เจาะชีวิตคนบนแท่น ตอนที่ 11 พลังงานไทย…เป้าหมายสู่อนาคต – ข่าว

มาถึงตอนสุดท้ายแล้ว จบที่คีย์แมนผู้อยู่เบื้องหลังของเบื้องหลังทั้งหมด …

ก่อนไปเข้าเรื่องขอแซวนิสเดียวด้วยความเคารพ เพราะได้ยินว่า ปตท.สผ.ใช้ระบบการทำงานแบบไร้เอกสารแล้ว แต่เห็นพี่ช้างยังเซ็นต์แฟ้มกองโตอยู่ อิอิ แต่โต๊ะพี่ช้างก็เรียบร้อยดี  ผ่าน 5 ส. ครับ 🙂 เรื่องเซ็นต์เอกสารกระดาษนี่ก็เข้าใจทุกๆบ.นะครับว่า มันลดได้ แต่จะให้กำจัดไปไม่ให้มีเลย มันก็นะ ลำบากจริงๆ

ส่วนตึกของบ.นี้ที่ดูๆเหมือนแท่งช๊อกโกแลตสีเขียวๆสองแท่งคู่นี้ ตอนแรกผมก็งงๆว่าจะหมายถึงอะไร จนกระทั่งมีเพื่อนที่นั่นบอกว่า มันเป็นรูปหยดน้ำมันนะพี่นก ผมกูเกิลดูรูปตึก หมุนไปหมุนมายังไง มันก็เป็นแท่งช๊อกโกแลตอยู่ดี จนน้องมันบอกว่า พี่ๆ พี่ต้องขึ้นฮ.ดู …

อ๋อ จึงได้ถึงบางอ้อว่า มันต้องดูจากด้านบนลงมา … จะเห็นเป็นรูปหยดน้ำสองหยด หยดนึงใหญ่ หยดนึงเล็ก … อืม … เข้าใจคิดนะ 🙂

อีกนิดหนึงเรื่องการออกเสียงชื่อบ. TOTAL สมัยผมทำงานใหม่ๆก็นะ เรียนภาษาอังกฤษมาแบบไทยๆ ไปเมืองนอก ไปออกเสียงว่า “โทเทิ่ล” แบบมั่นสำเนียงมาก (ซึ่งไม่ผิด เราควรมั่นใจในการพูดออกมา ไม่ผิด ไม่จำ ไม่ปรับปรุง) ฝรั่งเป็นงงครับ แต่ก็ไวครับ รีบสังเกตุว่า อ๋อ มันออกเสียงว่า “โททาล” หรือ “โทแทล”

เรื่องภาษานี่อย่าอายครับ อายก็ไม่เป็นเสียที ผิดก็ผิด ผิดแล้วสังเกตุ ก๊อปปี้เอา แล้วพูดใหม่ให้ถูก เราจะผิดแค่หนเดียว ดีกว่าอ้ำอึ้งๆ ไม่กล้าออกเสียงไม่กล้าพูด แบบนี้เมื่อไรมันจะเป็น

… จริงๆก็ไม่รู้จะเสริมหรือขยายความอะไร เพราะพี่ช้างก็พูดไปหมดแล้ว ต้นกำเนิด ขบวนการโอนถ่าย ส่งผ่าน บทบาทหน้าที่ ความสำคัญ และ อนาคต … ครบ

มีอยู่นิดหน่อยที่ผมอยากจะขยายประเด็นที่พี่ช้างพูดไว้สั้นๆ แต่น่าคิดสำหรับพวกเราคือ เมื่อตอนที่คนของ TOTAL ที่เป็นผู้จัดการแหล่งผลิต (Field Manager) ต้องย้ายไปพม่า แล้วตำแหน่งผู้จัดการแหล่งผลิตมาตกอยู่ที่พี่ช้างแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

