Site icon OIL MAN

Blind drilling EP1 หลับตาขุด คือ อะไร เสี่ยงอย่างไร และ มีกี่วิธี

Blind drilling EP1 หลับตาขุด คือ อะไร เสี่ยงอย่างไร และ มีกี่วิธี – งงใช่ไหมครับ หลับตาขุด คือ อะไร …

อธิบายง่ายๆแบบนี้ครับ … เวลาเราขุดหลุมปิโตรเลียมเนี้ย เราไม่สามารถไต่รูดก้านเจาะลงไปดูสุขภาพหัวเจาะ สุขภาพก้านเจาะ เครื่องไม้เครื่องมือ (BHA) ต่างๆ หรือ ไม่สามารถ มองเห็นสภาพผนังหลุมได้ว่า เกิดอะไรขึ้น ภาพผนังหลุมเป็นอย่างไร หรือ ถึงชั้นหินไหนแล้ว

Blind drilling EP1

หลับตาขุด คือ อะไร เสี่ยงอย่างไร และ มีกี่วิธี

เราสังเกตุอาการว่าทุกอย่างในการขุด ไปได้ด้วยดีไหม จาก 2 แหล่งข้อมูลใหญ่ๆ แล้วเอามาประมาวลผลโดยใช้ตรรกะต่างๆประกอบเข้ากัน ถึงจะอนุมานได้ว่า อ๋อ ขณะนี้ เกิดอะไรขึ้น

Mud circulation system ระบบไหลเวียนน้ำโคลน คืออะไร

2 แหล่งข้อมูลใหญ่ๆ นั้น คือ อะไรบ้าง

เช่น ที่ 2000 เมตร เราดึงก้านเจาะ 500 ตัน ก้านเจาะก็เคลื่อน แต่ถ้าต้องดึงถึง 600 ตัน จึงจะขยับ แปลว่า เกิดแรงเสียดทานขึ้น ก็ต้องไปหาต่อว่า เกิดจากอะไร เกิดที่จุดไหน

ค่าพื้นฐานที่เราใช้ประกอบมโนของเราก็คือ hook load (น้ำหนักก้านเจาะที่เราดึง) RPM (ความเร็วรอบในการเจาะ) แรงบิดของ top drive (motor ที่เราใช้ขุด) อัตราการไหล ความดันของปั๊มน้ำโคลน

ประเด็นนี้ชัดเจนเนอะ เราใช้ ข้อ 1 และ ข้อ 2. นี่แหละ ประมวลกัน ต่อจิ๊กซอในมโน แล้วสรุปอย่างเป็นตรรกะว่า อ๋อ มันเกิดแบบนี้ขึ้น ตรงนั้นตรงนี้ เพราะอย่างนั้นอย่างนี้ พูดเลย

มันไม่ยากครับ มันสามัญสำนึกทางกลศาสตร์ดีๆนี่เอง

เช่น ก้านติด ดึงไม่ขึ้น แต่ถ้าหย่อนแล้ว หย่อนลง หมุนไม่ได้ หรือ หมุนได้แต่ฝืด หมุนยาก ใช้แรงบิดเยอะ ปั๊มน้ำโคลนแล้ว ปั๊มไม่ลง ความดันขึ้นปรี๊ดๆ แปลว่า เศษหินตกมาทับ stabilizer หรือ ไม่ก็หัวเจาะ เพราะ 2 จุดนี้มันมีลักษณะเป็นกลีบๆ ถ้าเศษหินตกมาทับ จะทำให้น้ำโคลนไหลไม่สะดวก ความดันเลยขึ้น

Balloon Loss Circulation Fracture Kick Blowout อะไรเป็นอะไรกันแน่

แต่ถ้าอาการเหมือนที่ว่ามาแล้วข้างต้น แต่หมุนก้านสะดวกดี แปลว่าเศษหินไปถมตรงที่เป็นก้านเจาะกลมๆไม่มีกลีบ เป็นต้น

อุปมาเหมือนหมอยุคก่อนที่จะมี x-ray, MRI หรือ เจาะเลือดส่งแล็ป หมอต้องสังเกตุจากอาการทางกายภาพของคนไข้แล้วพยายามบอกว่า คนไข้เป็นอะไรนั่นแหละ แต่งานของเราง่ายกว่างานของหมดเยอะ

เอาล่ะ พอรู้พื้นฐานเบื้องต้นล่ะ … กลับมาที่หลับตาขุด คือ อะไร

ถ้าเครื่องมือวัด (sensor ต่างๆ) เราเจ๊ง ก็เหมือนเราตาบอด เราคงไม่เดินไปทั้งๆที่เราตาบอด จริงไหม เราต้องหยุดเดินแล้วซ่อมเครื่องมือวัดก่อน ซ่อมเสร็จ ค่อยเดินหน้าขุดต่อ

ขุดหลุมปิโตรเลียมก็ไม่ต่างกัน เช่น ถ้า top drive torque sensor เสีย ก็ต้องซ่อมก่อน จึงขุดต่อ เป็นต้น

แต่ถ้าหลุมเรารั่วหนัก (total loss circulation) หมายถึง ปั้มน้ำโคลนลงไปเท่าไรห็หายเกลี้ยง ไม่ไหลย้อนขึ้นมาปากหลุมให้เราได้เก็บเศษหินมาส่องดูว่าเราขุดไปถึงไหนแล้ว หรือ ให้เราได้วัดคุณสมบัติน้ำโคลนว่าต่างจากตอนที่ปั๊มลงไปไหม ก็เท่ากับว่าเราตาบอดแล้ว เพราะไม่รู้ว่าเราขุดถึงชั้นหินไหน เหมือนขับรถไปโดยไม่เห็นวิวข้างทางนั่นแหละ

https://www.oil-drilling-fluids.com/lost-circulation-material.html

เมื่อเกิดการสูญเสียการไหลเวียนน้ำโคลนโดยสิ้นเชิง (total loss circulation) เรามี 2 ทางเลือก คือ

  1. อุดรอยรั่วกัน (ผสม LCM – loss circulation material ลงไปในน้ำโคลน) อย่างน้อยก็ให้มีน้ำโคลนไหลกลับขึ้นมาบ้าง แล้วค่อยขุดไปอุดไป ถ้าอุดไม่อยู่ก็ต้องถมซีเมนต์ลงไป รอให้ซีเมนต์แข็ง แล้วค่อยขุดต่อ
  2. แต่ถ้าทำไงก็ไม่หาย ก็ต้องประเมินความเสี่ยงกันว่า จะขุดไปทั้งๆที่ไม่มีน้ำโคลนไหลกลับมางั้นจะทำได้ไหม และ จะเลือกวิธีไหนมาขุด

… จบตอนแค่นี้ ชักยาวตอนหน้า จะคุยกันว่า …

  1. การประเมินความเสี่ยง ว่าจะขุดแบบตาบอดต่อไป หรือ จะเลิกขุด ไปจิ้มหลุมใหม่ตำแหน่งใหม่ นั้น เรามีประเด็นอะไรต้องนำมาถกกันบ้าง
  2. เทคนิคการขุดแบบตาบอด (blind drilling) ว่าเราทำได้กี่วิธี แต่ล่ะวิธีมีข้อดีข้อจำกัดอย่างไร

… โปรดติดตาม

พ่อน้องเฟิร์นและน้องภัทร

Exit mobile version