Microlaterolog ย้อนเวลาหาอดีต Time machine to Resistivity log EP2 – เราได้รู้จัก microlog ไปกันแล้วนะครับ microlog ไม่มีอะไรมากไปกว่าขั้วไฟฟ้า 3 ขั้วแปะอยู่ผนังหลุม ติดกับ mud cake
ทบทวนแบบไวไวควิก … ขั้วหนึ่งปล่อยกระแสไฟฟ้าออกไป แล้วใช้อีก 2 ขั้ว วัดความต่างศักย์ไฟฟ้า จบแค่นั้น ดูภาพเอาล่ะกันครับ อารมณ์นี้
microlog เป็น 1 ในครอบครัวที่เรียกว่า microresistivity ครอบครัวนี้มีสมาชิก 5 คน ดังนี้ครับ
Microresistivity
- Microlog
- Microlaterolog
- Proximity log
- Microcylendricle log
- Microspherericle log
จะเห็นว่า กระแสไฟฟ้าที่วิ่งเข้าไปในชั้นหินของ microlog นั้น จะวิ่งแบบสะเปะสะป่ะ อยากไปไหนก็ไป (ก็คือไปที่ที่ความต้านทานน้อยนั่นแหละ) นั่นคือข้อเสียของ microlog เพราะถ้าความต้านทานของ invaded zone – Rxo (ที่เราต้องการวัด) มันดันมากกว่า ความต้านทานของ mud cake – Rmc กระแสไฟฟ้ามันก็ไหลผ่าน mud cake หมดดิ เราก็วัด Rxo ไม่ได้
ดังนั้นเราจึงพัฒนาวิธีที่จะผลักกระแสไฟฟ้าเข้าไปให้ถึง invaded zone ให้ได้ เพื่อจะได้วัด Rxo
วันนี้เราจะมารู้จักสมาชิกคนที่สองกันครับ เขาชื่อว่า microlaterolog
microlaterolog มีความสามารถที่จะผลักกระแสไฟฟ้าเข้าไปใน invaded zone ได้ครับ มาดูกันว่าเราทำได้ไง
Microlaterolog
ย้อนเวลาหาอดีต Time machine to Resistivity log EP2
เรามีขั้วไฟฟ้า 4 ขั้วครับ เรียงกันแบบนี้
A1
M2
M1
A0
กระแสไฟฟ้าหลักที่เราใช้วัด (measured current) ออกจากขั้ว A0 เรียกว่า I0
กระแสไฟฟ้าที่ใช้ผลักกระแสไฟฟ้าหลัก (bucking currect) ที่เราใช้วัดออกจากขั้ว A1 เรียกว่า I1
เราใช้วงจรอิเลคทรอนิกส์ควบคุมปริมาณกระแส A1 เพื่อให้ความต่างศักย์ระหว่างขั้ว M1 และ M2 เท่ากับ 0 (Vm1=Vm2)
อะ อะ งงๆ อะดิ ดูรูปๆ
เมื่อ Vm1 = Vm2 แสดงว่า I0 ไม่มีทางไปชนกับ I1 ได้ จริงไหมครับ ก็เหมือนกับเราใช้ I1 ผลัก I0 ให้เข้าไปใน invaded zone สำเร็จ … ไชโยๆ
รูปข้างบนนี่ผมขยายๆให้ดูหลักการ ให้เข้าใจได้ง่ายๆ แต่ความจริงแล้ว ขั้วไฟฟ้า ไม่ได้เป็นจุดอย่างในรูปครับ มันเป็นวงกลมๆแปะอยู่บนแผ่นยางครับ แบบนี้ครับ
เท่ห์ป่ะๆ
ต่างจาก microlog ที่ขั้ว microlog มันจะเป็น จุดๆ จริงๆ ดูภาพเปรียบเทียบข้างล่างนะ
การที่เราสามารถผลักกระแสไฟฟ้าที่ใช้วัดให้ลึกเข้าไปในชั้นหินได้ระดับหนึ่ง (ประมาณ 3 นิ้ว) ทำให้เราเลี่ยงที่จะวัดค่า Rmc เข้ามาผสมปนเปด้วย (อย่าลืมว่าเราต้องการวัก Rxo) ยิ่งเราผลักให้ลึกเข้าไปได้เท่าไร เรายิ่งลดผลกระทบจากค่า Rmc ไปได้เท่านั้น
จึงนับว่า microlaterolog ได้พัฒนาเหนือว่า microlog ขึ้นมาอีกขึ้น
แต่เดี๋ยวก่อน …
ถ้า mud cake มันหนามากๆ Rmc ต่ำมากๆ คงามลึก (ความห่างจากเครื่องมือวัด) 3 นิ้วที่ว่า อาจจะไม่พอที่จะหลบการอ่านค่า Rmc จริงไหมครับ เพราะอย่างไรก็ตามกระแสไฟฟ้าหลักที่เราจะวัด มันก็ไหลพรวดไปทาง Rmc อยู่ดี เพราะ mud cake มันหนา และความต้านทานต่ำ
ดังนั้น เราต้องมีวิธีที่บังคับให้กระแสไฟฟ้าหลักเข้าไปลึก (ห่างจากเครื่องมือวัด) กว่า 3 นิ้ว …
โปรดติดตามตอนต่อไป … 🙂
————————-
recta sapere
การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ’” (กิจการ 20:35)
ตอนผมเป็นเด็ก พ่อพาผมไปดูละครสัตว์ จำได้ว่าผมตื่นเต้นมาก ครอบครัวหนึ่ง เข้าแถวซื้อตั๋วหน้าเรา ครอบครัวนี้มีลูกแปดคน ดูๆ แล้วคงไม่มีเงินมากอะไร เพราะเสื้อผ้าแต่ก็ดูสะอาดดี เด็กๆ ดูเรียบร้อย จับมือกัน ตื่นเต้นมากที่จะได้ดูละครสัตว์ ดูก็รู้ว่าเป็นครั้งแรกของพวกเขา พ่อกับแม่ของพวกเขาจับมือกันอยู่หัวแถว มองดูลูกด้วยควมสุขและภูมิใจที่ได้พาลูกมา พ่อกับแม่มองตากันและยิ้มให้กัน ด้วยความภาคภูมิใจ
พ่อถามคนขายตั๋วว่า เด็กแปดคนและผู้ใหญ่สองคนครับ คนขายตั๋วบอกราคา แม่ถึงกับปล่อยมือจากพ่อ คอตก ส่วนพ่อริมฝีปาก เริ่มสั่น ถามราคาอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ได้คำตอบเดิม พวกเขามีเงินไม่พอ เขาต้องบอกลูกๆว่าวันนี้คงไม่ได้ดูละครสัตว์แล้วเป็นตอนที่ยากลำบากใจที่สุดที่เด็กๆจะผิดหวังอย่างมาก
พ่อผมเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น พ่อเอามือล้วงกระเป๊าหยิบเงิน 20 ดอลล่าร์ออกมาแล้วปล่อยตกลงบนพื้น ทั้งๆที่พ่อเองก็มีเงินอยู่เท่านั้นเองด้วย พอก้มลงเก็บเงินพูดกับพ่อของเด็กๆ นั้นว่า ขอโทษครับ ผมเชื่อว่าคุณทำเงินตกไว้ พ่อของเด็กๆรู้ทันทีว่าเพราะอะไร เขาซาบซึ้งใจที่ช่วยเขาในยามสิ้นหวังเสียใจ น่าอายแบบนี้ เขามองตาพ่อผมเอามือทั้งสองจับมือพ่อผมและรับเงินนั้นแน่น ปากสั่นเทา น้ำตาไหลพราก พูดว่า ขอบคุณ ขอบคุณ สิ่งที่คุณทำมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผมและครอบครัวผม พ่อและผมกลับไปที่รถกลับบ้าน
เราไม่ได้ดุละครสัตว์ แต่เรามีความสุขยิ่งกว่นั้นมาก พ่อกับแม่จะมีความสุขเสมอที่ได้ทำให้ลูกมีความสุขแบ่งปันความสุขของเราให้พวกกันบ้างนะครับ ทำให้ท่านภูมิใจและมีความสุขแบ่งนความสุขให้แก่ผู้อื่นต้วยสิ่งที่พ่อสอนเรามีค่าเสมอครับ
(จาก facebook บาทหลวง สุรชัย ชุ่มศรีพันธุ์)