เหตุการณ์แบบนี้บางครั้งก็เกิดขึ้นกับเราได้เหมือนกัน เมื่อมีงานที่ดูเหมือนจะเกินความสามารถของเราหล่นตูมลงมาแบบไม่ได้ตั้งตัวรับ อยากจะให้มองว่า ไม่ใช่ภาระหรือโชคร้าย ผมอยากให้มองว่าเป็นโชคดี เป็น “โอกาส” อย่างที่พี่ช้างให้สัมภาษณ์ไว้ คว้าไว้ ตอบว่า yes แล้วลุยเลย

ซึ่งก็ต่อเนื่องมาถึงประเด็นที่พี่ช้างให้สัมภาษณ์ไว้ที่ผมเห็นด้วย 100% ในฐานะที่ผมทำงานกับบ.นานาชาติ (Multinational Company) มาตั้งแต่เรียนจบ เรียกว่าเป็นความตกใจทางวัฒนธรรม หรือ ที่เรียกว่า culture shock ก็ว่าได้

ตอนเราเรียนป.ตรีเมืองไทย เราเรียนแบบลูกนกอ้าปากให้แม่นกคาบอาหารมาหย่อนใส่ปาก แต่ในการทำงานกับบ.นานาชาติแบบนั้น ไม่มีใครมาป้อนเลยครับ ไม่ไปถาม ไม่ไปขอลองทำ ไม่มีใครมาบอกว่า ไปทำโน้นซิ อ่านตรงนี้ซิ ลองนั่นดิ ไม่มีครับ

บอกตรงๆ ผมไป ศูนย์ฝึกอบรม (Training School) วันแรก ผมนั่งเฉยๆ เหมือนนักเรียนไทยทั่วไป รอคนมาบอกว่าต้องไปเอาอะไรที่ไหน ทำอะไร ในขณะที่คนอื่นเขาเดินไปถามว่า จะเอาชุดหมีที่ไหน กินข้าวตรงไหน เบิกเครื่องเขียนที่ไหน นั่งโต๊ะไหนในห้อง โต๊ะมีป้ายชื่อไหม หรือนั่งตรงไหนก็ได้ ฯลฯ ผมต้องปรับตัวเปลี่ยนโหมดเปลี่ยนนิสัยอย่างเร็วเลย ทำให้ภาษาอังกฤษที่ห่วยขั้นเทพพัฒนาขึ้นอย่างเร็วเป็นผลพลอยได้ 555

ดังนั้นในประเด็นที่ต้องเดินเข้าหา เดินเข้าไปถาม ขอหัดทำ ขอลองทำ ที่พี่ช้างให้สัมภาษณ์จริงมากๆเลย

ส่วนเรื่องประวัติ ความเป็นมา การพัฒนาศักยภาพของปตท.สผ.นั้น ผมจะไม่พูดซ้ำล่ะครับ พี่ช้างโฆษณาไปหมดเกลี้ยงแล้ว อิอิ …

เรื่องที่ผมอยากจะแอบเชียร์แบบเนียนๆนิดนึงคือประเด็นที่พี่ช้างบอกว่าแหล่งบงกชเป็นมากกว่าพื้นที่ทำมาหากิน เพราะเป็นห้องเรียน เป็นห้องแล็ป เป็นสนามทดลอง เป็นอะไรอีกมากมายของคนสผ. พูดง่ายๆคือเป็นอะไรที่ตีค่าออกมาเป็นตัวเงินได้ยาก เพราะคุณค่าหลายอย่างของบางสิ่งบางอย่างนั้นมันจับต้องไม่ได้

เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะขยายความคือเรื่องบทบาทหน้าที่ของ NOC (National Oil Company) หรือ บ.น้ำมันแห่งชาติ

ถ้ามีเวลาอยากให้อ่านบทความเก่านิดนึงเกี่ยวกับ บ.น้ำมันแห่งชาติ (NOC) กับ บ.น้ำมันข้ามชาติ (IOC – International Oil Company) สักนิด เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ครบ และ รอบด้าน สมกับที่เป็นคนในวงการฯ

IOC (Inter Oil Company) vs. NOC (National Oil Company)

