Drilling vs Well Services – เลือกอะไรดีครับ ไม่มีคำตอบครับ 555 ขึ้นอยู่กับคุณชอบอะไรครับ
คุณเคยไปซ่อมแซมต่อเติมบ้านไหมครับ พอไปถึงหน้างาน แล้วเห็นปัญหา เห็นโจทย์ คุณอยากกลับไปดูมุมขวาล่างของพิมพ์เขียวมากเลยครับ ว่าไอ้ใครหน้าไหนมันเป็นคนออกแบบสร้างเอาไว้แบบนี้
เรียกว่าสร้างมาไม่เผื่อให้ต่อเติมไม่เผื่อให้ซ่อมเลย
แต่พอยกโทรศัพท์ไปคุยกับคนสร้าง ถึงเข้าใจว่าอ๋อตอนที่เขาสร้างนั้น เจ้าของบ้านเขาบอกว่า สร้างเลยพี่เอาตามนี้ผมไม่ต่อเติมผมไม่ซ่อมอีกแล้ว
ขอให้ได้ราคาถูกได้เร็วๆก็พอ
นี่แหละครับเวลาเปลี่ยนไป ความต้องการคนเราเปลี่ยนไป โจทย์มันก็เปลี่ยนไป
การสร้างเผื่อซ่อมเผื่อต่อเติม มันก็มักจะแพงกว่า สร้างแบบใช้งานอย่างเดียวไปตลอดอายุการใช้งาน
Drilling ไม่ใช่เจ้าของบ้านครับ เราสร้างบ้านตามใบสั่งของเจ้าของบ้านอีกทีนึง
ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่เจ้าของบ้านในวันที่สร้างบ้าน กับเจ้าของบ้านในวันที่ซ่อมแซมต่อเติมปรับปรุงนั้นก็มักเป็นคนละคนกัน
Drilling vs Well Services
Drilling เหมือนคนสร้างบ้าน ได้โจทย์มาชุดนึง มีข้อจำกัดชุดนึง สร้างเสร็จ ส่งงาน แล้วก็ไปสร้างหลังถัดไป ชีวิตนักขุดเจาะจึงไม่ค่อยอยู่กับที่ ย้ายไปเรื่อยเรื่อย เหมือนไซต์ก่อสร้างที่เราเห็นๆทั่วไป วันนึงอยู่แถวสมุทรปราการอีกวันนึงอาจจะไปอยู่สุพรรณบุรีก็ได้
เข้าตำรา รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ และ drilling เอิ๊กๆ
Well service คือ คนที่เข้ามาซ่อมแซมปรับปรุงแก้ไขต่อเติม เพื่อให้บ้านได้ยืดอายุใช้ประโยชน์ต่อไปในหน้าที่เดิมของมัน หรือ ปรับให้ใช้งานในที่ใหม่ของมัน
Well service จึงมักเป็นคนที่อยู่ในละแวกเดียวกับบ้าน หรือ หมู่บ้าน คอนโดฯ นั้นๆ มีอะไรเสีย ก็เรียกมาใช้ มาซ่อม มาต่อเติม ได้ตลอดเวลา ก็รู้จักมักคุ้นแม่ค้าขายหมูปิ้ง วินมอเตอร์ไซค์ ร้านตัดผมแถวนั้นเป็นอย่างดี บ้างก็มีอาชีพเสริมขายน้ำเต้าหู้ เปิดร้านสะดวกซื้อ ไปด้วยก็มี
อาหารการกินก็ออกแนวผูกปิ่นโตกันยาวๆ ต่างจาก drilling ที่มักชอบกินแบบจิ้มจุ่ม(แล้วจากไป) แฮ่ๆ ออกแนววรยุทธ์เหยียบหิมะไร้ร่องรอย
แต่ถ้าเทคนิคและวิชาการทางวิศวกรรมนั้น ท้าทายยากโหดพอๆกันทั้งคู่แหละครับ แค่มันคนละอย่างกันเท่านั้นเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก
ถ้าเทียบกัน กับอุตสาหกรรมทั่วๆไป ก็คือ construction กับ modification & maintenance นั่นแหละ
แล้วถามว่าวันนึงเป็นคนสร้างแล้วอยากจะเปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นคนซ่อมบ้างล่ะ จะได้ไหม
แล้วกลับกันล่ะถ้าซ่อมบ้านเก่งซ่อมบ้านแล้วจะไปสร้างบ้านบ้างล่ะ
เอาจริงๆมันก็ได้ทั้งคู่นั่นแหละ แต่ความเห็นส่วนตัวผม ถ้าเปลี่ยนจากคนสร้างมาเป็นคนซ่อมจะง่ายจากเปลี่ยนจากคนซ่อมไปเป็นคนสร้าง
อย่างไรก็ตามที่ดีที่สุดก็คือ เป็นคนสร้างที่เข้าใจโจทย์ของเจ้าของบ้าน และ แนะนำเจ้าของบ้านว่าถ้าเผื่อซ่อมเพื่อปรับปรุงจะต้องทำอย่างไร และ เป็นคนซ่อมที่เข้าอกเข้าใจหัวอกคนที่สร้างในโจทย์ของวันที่เขาสร้าง
ใครอยากอะไรก็ตามสะดวกเลยครับ ผมแค่ให้ข้อมูลตามที่เห็นจากประสบการณ์เท่านั้นแหละ
รายได้ และ จำนวนงานที่รองรับ
เกริ่นไว้ก่อนเลยนะครับว่า ผมกำลังพูดถึงภาพใหญ่ทั่วๆไปในระดับสากล ไม่ใช่เฉพาะในอ่าวไทย หรือ ในลานกระบือ
รายได้นั้นไม่ต่างกันเลยครับ
เราอาจจะคิดว่า drilling มากกว่า well service อาจจะจริงในบางพื้นที่ ในบางประเทศ ในบางสภาพแวดล้อม ในบางรูปแบบของแหล่งสำรวจ และ ผลิต แต่ในภาพใหญ่แล้วรายได้ไม่ต่างกันเลยครับ
แต่ที่ต่างกัน คือ ตรงนี้มากกว่า ตรงที่ จังหวะ และ จำนวนปริมาณงานที่รองรับ
ประการแรกอย่างที่รู้กัน ว่าธุรกิจเรามีสามช่วงใหญ่ๆ
- ช่วงขุดเพื่อสำรวจ
- ขุดเพื่อประเมินศักยภาพแหล่ง และ
- ขุดเพื่อผลิตพัฒนา (แต่ก่อนมีการแยกช่วงผลิตและช่วงพัฒนา แต่ด้วยความเร่งในการเอาปิโตรเลียมขึ้นมาใช้ ช่วงผลิต และ พัฒนาจึงมักจะต่อกัน หรือ ความรวมคู่ขนานเป็นช่วงเดียวกัน)
แน่นอนว่าช่วงขุดสำรวจ ขุดประเมิน และ ช่วงผลิตพัฒนาในตอนแรกๆ จะไม่มีงาน Well service มากนัก
หลุมใหม่ๆมักจะไม่ต้องการการซ่อมแซม ทะนุบำรุง หรือ ปรับแต่ง เปลี่ยนแปลงอะไร งานซ่อมบำรุงดัดแปลงต่อเติม มักจะเกิดในช่วงหลังๆ จริงไหมครับ
ดังนั้นช่วงแรกพวกเราจอมขุดเจาะก็มักจะมีงานชุกกว่า
ทีนี้โดยธรรมชาติของงานขุดเจาะ และ การพัฒนาแหล่งผลิต เราจะไม่เจาะกันตลอดเวลา เราจะเจาะกันเป็นช่วงๆ ทึ่เราเรียกว่า campaign แล้วแต่ฝ่ายวางแผนพัฒนาจะวางแผนไว้อย่างไร เพื่อให้เหมาะสมกับกลยุทธ์การผลิต และ การขายปิโตรเลียมของบ.นั้นๆ
เช่น ขุดช่วงแรก (first campaign) 2 ปี แล้วหยุด 1 ปี แล้วขุดต่ออีก 1 ปี อะไรอย่างนี้เป็นต้น
เราคนขุดเจาะไม่ได้เป็นคนกำหนดในเรื่องนี้ เราแค่ทำตามใบสั่ง ตามแผนงานที่ฝ่ายวางแผนใหญ่เขาวางเอาไว้
เราแค่เบี้ยในกระดาน …
นอกจากนี้ความต้องการแรงงานขุดเจาะยังขึ้นอยู่กับจำนวนหลุมต่อปี จำนวนแท่นเจาะต่อปี
เช่น หลุมนึงใช้เวลา 1 เดือน ดังนั้น 1 ปี 1 แท่นเจาะ ขุดได้ 12 หลุม เราก็ใช้คนขุดเจาะแค่ชุดเดียวในปีนั้น
แต่ถ้าฝ่ายวางแผนเขาต้องการให้มีจำนวนหลุมมากขึ้น ก็ต้องใช้จำนวนแท่นเจาะมากขึ้นเป็นสองแท่น จำนวนแรงงานที่ต้องการก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปีนั้น อย่างนี้เป็นต้น
เราเรียก FDP – Field Development Plan หรือ บางที่เรียก POD – Plan Of Development
ดังนั้นเมื่อขุดเสร็จตามกำหนดจำนวน และ เวลาที่ฝ่ายวางแผนกำหนดไว้ คนขุดเจาะเหล่านี้ก็จะไม่มีงานทำ ซึ่งรูปแบบการจ้างงานคนขุดเจาะก็ต้องทำให้สอดคล้องกันด้วย (Man power planning)
ฝ่ายวางแผนต้องคุยกับฝ่ายวางแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล
จะจ้างใครตำแหน่งไหนเป็นตำแหน่งถาวรอยู่กับองค์กรต่อหลังการขุดเจาะสิ้นสุด ใครตำแหน่งไหนจะเป็นแบบชั่วคราวปีต่อปี หมดช่วงการขุดเจาะแล้วก็แยกย้ายกันไป
ต้องวางแผนให้ชัดตั้งแต่ตอนต้น จะได้ไม่ต้องมาดราม่าทะเลาะกัน ผลตอบแทน รายได้ สวัสดิการ ก็จัดสรรให้เหมาะสมกับความมั่นคง(หรือไม่มั่นคง)ของหน้าที่การงาน
ในแง่มุมนี้จะเห็นว่า drilling มีความไม่แน่นอน คือ เมื่อหมดฤดูกาลขุดเจาะตามแผนก็ต้องระเหเร่ร่อนไปหางานทำต่อที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นระดับวิศวกร หรือ ช่างเทคนิค เมื่อไม่มีหลุมให้เจาะ ก็ไม่มีงานให้ทำแล้วใครจะจ้างเอาไว้ล่ะ
ผมถึงชอบเรียกเล่นๆว่ามีคน drilling กลุ่มหนึ่ง ที่ผมเรียกว่ามือปืนรับจ้าง เพราะมีงานก็จ้าง ไม่มีงานก็ไม่จ้าง แต่ตอนจ้าง ก็จ้างแพงสุดๆ จ่ายแบบ door to door (จ่ายนับ จากออกจากประตูบ้าน จนถึงกลับมาถึงหน้าประตูบ้าน) ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ค่าอาหาร ระหว่างการเดินทางไปกลับ สมน้ำสมเนื้อกับความสามารถ
มาดูฝั่งเพื่อนของเรา Well service บ้าง ความต้องการใช้งานอาจจะช้าหน่อย แต่มาแล้วก็อยู่ไปยาวๆนานๆ
คิดถึงหมู่บ้านจัดสรรก็ได้ครับ สร้างเป็นเฟสๆ แรกๆงานซ่อมแซมต่อเติมก็ยังไม่มี พอจำนวนบ้านมีหลายหลังมากขึ้น เดี๋ยวไอ้โน้นพัง ไอ้นี่เสีย บ้านนั้นก็จะต่อโรงรถ หลังนี้ก็จะทำสวน หลังนั้นก็จะขยายครัว
เพราะฉะนั้นเวลาผ่านไปงานยิ่งเยอะเพราะจำนวนบ้านมีหลายหลังมากขึ้น ในขณะที่คนสร้างบ้านตอนนั้นมันตกงานเปิดร้านสะดวกซื้อ ขายก๋วยเตี๋ยว อยู่ไหนแล้วไม่รู้
Well service จึงมักจะเป็นคนในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ มีอาชีพการงานที่ค่อนข้างจะมั่นคง และ อยู่กับที่กับทาง เมื่อมีหลุมเจาะเยอะปัญหามันก็เยอะ ให้ต้องมาตามเก็บ ตามล้าง ตามเช็ด ตามซ่อมกัน
พูดง่ายๆ คือ ยิ่งนานวัน งานยิ่งเยอะ เพราะหลุมมันจะยิ่งแย่ มันจะต้องยิ่งต้องซ่อม จะหมดงานก็ต่อเมื่อ ฝังกลบหลุม ส่งคืนพื้นที่สัมปทานนั่นแหละ
ดังนั้นพี่น้องชาว well service อย่าบ่นเวลามีหลุมไปให้ซ่อม หรือ ไป up grade ให้ทำนู่นทำนี่ เพราะถ้าหลุมมันดีตลอดช่วงระยะเวลาใช้งานของมัน ไม่ต้องดัดแปลงแก้ไขอะไรเลย ไม่ต้องซ่อมเลย เราก็ไม่ต้องการ Well service จริงไหมครับ
ดังนั้นจงจำไว้ว่าเมื่อไหร่ได้ข่าวว่าหลุมนั้นเสียหลุมนี้พัง ต้อง up grade นั่นแหละ คือ ความมั่นคงทางการงานของเรา อู่ข้าวอู่น้ำของเรา
ช่างซ่อมจะตกงานถ้าไม่มีของให้ซ่อม …
ส่วนลูกอีกช่างขุดอย่างผม ก็เร่ร่อนไป วัดดวงเอากับแผนงานขุดของบริษัทน้ำมัน
ซึ่งบางทีก็วางแผนไว้ดิบดี เช่น จะขุด 4 ปี ขุดได้ครึ่งปีราคาน้ำมันพุ่ง เพราะมีคนไปปิดช่องคลอด เอ้ยช่องแคบเฮอร์มุช จากแผนงานจากเจาะเดิม 1 แท่นเจาะ 4 ปี ก็ลดลงมาเหลือ 2 แท่นเจาะ แล้วขุด 2 ปี เพราะต้องการเร่งผลิตน้ำมันมาขายช่วงราคาดี
ไอ้ที่เราวางแผนจะส่งลูกเรียนเมืองนอก 4 ปี ทีนี้ก็ซวยละ ลูกเรียนได้แค่ 2 ปี ก็ต้องหางานใหม่แล้ว
ถ้าไม่โลกสวยจนเกินไป น้องๆนักศึกษาที่หาดใหญ่ ที่ม.นเรศวร ที่สงขลา ทุนการศึกษาหมดก่อนกำหนด ก็เพราะเรื่องนี้ก็มีเหมือนกัน
แต่ในทางกลับกัน ขยายแผนการขุดก็มีให้เห็น ก็ได้อยู่กันยาวๆไป
ส่วนเพื่อน well service ส่งลูกเรียน เอกชน สองภาษา สบายๆ ไม่กังวล
ไม่ได้ขู่นะแต่นี่คือสิ่งที่เห็นมาจริงๆ จากคนเป็นๆ ตัวเป็นๆ ตลอดชีวิตการทำงานในอุตสาหกรรมนี้ในหลายประเทศ
ต่อมาถ้ามองในมุมของคนที่ตั้งเป้าจะเป็น Expat ก็น่าจะมองเห็นคำตอบบ้างแล้วว่า ไปทางฝั่ง drilling จะมีโอกาสได้งานต่อเนื่องมากกว่า เพราะว่าสามารถที่จะย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้เรื่อยๆตามประสบการณ์ที่สั่งสม แต่ก็จะมีราคาความเสี่ยงติดมาอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น
There is no such thing as a free lunch
ต่างจาก well service ที่ซ่อมบำรุง ดัดแปลง แก้ไข ต่อเติม อยู่ในแหล่งพื้นที่เดิม ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาประสบการณ์ในพื้นที่มากกว่า อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการนำคนนอก (expat) เข้ามาราคาแพงกว่าคนที่มีประสบการณ์ในพื้นที่
ยกเว้นในกรณีที่เจอปัญหาใหม่ๆที่พื้นที่นั้นไม่เคยเจอ ถึงต้องนำเข้า expat ด้าน well service ที่เคยมีประสบการณ์แบบนั้นจากแหล่งอื่นมาช่วย หรือ คนในพื้นที่หมด พัฒนาขึ้นมาไม่ทันกับปริมาณงาน
แต่เมื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ประสบการณ์ และ วิธีแก้ไข ซ่อมบำรุง ดัดแปลง ต่อเติมแล้ว หรือ ผลิตคนในพื้นที่ขึ้นมาได้แล้ว expat ที่นำเข้า ก็มักจะถูกเลิกจ้างแล้วแทนที่ด้วยวิศวกรหรือช่างเทคนิคด้าน well service ในพื้นที่ต่อไป
กลับไปอ่านบรรทัดแรกที่ผมเกริ่นเอาไว้ว่า ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นภาพของอุตสาหกรรมแบบสากล ไม่ใช่ในอ่าวไทย หรือ ลานกระบือ (ซึ่งตะบี้ตะบันขุดกันทั้งปีทั้งชาติ)
อย่างไรก็ตามทั้ง drilling และ well service มีจุดร่วมที่เหมือนกัน คือ ต้องแสวงหาความรู้ทักษะ และ ประสบการณ์ใหม่ๆ ออกนอกกรอบที่คุ้นเคย ที่เคยทำอยู่ แบบ ก็อปๆ แปะ ๆ เพื่อจะได้มีโอกาสในการโกอินเตอร์ หรือ ขยายขอบเขตการทำงานไปที่อื่นได้มากกว่าที่เราทำเป็นเป็นประจำทุกเมื่อเชื่อวัน
ผมพูดในมุมมองที่ไม่ได้เกิดและโตมาจากอ่าวไทย ไม่ได้เกิดและโตมาจากลานกระบือ ที่อื่นเค้าไม่ได้ทำแบบเราเพราะเหตุผลเฉพาะตัวของเขา
คนที่เกิด และ โตในอ่าวไทยในลานกระบือ อาจจะไม่เห็นด้วยกับผม ไม่ว่ากัน
ดังนั้นสิ่งที่เราทำอยู่ มันตอบโจทย์ของเราแต่ไม่ได้ตอบโจทย์ของที่อื่น
ดังนั้นเราไปทำงานที่อื่น ทั้ง drilling และ well service อย่าเอารูปแบบการทำงานของเราไปครอบ เพราะโจทย์มันไม่เหมือนกัน คำตอบจึงไม่อาจเหมือนกันได้
ที่ผมเน้นมาตลอดในเว็บไซต์ และ เพจของผม คือ ฟิสิกส์ และ วิศวกรรม เราต้องแน่นในหลักการ และ เหตุผล มากกว่าที่จะบอกว่าที่นี่ เราทำแบบนี้ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ใครตอบแบบนี้ผมจะตบกระโหลก
ผมจะเรียกว่าเป็นวิศวกร Microsoft Office คือ copy & paste ที่เด็ก TA (Technical Assistant) ก็ทำได้
ดังนั้นคืนนี้กลับไปถามตัวเองว่าที่เราทำงานแบบนี้เหตุผลทางฟิสิกส์ และ วิศวกรรม คือ อะไร ทำไมเราจึงต้องทำแบบนี้
เมื่อได้คำตอบแล้วพรุ่งนี้เราจะเป็น drilling engineer หรือ well services engineer ที่ดีกว่าวันนี้ครับ
