Site icon OIL MAN

Color blindness ตาบอดสี กับ งานวิศวกรสนาม ความเห็นส่วนตัว

Color blindness ตาบอดสี กับ งานวิศวกรสนาม ความเห็นส่วนตัว – หลายๆปีที่ทำเว็บ และ ตอบคำถามพี่พ้องน้องเพื่อน (ตอนนี้เป็น ลูกๆหลานๆล่ะ) มีคำถามเกี่ยวกับตาบอดสีมาเป็นพักๆ ทำนองว่า ทำงานสนามได้ไหม

พอดีว่ามีน้องคนหนึ่งที่ตาบอดสีเขีนนความเห็นมาแบ่งปัน ก็เลยคิดว่า เอามาคุยกันเป็นจริงเป็นจังซักทีก็ดี

วิศวกรสนาม Field Engineer สัมภาษณ์อะไรกัน ตอบอย่างไรให้โดนใจ

วิศวกรสนาม Field Engineer สัมภาษณ์อะไรกัน ตอบอย่างไรให้โดนใจ

Color blindness

ตาบอดสี กับ งานวิศวกรสนาม ความเห็นส่วนตัว

มีน้องคนนึงไปสัมภาษณ์มาแล้วเอาข้อคิดประสบการณ์มาแบ่งปันครับ … ***สำหรับการไขข้อข้องใจแก่รุ่นต่อๆไปเรื่องตาบอดสี ผมขอให้ความเห็นว่า

1.”พยายามให้ถึงที่สุดก่อนโดยตรวจร่างกายเตรียมตัวให้ฟิตทุกอย่างจริงๆเพื่อให้ดูว่าเราสามารถทำงานนี้ได้”

2.”หาข้อมูลสนับสนุนเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานทางด้าน Engineering ที่เกี่ยวข้อง หรือ สัมพันธ์กับทางด้านการใช้สายตา ยืนยันว่าเราสามารถปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหา”

3.”อาจสอบถามข้อมูลจากเพื่อนๆที่ทำอยู่ ว่าตำแหน่งนั้นๆใช้สายตาเกี่ยวข้องกับการทำงานมากน้อยเพียงใด ถ้าใช้มากหรือใช้เต็มๆก็อย่าไปสมัคร ให้เลือกสมัครตำแหน่งที่ไม่ต้องใช้สายตาเรื่องสีจะดีกว่าคับ”

มุมมองของผม

เราต้องยอมรับว่า งานสนามในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ไม่มากก็น้อยล่ะ เพราะเราทำงานกับสสารที่ติดไฟได้ และ ติดได้ดีได้ไวเสียด้วย นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของสารเคมี และ ระบบแรงดัน ที่ถ้าพลาดพลั้งไปจะเกิดความเสียหาย

เรื่องอุปกรณ์น่ะ เราไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่ากับชีวิตคนหรอกครับ

ในงานสนามเราใช้สีแทนความหมายต่างๆมากมาย (color code) เพราะฉะนั้น ความสามารถในการจำแนกสีมีความสำคัญอยู่ 2 อย่าง

อย่างแรก คือ เรื่องความปลอดภัยอย่างที่พยายามอธิบายไปแล้ว บ.ผู้ว่าจ้างจะต้องรับผิดชอบผลพวงความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นจากการทำงานของพนักงาน ดังนั้น อกเขาอกเรา ถ้าเราต้องเป็นผู้รับผิดชอบงานของใครสักคน เราก็ต้องแน่ใจว่าคนๆนั้นต้องทำงานนั้นได้โดยไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลความเสียหายตามมา

อย่างที่สอง คือ ความสามารถในการทำงาน เพราะถ้าจำแนกสีไม่ได้ จะทำงานหลายๆอย่างได้ลำบาก หรือ ไม่ได้เลย

ผมพยายามนึก ไล่ไปที่ล่ะงานบนแท่นขุดเจาะ ผมยังคิดไม่ออกเลยว่ามีงานไหนที่ไม่ต้องใช้ความสามารถในการจำแนกสี หรือ อาจจะมีบางงานที่ผ่านข้อสอง คือ เรื่องการทำงาน เพราะอาจจะมีตัวช่วย คือ หน.งาน หรือ เพื่อน ช่วยตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนกดปุ่ม หรือ ก่อนส่งงานต่อ แต่นั่นแหละ ก็เป็นงานเพิ่มของเพื่อนร่วมงาน ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ด้วยตัวคนเดียว

