Site icon OIL MAN

เริ่มแล้วท่อก๊าซ “รัสเซีย-จีน” “ยุทธศาสตร์พลังงาน” สะเทือนยุโรป – ข่าว

เริ่มแล้วท่อก๊าซ “รัสเซีย-จีน” “ยุทธศาสตร์พลังงาน” สะเทือนยุโรป – ข่าวนี้มีหลายมิติให้ชวนวิสัชชนาครับ ในบริบทของเว็บไซด์ผม ผมจะชวนวิสัชชนาเรื่องพลังงานสำรองที่เป็นก๊าซ

ผมพูดเสมอว่า ยังเหลืออีก อย่างต่ำ 100 ปีให้ใช้กัน (ถ้าใช้ในอัตราปัจจุบัน เทคโนโลยีปัจจุบัน ราคาขาย และ ต้นทุนปัจจุบัน)

… เจ้าใหญ่ที่ครองปริมาณสำรองคือ รัสเซีย

ไปดูภาพใหญ่ของโลกกันว่าเรามีก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วอยู่ที่ไหนและเท่าไรกันบ้าง

เห็นได้ชัดว่า รัสเซียมีเยอะสุด และ พวกเราก็รู้มานานมากแล้ว เจมส์บอน 007 ก็เอาพล๊อตเรื่องการระเบิดท่อส่งก๊าซของรัสเซียไปทำเป็นหนังภาคนึง ที่จำได้เพราะมีนางเอกสาวสวยขวัญใจผม(ตอนผมวัยรุ่น)แสดงเป็นสาวบอน อิอิ

007 พยัคฆ์ร้ายดับแผนครองโลก (The World Is Not Enough)

ต่อๆ นอกเรื่องๆ 🙂

ไปดู 5 อันดับแรกปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วกันว่ามีใคร รวมแล้วมีเท่าไร

TCM คือ trillion cubic meter (1,000,000,000,000 cubic meter)

จะเห็นว่า รัสเซียนำมาโด่ง เส้นสีแดงที่ลอยอยู่เหนือเพื่อนๆ เมื่อรวม 5 ประเทศจะได้ 130 TCM (ที่ปี 2014) นั่นคือข้อมูลจาก EIA ของอเมริกา U.S. Energy Information Administration (EIA)

ซึ่งก็อาจจะมีวาระซ่อนเร้น ลองไปดูข้อมูลที่ถูกรวบรวมจากหลายๆแหล่งอย่างเฮียวิกี้

ข้อมูลจาก 3 แหล่ง รวมๆ top 15 เมื่อปี 2018 ได้ 176 TCM ก็ใกล้เคียง top 5 ของ US EIA เมื่อปี 2014 (130 TCM)

เพื่อความชัวร์ เราต้องดูหลายๆแหล่ง ไปดู OPEC บ้าง เฮียบอกว่าทั้งโลกมีก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้ว 200 TCM เมื่อปี 2012

ที่ผ่านมาทั้งหมดเราพูดถึงปริมาณสำรองที่เรามี จะรู้ว่าเราจะใช้ไปได้กี่ปี เราจะต้องดูว่าแต่ล่ะปีเราผลิตขึ้นมาใช้เท่าไร

US EIA บอกว่า ในปี 2012 เบอร์ต้นๆ 5 ประเทศ ผลิตออกมารวม 1.85 TCM ต่อ ปี

โดยเฮียวิกกี้รวบรวมข้อมูลจากหลายๆแหล่ง บอกว่า จาก 15 ประเทศ ผลิตออกมา 3.7 TCM ต่อปี

ผมจับเอาปริมาณที่มีมากที่สุดโดย OPEC คือ 200 TCM หารปริมาณผลิตจาก 15 ประเทศ (เพราะมันมากที่สุด) ก็จะได้ 54 ปี

แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลวงในบอกว่ารัสเซียมีปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้วมากกว่าบอกกับสาธารณะถึงเกือบ 2 เท่า นั้นยังไม่รวมกับที่ยังไม่ได้สำรวจในไซบีเรียอีกมหาศาล (ถ้าผมเป็นรัสเซียผมก็ไม่บอกตัวเลขจริงให้คนอื่นรู้หรอก จริงป่ะ เพื่อความมั่นคง ผมจะบอกน้อยเอาไว้ก่อน)

แปลว่ากลมๆแล้วเราเชื่อว่าเรายังมีก๊าซให้ใช้ไปอีก 100 ปี เป็นอย่างต่ำ

ข้อจำกัด

ข้อจำกัดของก๊าซมีอย่างเดียวคือเรื่องต้นทุนโลจิสติกส์ นั่นคือการ ขนส่งและเก็บ

เราเอาก๊าซใส่ถังหิ้วไปหิ้วมาไม่ได้เหมือนน้ำมัน เราต้องต่อท่อส่งจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง หรือ ต้องเปลี่ยนสภาพให้เป็นก๊าซเหลวที่เรียกว่า LNG (Liquid Natural Gas) แล้วค่อยเอาใส่เรือใส่รถส่ง ส่วนการเก็บ และ ก่อนเอาไปใช้ ก็ต้องให้อยู่ในสภาพก๊าซ ซึ่งก็ต้องใช้ภาชนะความดัน

ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนั้นคือต้นทุน

ดังนั้น ตราบเท่าที่เรายังไม่มีพลังงานทดแทนอื่นที่มีความเสถียร และ ให้ความคุ้มทางเศรษฐศาสตร์ มากกว่าก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาตินี่แหละ คือ อนาคต “ที่จับต้องได้” ของพวกเราครับ

อ่านเพิ่มเติม

Thai Shale Gas ก๊าซจากชั้นหินดินดานในประเทศไทย & Hydraulic Fracturing

5 หมื่นล้านบาร์เรล อิหร่านพบน้ำมันดิบ มันมากแค่ไหน คำถามที่ตามมา

RP ratio (Reserve Production อัตราส่วนปริมาณสำรองต่อการผลิต) คืออะไร สำคัญตรงไหน

Why Greenland matters? เพราะน้ำมัน จริงหรือ? ไปทัวร์ขั้วโลกเหนือกัน …

เยอะแล้ว ไปอ่านข่าวกันเถอะ …

#ข่าวเดียวกันอ่านที่นี่ได้มากกว่าข่าว

เริ่มแล้วท่อก๊าซ “รัสเซีย-จีน”

“ยุทธศาสตร์พลังงาน” สะเทือนยุโรป

ที่มา https://www.prachachat.net/world-news/news-399573

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

สัปดาห์ที่แล้วมีการเปิดตัวโครงการหนึ่ง ซึ่งถือว่าสำคัญระดับโลก เรียกว่าเป็น “ข้อตกลงแห่งศตวรรษ” ก็ว่าได้ นั่นก็คือโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดจากแคว้นไซบีเรียของรัสฟเซียไปยังชายแดนด้านเหนือของจีน ความยาว 3,000 กิโลเมตร โดย ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดตัวโครงการผ่านระบบวิดีโอทางไกล ซึ่งแน่นอนว่าซีกตะวันตกย่อมไม่สามารถเพิกเฉยต่อความเคลื่อนไหวนี้

โครงการนี้มีมูลค่า 4 แสนล้านบาท โดยบริษัท ก๊าซพรอม พีเจเอสซี ในฐานะผู้ผลิตก๊าซรายใหญ่สุดของรัสเซีย จะทำหน้าที่ส่งมอบก๊าซให้กับจีนยาวนาน 30 ปี รัสเซียเรียกโครงการนี้ว่า “พาวเวอร์ออฟไซบีเรีย” ประธานาธิบดีปูติน ระบุว่า นี่เป็นความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานระหว่างจีนและรัสเซียที่ยกขึ้นไปสู่ระดับใหม่ ส่วนประธานาธิบดีจีน บอกว่า นี่คือโครงการร่วมมือด้านพลังงานแบบทวิภาคีที่มีความสำคัญมาก

ปัจจุบันรัสเซียเป็นผู้ส่งออกก๊าซรายใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความต้องการใช้ก๊าซมากที่สุดในโลก ซึ่งในระยะไม่กี่ปีมานี้ความต้องการเพิ่มขึ้นมาก ปีที่แล้วขยายตัวสูงถึง 43% เพื่อทดแทนพลังงานถ่านหินที่ไม่สะอาด การมีรัสเซียคอยป้อนก๊าซอย่างต่อเนื่องเป็นการรับประกันความมั่นคงทางพลังงานให้กับจีน