ทุกวันนี้เรามีบริษัทน้ำมันแห่งชาติแล้วหรือยัง? – 4 คำถามที่ต้องตอบ

บ.น้ำมัน (Oil Company) คือ ใคร

ตรงนี้พี่ช้างพูดไว้สั้นๆ แต่ผมอยากจะขยายความนิดว่า ปิโตรเลียม และ ทรัพยากรธรรมชาติอีกหลายๆอย่าง เป็นทรัพยากรของทุกคนในรัฐนั้นๆ โดยมีเส้นเขตแดนเป็นตัวกำหนด เช่น ป่าไม้ ปลาในทะเล สินแร่ในดิน ฯลฯ ดังนั้นการที่จะเปิดเสรีแบบแก้ผ้าแก้ผ่อนโล่งโจ้งให้ต่างบ้านต่างเมืองมาทำมาหากินกันแบบ “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” ไม่มีกติกา ไม่มีข้อจำกัด ไม่มีการคานอำนาจ คานน้ำหนัก ถ่วงดุล ก็กระไรอยู่ …. ผีปู่ผีย่า ผีตาผียาย จะได้มาเขกกระบาลเอา

บ้างก็หลงลอยไปกับแนวคิด การค้าเสรี (Free Trade) การแข่งขันเสรี (Free Competition) ที่หลายบ้านขายนาส่งควาย(ไป)เรียน(เมืองนอก)แล้วเชื่อตามนั้น คาบคำภีร์ที่เรียนมา แล้วเอามาใช้แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ

การแข่งกีฬายังแยกเพศ แบ่งกลุ่ม การชกมวยยังมีรุ่นมีน้ำหนัก ตีกอล์ฟยังต้องมีแต้มต่อ (handicap) การแข่งขัน การค้าก็เช่นกัน ต้องเป็น Fair Trade ไม่ใช่ Free Trade ต้องเป็น Fair Competition ไม่ใช่ Free Competition

…. ไม่มีใครเอามวยไลท์เวทไปชกกับเฮฟวี่เวทหรอกครับ

ดังนั้นรัฐหนึ่งๆจึงจำเป็นที่ต้องมีกลไกบางอย่างที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การถ่วงดุลอำนาจ การคานอำนาจทางการค้า การแข่งขัน

โดยทั่วๆไปไม่ว่าชาติไหนๆ จุดประสงค์ของ บ.น้ำมันแห่งชาติ จึงมักไม่ใช่จะต้องเอากำไรสูงสุด แต่เพียงอย่างเดียว เพราะบ.น้ำมันแห่งชาติยังมีภาระกิจอื่นอีก อย่างที่พี่ช้างว่าไว้ คือเป็นไม้เป็นมือ เป็นแขนเป็นขาให้กับรัฐ (Government arms) ในการต่อรอง คานอำนาจการแข่งขัน ไม่ให้บ.น้ำมันต่างชาติจะมาทำอะไรก็ได้กับทรัพยากรของรัฐ

แต่ไม่ใช่ใช้เป็นตะบองไปตีหัว ไปแกล้งบ.น้ำมันต่างชาติไม่ให้เข้ามาทำมาหากิน ซึ่งก็จะทำให้รัฐขาดรายได้ไปด้วยหากไปไล่เขา ไปแกล้งเขาแบบนั้น แต่น่าออกๆอารมณ์ประมาณ์ว่า สร้างบรรยากาศการแข่งขันให้เกิดขึ้นเพื่อให้ได้ผลการแข่งขันที่รัฐฯได้ประโยชน์สูงสุด ประมาณว่ามีคู่แข่งนะ ไม่ใช่จะเอาอะไรใส่ซองเสนอมาก็ได้

ไม่ให้บ.น้ำมันข้ามชาติร่วมมือกัน(ฮั่ว)ให้ราคาให้ผลประโยชน์ต่ำเกินไป เพราะถ้ารวมหัวกันให้ผลประโยชน์ต่ำเกินไป รัฐฯก็ยังพอมีแขนขาซึ่งก็คือบ.น้ำมันแห่งชาติ(ที่มีกำลังความสามารถ) เข้ามาเสียบทำแทน ไม่ใช่ว่ารัฐฯไม่มีนำยา ถ้าไม่มีบ.น้ำมันข้างชาติมาทำให้ ก็ทำเองไม่ได้ ต้องง้อเขา

