Losin หมุดชี้ชะตา MTJDA เธอ คือ เกาะ หรือ แค่กองหิน ? – MTJDA คือ พื้นที่ทับซ้อนที่ไทย และ มาเลเซีย ยุติข้อขัดแย้งทางพรมแดนชั่วคราว เพื่อพัฒนาพื้นที่ส่วนนี้ร่วมกันในการนำทรัพยากรก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้ โดยการตั้งบ.ร่วมลงทุนขึ้นมา
CARIGALI-PTTEPI Operating Company Sdn. Bhd. (CPOC) คือบ.ที่ว่านั่น
Losin
หมุดชี้ชะตา MTJDA เธอ คือ เกาะ หรือ แค่กองหิน ?
ผมก็เหมือนกับทุกๆท่านส่วนใหญ่ในวงการฯที่ทราบเรื่องราวกันมาประมาณนั้น แล้วเราก็ทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันไป คนขายของก็ขายของไป คนขายแรงกาย ขายแรงสมอง ก็ขายไป
วันนี้มีโอกาสได้รู้ที่มาที่ไปของ MTDJA นี้ว่ามันเป็นมาอย่างไร ความขัดแย้งมันเกิดขึ้นตรงไหนอย่างไร มาจบด้วยพื้นที่แบบทุกวันนี้อย่างไร
ข้อมูลนี้น่าสนใจมากๆสำหรับคนในวงการอย่างพวกเราที่ทำมาหากินกับทรัพยากรในอ่าวไทย
ข้อมูลทั้งหมดผมนำมาจาก โลซิน กองหินแห่งประวัติศาสตร์ของแหล่งก๊าซธรรมชาติไทย
โลซิน กองหินแห่งประวัติศาสตร์ของแหล่งก๊าซธรรมชาติไทย
ใครสนใจอ่านเรื่องราวละเอียดๆเชิงลึก (รับรองว่าสนุก มีเกร็ดเล็กๆน้อยๆเยอะแยะ และ ได้ความรู้เต็มๆ) คลิ๊กลิงค์อ่านได้เลย
แต่สำหรับเพื่อนๆที่อ่านในรถไฟฟ้า อ่านตอนโหนรถเมล์ ผมจะสรุปให้สั้นๆแบบอิงเส้นเวลา รวบเอามาเฉพาะหลักๆให้เป็นน้ำจิ้มก่อนไปอ่านภาคเต็มในลิงค์ข้างต้นตามนี้นะครับ
พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) ไทยทำแผนที่ 68A ขึ้นมาฝ่ายเดียวเพื่อเชิญชวนให้เอกชนมายื่นคำขออนุญาตสำรวจปิโตรเลียม
มาเลเซียชะโงกหน้ามาดูเห็นว่าตัวเองไม่ได้เสียเปรียบอะไร ก็เลยประกาศเขตแดนตัวเองฝ่ายเดียวมั่ง โดยล้อกันตามแผนที่ 68A ของไทย … ดูเหมือนจะ happy ending
3 ปีต่อมา พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) บริษัท Esso Production Malaysia Inc. (EPMI) ผู้รับสัมประทานของมาเลเซีย สำรวจพบก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ของมาเลเซีย(ที่ล้อตามแผนที่ 68A ของไทย)
มันก็น่าจะจบง่ายๆแบบนี้ใช่ป่ะ แต่ในปีเดียวกันนี้ … ไทยบอกว่าน่าจะทำให้ชัดเจนถูกต้องแบบเป็นทางการร่วมกันดีกว่า ไทยจึงทำแผนที่ ป.4 (เลขที่แผนที่นะครับ ไม่ใช่ แผนที่ประถม 4) โดยใช้เกาะเล็กๆที่ชื่อ โลซิน เป็นจุดอ้างอิงในทะเลว่าขอบประเทศส่วนเป็น “เกาะ” ของไทยอยู่ตรงนั้น ตามนิยามของอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1958 ทำให้พื้นที่ทางทะเลตามแผนที่ ป4. นี้ล้ำเกินแผนที่ 68A เข้าไปในพื้นที่ของมาเลเซีย (ที่ Esso สำรวจเจอปิโตรเลียมแล้ว)
เรื่องอะไรมาเลเซียจะยอม จริงไหมครับ เป็นเรา เราก็ไม่ยอม ตั้งแต่นั้นมา ไทยกับมาเลเซียก็ต้องยุติกิจกกรมการสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อนนี้ และ พยายามจับเข่าคุยกันมาตลอด
2 ปีต่อมา … ความพยายามในปี พ.ศ. 2516 ก็ไม่ประสบผลเพราะรู้ๆกันอยู่ว่า ปีนั้นสภาพการเมืองประเทศเราเป็นอย่างไร
3 ปีต่อมา … ความพยายามในปี พ.ศ. 2519 ก็แห้วเพราะเหตุผลคล้ายๆปี 2516 นั่นแหละ และ มาเลเซียเตะถ่วงรอผลจากการประชุมอนุสัญญาเจนีวาเรื่องข้อตกลงเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลครั้งที่ 3 ที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ (เสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2525) เพราะมาเลเซียแอบลุ้นว่าข้อตกลงอนุสัญญาเจนีวาจะกำหนดให้เกาะเล็กๆไม่มีสภาพเป็นเขตไหล่ทวีป และ จะมีผลทำให้ไทยไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเกาะจิ๋วๆอย่างเกาะโลซินในการอ้างแนวเขตไหล่ทวีปได้ (อันเป็นฐานการอ้างสิทธิ์ในแผนที่ ป.4)