ถึงจะผ่านข้อสอง แต่ก็ไม่ผ่านข้อแรกอยู่ดี เพราะบนแท่นเจาะเรามีระบบความปลอดภัยที่อิงกับระหัสสีอยู่มากมาย ดังนั้น ถ้าจำแนกสีไม่ได้ นอกจากจะเป้นอันตรายกับตัวเองแล้ว ยังจะเกิดอันตรายต่อเพื่อนร่วมแท่นฯอีกด้วย

ที่ผ่านมา

ผมเจอวิศวกรในวงการฯคนเดียวที่ตาบอดสี แต่ไม่ใช่วิศวกรสนาม แต่เป็น application engineer (งานหลักๆคือ คือ วิเคราะห์งานของลูกค้าว่าจะเหมาะกับสินค้ารุ่นไหนอย่างดีที่สุด ในกรณีที่ไม่มีรุ่นที่เหมาะ ก็จะมีหน้าที่วิเคราะห์ให้ได้ว่า สินค้าที่ตรงกับความต้องการลูกค้าที่สุด หน้าตาจะเป็นอย่างไร) และ เป็นยุคที่ยังใช้ excel รุ่นเก่าๆ

เขาเป็นชาวอังกฤษ คาดว่าตอนนี้คงเกษียณไปเรียบร้อยแล้ว

เวลาเขาทำงาน เขาจะต้อง excel ทำกราฟเป็น ขาวเทาดำ ใช้เฉดสีไล่โทน ใช้ pattern (แรเงาแบบต่างๆ) ในการนำเสนอ ซึ่ง สำหรับงานแบบนี้ ตาบอดสี ไม่เป็นปัญหาเท่าไรนัก

อย่างไรก็ตาม ในสมัยนี้ที่อะไรๆก็ BI (Business Intelligent) ใช้การนำเสนอ (Visualization) โดยใช้เครื่องมืออย่าง PowerBI Spotfire ฯลฯ การใช้สี จึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยากพอควร

คำแนะนำ

งานวิศวกรรมที่เหมาะกับผู้ตาบอดสี น่าจะเป็นงานที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  1. ความผิดพลาดจากการจำแนกสี ไม่เกิดความเสียหายแต่ชีวิต และ ทรัพย์สินอย่างมีนัยะสำคัญ
  2. ทำงานในสำนักงานเป็นส่วนใหญ่
  3. เน้นงานแก้ปัญหาทางวิศวกรรม ออกแบบ คำนวน ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เช่น งาน application engineer ที่ผมยกตัวอย่างไปข้างต้น
  4. งานบริหารจัดการโครงการทางวิศวกรรม เช่น ประสานงานการทำงานระหว่างคนในทีม (project coordinator) หรือ บริหารจัดการทีมงาน (project lead)
  5. งานการตลาด การพัฒนาธุรกิจ (BD – Business Development) การขายสินค้าวิศวกรรม

…………………………..

recta sapere

Power tends to corrupt, and absolute power corrupts absolutely.

… John Emerich Edward Dalberg-Acton (10 January 1834 – 19 June 1902)

ท่านบารอนจอร์น อาจจะมองในแง่ร้ายไปนิด แต่หลักฐานในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของมนุษย์เราดูเหมือนว่าจะเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าคำพูดท่านบารอนฯนั้นมีส่วนถูกมากกว่าผิด

เพราะนับนิ้วมือได้ไม่เกินมือเดียวเลยมังที่จะมีกษัตริย์ หรือ ผู้ปกครองที่มีอำนาจสูงสุดเบ็ดเสร็จ (absolute power) ที่ไม่ ฉ้อฉฉล (corrupt) จากจำนวน กษัตริย์ และ ผู้ปกครองเป็นร้อยเป็นพัน ในประวัติศาสตร์โลกใบนี้

ดังนั้น การตรวจสอบ การตั้งคำถาม ต่อผู้ปกครองที่มีอำนาจสูงสุดเบ็ดเสร็จนั้น เป็นกลไกที่สังคมควรมี หรือ ถ้าไม่มี สังคมก็ต้องสร้างกลไกนั้นขึ้นมา

สังคมที่ ไม่สามารถตรวจสอบ ไม่สามารถตั้งคำถามผู้ปกครองได้นั้น นั้น ไม่ต่างจากสังคม หรือ การปกครองแบบเผด็จการโดยทางพฤตินัย (ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ว่าอย่างไรก็ตาม)

Love and Faith (correctly) อย่ารักและศรัทธา อย่างมืดบอด

Love and Faith (correctly) อย่ารักและศรัทธา อย่างมืดบอด

Exit mobile version