ดังนั้นการพัฒนาให้แขนขานี้มีกำลังแข็งแรงพอตัว จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อถึงเวลาจะใช้งาน ก็จะได้ใช้ได้เต็มที่ ไม่ใช่ว่า ละเลย ไม่ดูแล พอจะใช้งานขึ้นมาก็เป็นง่อยซะ ทุกๆอย่างในระบบจึงต้องเป็นไปอย่างพอดีๆ และ สมดุล แต่ก็ไม่ใช่ให้แต้มต่อพัฒนามากเสียจนน่าเกลียด มากเสียจนไม่มีใครอยากเข้ามาแข่งด้วย แข่งไปทำไม แข่งไปก็แพ้ งั้นก็ทำมาหากินกันเองก็แล้วกัน นั่นก็สุดโต่งไป ผิดวัตถุประสงค์อีก

มันเหมือนกับกอล์ฟน่ะครับที่ต้องมีแต้มต่อ แต่ต้องต่อกันแบบพอดีๆ ถึงจะเล่นได้สนุกทั้งคนที่ได้ต่อ และ ถูกต่อ

ถ้าแต้มต่อที่เป็นธรรมเหมาะสม คะแนนการแข่งที่ได้ ทั้งคนต่อ และ คนถูกต่อก็จะได้แต้มที่ดีทั้งคู่ เพราะต่างคนต่างพยายามกันเต็มที่ ถ้าคนนึงได้เปรียบมากไป ก็ไม่มีแรงจูงใจให้อีกคนเล่นเต็มที่ เพราะเล่นไปก็แพ้ เล่นทำไม ผลคะแนนจึงออกมาไม่ดี คนที่ได้แต้มต่อมากไป ก็ไม่พยายามเต็มที่ เพราะรู้ว่า ยังไงก็ชนะ ก็ไม่ได้พัฒนาฝีมือ

นี่คือความแตกต่างระหว่าง free competition กับ fair competion

ดังนั้นบ.น้ำมันแห่งชาติที่บทบาทหนึ่งคือตัวคานอำนาจ ก็ต้องมีธรรมาภิบาล มีกฏกติกาที่รัดกุมกว่าบ.ทั่วๆไป โดนตรวจสอบการทำงานและความโปร่งใสทั้งจากทางภาครัฐ (ในฐานะหน่วยงานรัฐกลายๆ) และ โดยตรวจสอบทั้งจากทางภาคเอกชนผ่านทางกลไกตลาดหลักทรัพย์ เพราะเป็นหน้าที่ของบริษัทที่จะต้องให้ผลตอบแทนอย่างโปร่งใสแก่ผู้ถือหุ้น และ ผู้มีส่วนได้เสีย (Stake Holders) ทั้งหมดเช่นกัน

พูดง่ายๆคือ บ.น้ำมันแห่งชาติโดนตรวจสอบ 2 เด้ง ทำงานยากกว่าลำบากกว่าบ.เอกชนธรรมดา แต่ก็แลกมาด้วยสิทธิพิเศษบางอย่างเช่นกันในฐานะเป็นแขนขาของรัฐ

ก็อย่างที่ภาษิตฝรั่งบอกว่า There is no such thing as a free lunch หรือ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ทุกอย่างที่ได้มา มีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ (ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง)

เอาล่ะครับ จบไปแล้ว 11 ตอนถ้วน เรามาจับตาดูกันต่อไปว่าผลการประมูลจะออกมาเป็นอย่างไร แหล่งแรกที่จะได้ประลองกำลังกัน คือ แหล่งบงกช ปีถัดไปก็จะเป็น แหล่งเอราวัณ

ไผเป็นไผ เดี๋ยวได้รู้กัน อีกไม่นานเกินรอครับ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *