Apico ครม.เห็นชอบยกเว้นหลักเกณฑ์ให้เข้าพื้นที่สำรวจ และ ผลิต ได้ – สรุปข่าวสั้นๆง่ายๆ (ผมไฮไลท์ไว้ในเนื้อข่าวแล้ว)
- นิวคอสตอล ได้รับสัมปะทาน แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L15/43 และ L27/43
- นิวคอสตอล โอนสิทธิ์สัมปะทานฯ (ขาย) ให้ อพิโก้
- อพิโก้เป็นบ.ต่างชาติ 100% ผิดข้อกำหนดที่สามารถดำเนินการสำรวจ และ ผลิตฯ ได้
- อพิโก้ยื่นขอให้ยกเว้นผ่านกระทรางต่างๆ
- ครม.อนุมัติ ด้วยเหตุผล … ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ
สรุปความคิดเห็นผมสั้นๆเลย
… ในหมวกของคนในวงการฯก็ต้องการให้โครงการเกิด บริษัทน้ำมันสามารถดำเนินกิจกรรมสำรวจและผลิตฯได้ หัวจักรเคลื่อน ก็ลากจูงห่วงโซ่อุทานต่างๆให้เคลื่อนไปด้วย เกิดการจ้างงาน ปากท้องพวกเราก็จะดีขึ้น
… ในหมวกของคนไทย กฏเกณฑ์นี้มีไว้เพื่อไม่ให้ต่างชาติมากอบโกยเอาผลประโยชน์จากทรัพยากรบนแผ่นดินแม่ (ประเทศเพื่อนบ้านเราจริงจังมากกับกฏเกณฑ์ทำนองนี้ จะว่าไป กฏเกณฑ์เพื่อนบ้านเราเข้มกว่าของเราด้วยซ้ำ)
การยกเลิกข้อยกเว้นโดยใช้เหตุผลว่า “ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ” ทำให้มาตราฐานบิดเบี้ยว ในอนาคตหากมีการใช้เหตุผลเดียวกันนี้กับแปลงสัมปะทานใหญ่ๆอื่นๆ หรือ กิจการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ พวกเราก็เป็นแต่เพียงมดงาน แบกหามท่อกรุ ต่อก้านเจาะ ให้นายทุนต่างชาติรวยพุงปลิ้น แล้วจะเหลืออะไรให้ลูกหลานของพวกเรา
กรณีนี้ผมเลือกใส่หมวก “คนไทย” ครับ
Apico
ครม.เห็นชอบยกเว้นหลักเกณฑ์ให้เข้าพื้นที่สำรวจ และ ผลิต ได้
คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2563 เห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอขอยกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ 7 (2) แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ. 2558 ให้แก่บริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมภายใต้พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 เพื่อให้บริษัทสามารถ ดำเนินการยื่นขออนุญาตสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม หรือกิจการเกี่ยวเนื่องตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ในเขตพื้นที่ป่าดังกล่าวได้
ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC ) รายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2563 มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอให้ยกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ 7 (2) แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ. 2558 แก่บริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 9/2546/66 เพื่อให้บริษัทฯ สามารถเป็นผู้ยื่นขออนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่าเพื่อการสำรวจ ผลิต เก็บรักษา ขนส่ง หรือกิจการอันเกี่ยวเนื่องกับการสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมต่อกรมป่าไม้ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และ ให้ กระทรวงพลังงานรับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
ทั้งนี้เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติ (29 กรกฎาคม 2546) อนุมัติให้สัมปทานปิโตรเลียมแก่ บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L15/43 และ L27/43 โดยกระทรวงพลังงานได้ดำเนินการออกสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 9/2546/66 เพื่อสิทธิในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแล้ว เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2546
ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติ (14 กุมภาพันธ์ 2549) อนุมัติให้ บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัดโอนสิทธิประโยชน์ และพันธะตามสัมปทานปิโตรเลียมทั้งหมดของสัมปทานรวม 2 แปลงสำรวจ ให้แก่บริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด เป็นผู้รับสัมปทานแต่เพียงผู้เดียว
โดยในปัจจุบันบริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด ได้ดำเนินการสำรวจปิโตรเลียมในพื้นที่สัมปทานครบถ้วนตามข้อผูกพันที่มีต่อรัฐในช่วงระยะเวลาสำรวจปิโตรเลียมแล้ว และได้เข้าสู่ช่วงระยะเวลาผลิตปิโตรเลียม 20 ปี ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการดำเนินการผลิตปิโตรเลียมตามสัมปทานดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากจะต้องขออนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่าเพื่อการสำรวจปิโตรเลียม การผลิตปิโตรเลียม การเก็บรักษาการขนส่ง หรือกิจการอันเกี่ยวเนื่องกับการสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมก่อน
บริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 9/2546/66 แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L15/43 ประสงค์ขออนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า เพื่อการสำรวจปิโตรเลียม การผลิตปิโตรเลียม การเก็บรักษา การขนส่ง หรือกิจการอันเกี่ยวเนื่องกับการสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม แต่เนื่องจากบริษัทฯ มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ข้อ 7 (2) แห่งกฎกระทรวงฯ ดังนี้
บริษัทฯ จึงยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม (กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ) เพื่อเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์ตามที่กฎกระทรวงกำหนดได้ ในกรณีที่เห็นว่าการอนุญาตดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาแล้วเห็นชอบให้กระทรวงพลังงานนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์ตามข้อ 7 (2) แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ. 2558 ให้บริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด สามารถเป็นผู้ยื่นขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าต่อกรมป่าไม้ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ บริษัทฯ ผู้ขออนุญาตจะต้องได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าตามกฎกระทรวงฯ ก่อนที่จะดำเนินการในพื้นที่ป่าและต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