โครงการประวัติศาสตร์ดังกล่าวไม่เพียงมีความหมายทางธุรกิจพลังงานเท่านั้น หากแต่แฝงนัยทางการเมืองระหว่างประเทศในยามที่จีนและรัสเซียถูกอเมริกาและชาติตะวันตกผลักไสให้กลับมาใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม

โครงการนี้เป็นแผนหนึ่งของรัสเซียที่จะลดพึ่งพาตลาดก๊าซยุโรป แล้วหันมามุ่งเน้นตลาดตะวันออกแทน หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและชาติยุโรปย่ำแย่ลงอันเนื่องมาจากรัสเซียผนวกเขตปกครองตนเองไครเมียเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทำให้รัสเซียถูกชาติยุโรปและอเมริกาแซงก์ชั่น

การผนวก ไครเมีย ทำให้เกิดปัญหากับประเทศ ยูเครน เนื่องจากยูเครนอ้างว่าไครเมียเป็นดินแดนของตน แต่ปัจจุบันท่อส่งก๊าซของรัสเซียที่จะส่งไปป้อนตลาดยุโรปส่วนใหญ่ต้องผ่านประเทศยูเครน ซึ่งเกิดข้อพิพาทเรื่องค่าธรรมเนียมทางผ่านอยู่หลายปี

กระทั่งรัสเซียเคยปิดท่อก๊าซในกลางฤดูหนาวถึงสองครั้ง ทำให้ยูเครนซึ่งต้องพึ่งพาก๊าซจากรัสเซียประสบความเดือดร้อนกระทั่งสหรัฐและชาติยุโรปออกมาเรียกร้องรัสเซียส่งก๊าซให้ยูเครน

หากถามว่าโครงการท่อก๊าซรัสเซีย-จีน มีความหมายอย่างไรต่อยุโรป

คำตอบก็คือมันจะเพิ่มอำนาจต่อรองของรัสเซียในการทำสัญญาขายก๊าซให้ยุโรป หากรัสเซียสามารถส่งก๊าซไปขายยังซีกตะวันออกเป็นหลัก ทางยุโรปก็ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นถ้าต้องการความมั่นใจว่าจะได้รับก๊าซแน่ ๆ

ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืมว่าปัจจุบันบริษัท ก๊าซพรอมฯ กำลังเปิดท่อก๊าซใหม่ที่เรียกว่า “นอร์ดสตรีม 2” ใต้ทะเลบอลติกซึ่เกาะงเพิ่มการผลิตอีกเท่าตัวบนเส้นทางด้านทิศเหนือ อันหมายความว่าท่อก๊าซของรัสเซียที่จะส่งก๊าซไปขายให้ยุโรปไม่จำเป็นต้องผ่านยูเครนอีกต่อไปหากความตึงเครียดกับยูเครนเพิ่มระดับขึ้น รัสเซียก็ไม่ต้องกังวล

การหันมามุ่งเน้นท่อส่งก๊าซไปยังตะวันออกหรือเอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจดีกว่าซีกตะวันตก ยังเพิ่มโอกาสด้านรายได้แก่รัสเซีย เพราะรัสเซียยังมีแหล่งก๊าซสำรองอีกจำนวนมากทางด้านตะวันออกไกลที่ยังไม่ถูกขุดเจาะขึ้นมาใช้ ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดที่อยู่ใกล้กับจีนมากกว่ายุโรป

แต่จีนและรัสเซียไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เพราะกำลังคุยกันถึงการเพิ่มท่อก๊าซแห่งใหม่ ที่เรียกว่า “พาวเวอร์ออฟไซบีเรีย 2” ซึ่งจะป้อนก๊าซให้กับเขตอุตสาหกรรมจีนทางชายฝั่งตะวันออก

สื่อตะวันตกตั้งข้อสังเกตว่า การเปิดตัวท่อก๊าซ พาวเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย เกิดขึ้น 2 ปีหลังจากจีนออกมาเปิดเผยถึง “เส้นทางสายไหมขั้วโลก” เพื่อขยายอิทธิพลของจีนไปยังอาร์กติก เนื่องจากน้ำแข็งทั่วโลกที่กำลังละลายได้เปิดช่องทางให้มีการเดินเรือได้ จีนจึงถือโอกาสนำมาใช้เป็นเส้นทางเดินเรือระหว่างเอเชียกับยุโรปให้ง่ายขึ้น ซึ่งโครงการนี้จะสำเร็จได้ก็ด้วยความร่วมมือกับรัสเซีย

Exit mobile version