2 ปีต่อมา … พ.ศ. 2521 เนื่องจากวิกฤติพลังงานในตอนนั้น ทำให้มาเลเซียรอผลการประชุมอนุสัญญาเจนีวาฯไม่ไหว จึงเสนอให้ทั้งสองฝ่ายมาร่วมกันสำรวจและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อน และ พักเรื่องการแบ่งเขตประเทศไว้ก่อน ซึ่งไทยก็เห็นด้วย (เพราะเราก็ทนวิกฤติพลังงานไม่ไหวเช่นกัน คือ win win ไม่มีใครเสียฟอร์ม นั่นแหละ)
ปีถัดมา … พ.ศ. 2522 ทั้งสองประเทศตกลงทำ MTJDA (Malaysia-Thailand Joint Development Area) และ ร่วมกันเป็นหมอตำแยทำคลอดเด็กที่ชื่อ CPOC (CARIGALI-PTTEPI Operating Company Sdn. Bhd.) ออกมา โดยหมอตำแยทั้งสองสอดใส่เงื่อนไขทางพันธุกรรมไว้ว่าหนูน้อย CPOC จะมีอายุแค่ 50 ปี
ชาตะ พ.ศ. 2522 + 50 = มรณะ พ.ศ. 2572 … ปีนี้ 2563 หนู CPOC ก็ยังมีอายุอีก 9 ปี … ป่านนั้นหลายคนคงเกษียณไปแล้ว (รวมผมด้วย 555) ส่วนคนรุ่นหมอตำแยที่ทำคลอดน้อง CPOC คงขึ้นเมรุไปหลายคนแล้วเช่นกัน
3 ปีถัดมา (เมื่อน้อง CPOC อายุได้ 3 ขวบ) … พ.ศ. 2525 อนุสัญญาเจนีวาส่วนของข้อตกลงเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลฟันฉัวะว่า เกาะโลซินมีสถานภาพเป็นเพียงกองหินเท่านั้น และ ไม่สามารถใช้อ้างอิงเป็นขอบไหล่ทวีปที่สามารถใช้เป็นจุดชี้เขตดินแดนของประเทศได้อีกต่อไป … แป่ว …
ไม่ใช่เรื่องใหม่ น่าตกใจอะไร รู้กันมานานแล้ว (ก็ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 นั่นแหละ) ผู้เกี่ยวข้องคงวางแผนรับมือกันแล้วว่าวันที่หนู CPOC หมดอายุขัยแล้ว หมู่เฮาชาวสารขัณฑ์จะเอาไงกันต่อ … (อย่าไปพึ่งทีมหมอตำแยที่ทำคลอดเลยครับ ป่านนั่นถ้าไม่ขึ้นเมรุไปแล้วก็คงกำลังเข็นวนรอบเมรุรอบที่สองรอบที่สาม)
นี่ผมสรุปย่อสุดๆแล้วนะครับ แนะนำอย่างแรงว่าไปอ่านต้นฉบับด้วยจะดียิ่ง เพราะมีรูปแผนที่แต่ล่ะเวอร์ชั่นประกอบ มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ความรู้ต่างๆมากมาย
บทบาทของ ปตท.สผ. กับ เกาะโลซิน
ข้างล่างนี้ผมก๊อปมาจากเฟสบุ๊คของ ปตท.สผ. นะครับ … https://www.facebook.com/pttepplc/posts/3499128870139991
หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “เกาะโลซิน” เกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดปัตตานีไป 72 กิโลเมตร เกาะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งครับ นอกจากเป็นจุดอ้างอิงในการประกาศน่านน้ำอาณาเขตไทยแล้ว ยังเป็นเกาะที่มีชนิดของปะการังแข็งมากที่สุดในอ่าวไทยถึง 76 ชนิดครับ
ปตท.สผ. จึงได้ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสถาบันทางการศึกษาทำการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณภาพสิ่งแวดล้อม บริเวณเกาะโลซิน
จากการสำรวจ เบื้องต้นพบชนิดของปลาที่รายงานเป็นครั้งแรกของประเทศไทย มากกว่า 10 ชนิด และพบปะการังแข็งเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4 ชนิด ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะมีการรวบรวมและรายงานผลต่อไป
ในการสำรวจครั้งนี้ จิตอาสา ปตท.สผ. ยังได้ช่วยกันดำน้ำลงไปเก็บขยะทะเลที่ติดในแนวปะการังรอบเกาะโลซินด้วยครับ ชมภาพสวย ๆ รอบเกาะโลซิน และภารกิจดูแลท้องทะเลกันได้เลยครับ
Petroleum Unitization การแบ่งเค้ก เมื่อพื้นที่แหล่งฯคาบเกี่ยวพื้นที่สัมประทาน
Petroleum Unitization การแบ่งเค้ก เมื่อพื้นที่แหล่งฯคาบเกี่ยวพื้นที่สัมประทาน

