป กลไกการทับถมกันเกิดแบบรวดเร็วเกิ้น (rapid deposition) เม็ดหิน เรียงตัวไม่ดี ระเกะกะกะ น้ำที่เล็ด ระเหย ออกไปไม่ทัน ก็จะเกิดชั้นหินที่มีเม็ดหินน้อย และ มีน้ำเยอะ หน้าตาก็ราวๆนี้
น้ำหนักที่กดทับซ้อนๆกันลงมา ก็จะเฉลี่ยงลงไปที่ช่องว่างที่มีน้ำเยอะกว่ากรณีแรก เราเรียกการทับถมแบบนี้ว่า under compacted
ความดันของของเหลวในช่องว่างจึงสูงกว่าปกติ (ก็แหง๋นิ เม็ดหินมันน้อย แบกน้ำหนักกดเท่ากัน ของเหลวก็ต้องรับน้ำหนักมากขึ้น) เราเรียกว่า abnormal pressure
อีกหลายพันล้านปีผ่านไป สภาพแวดล้อมเปลี่ยนอีก วนๆไป
วันดีคืนซวย หน้าตาชั้นหินที่เราขุดลงไปเจอ ก็จะประมาณนี้
เราต้องวางแผนท่อกรุ และ น้ำโคลนให้ดีๆ ท่อกรุขนาดไหนเอาไว้ตรงไหน ช่วงไหนใช้น้ำโคลนอะไรหนักเท่าไร บลาๆ แถมต้องมีแผนสอง แผนสาม เพราะทั้งหมดนั้น นักธรณีท่านคำนวน (+เดา แถม) มาให้เรา ไม่มีอะไรแน่นอน ขุดไปจ๊ะเอ่แล้วนั่นแหละ ถึงจะเรียกว่าชัวร์ 555
(ว่าจะไม่แซวเพื่อนรักร่วมอาชีพกัน แต่ก็อดไม่ได้ แฮะๆ)
Under compacted formation ไม่ใช่เหตุเดียวที่ทำให้เกิด abnormal pressure gradient แต่เป็นสาเหตุหลักที่นักขุดเราขุดเจอบนเปลือกดาวเคราะห์ดวงนี้
ส่วนจะมีสาเหตุอะไรอีก ก็รู้นะ แต่ขี้เกียจอธิบาย เดี๋ยวผิด จะโดนพี่พ้อนน้องเพื่อนนักธรณีแซวเอา
https://glossary.oilfield.slb.com/en/terms/c/compaction
ในคลิปยังพูดถึง kick ปลอมๆ หรือ ที่เรียกว่า false alarm คือ คิดว่าใช่ มันมาแล้ว แต่ ไม่ใช่แฮะ แน่นอนว่า ต้องพูดถึงน้องบอลลูนด้วย
Ballooning Effect ปัญหาปวดตับหลุมร้อนความดันสูง
เอาล่ะ น่าจะครอบคลุมพอให้ได้ดูคลิปรู้เรื่อง ไปดูคลิปกันได้เลยครับ 6 นาที 40 วินาที

