Wireline Field engineer

สัมภาษณ์ Wireline Field engineer ของ Schlumberger กรกฏาคม 2012

สมัครไว้ในตำแหน่ง Field engineer น่ะครับ วันนี้ก็ไปตั้งแต่ 8 โมง เค้าก็ให้ชม presentation ของบริษัทครับ หลังจากนั้นใครมีคำถามอะไรก็ถาม จากนั้นก็แนะนำตัวเองครับ 3 นาที พร้อมทั้งข้อดีข้อเสียอย่างละ 3 ข้อ และบอกด้วยว่าเพราะอะไรถึงอยากทำที่ SLB (ท่องไปเลยครับ เอาซะคล่องเลย 55) เสร็จจากนั้นก็เป็นกิจกรรมกลุ่ม (เป็นคำที่ฟังแล้วขนลุกมากๆ) กลุ่มละ 6 คน โจทย์ก็คือให้สร้างเรือครับ โดยให้ใช้อุปกรณ์ที่กำหนดให้ พร้อมทั้งให้เลือก 4 จาก 10 อาชีพ ขึ้นเรือ (เหมือนกับคนก่อนๆที่เคยโพสไว้ในนี้อ่ะครับ) แต่โหลดวันนี้เปนแท่งดินน้ำมัน 4 อัน และบวกคะแนนพิเศษตามจำนวนลูกกอร์ฟที่วางได้ เค้าบอกว่าคิดว่าวางได้เท่าไหร่ให้ใส่ไปแต่ห้ามจม พวกผมใส่กันซะจมเลยครับ 555 (พร้อมโดนด่าไปอีกหนึ่งที) หลังจากนั้นกรรมการก็มีคำถามครับ ถามเรียงคนเลย

-ใครออกแบบ
-คิดว่าจะปรับปรุงยังไง
-ใครมีหน้าที่อะไร
-ถ้างานหน้าให้ทำได้ 5 คน จะเอาใครออก (ได้ยินแล้วขนลุกทันที)

หลังจากนั้นก็ประกาศผลครับ ได้ผ่านด้วยครับ ดีใจมาก (แต่จังหวะนั้นดีใจไม่ได้เพราะมีเพื่อนๆตกกันหลายคน) มีคนนึงไม่น่าตกครับ ทำงานเก่ง ตอบคำถามก็ดี แต่เหมือน เวลาพี่เค้าตอบเสียงไม่ค่อยชัด ผมคิดว่ากรรมการอาจจะมองว่าไม่ค่อยมีความมั่นใจก็เป็นได้ ก็ฝากกันไว้ครับ หลังจากนั้นเค้าก็เลือกแผนกให้แต่ละคนครับ เค้าบอกว่าเค้าเลือกให้แบบสุ่ม ผมล่ะงงจริงๆ ส่วนผมนั้นได้นัดสัมภาษณ์กับแผนก Wireline ในวันรุ่งขึ้น

26/7/2012
ผมไปก่อนเวลาประมาณครึ่ง ชม ครับ เนื่องจากอ่านในบล๊อกนี้ว่าแผนก wireline สัมภาษณ์คุยเรื่องทั่วๆไป ไม่โหดมาก ผมเลยเตรียมไว้แค่ดู resume ตัวเอง กับอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับ wireline ไป พอไปถึงที่ห้องสัมภาษณ์ พี่เค้าก็แนะนำตัวให้ฟัง เป็นคนไทยน่ะครับ ตอนแรกก็คุยไทยกันประมาณ 5 นาที ถามว่าเมื่อวานเป็นไงมั่ง อะไรประมาณนี้ หลังจากนั้นก็เข้าสู่โหมดภาษาอังกฤษ เท่านั้นแหละครับ พี่เค้าถามแบบค่อนข้างจี้ และกดดันมาก เราตอบอะไรไปย้อนเรากลับหมดเลย ผมก็ยิ่งตื่นสนามเข้าไปใหญ่ ยิ่งตื่นเค้าก็ยิ่งรุกหนักอีก จนสุดท้ายเค้าให้ case study มาอันนึงแล้วถามเราว่าจะจัดการอย่างไร ซึ่งค่อนข้างตอบได้ยากมาก พอสัมภาษณ์เสร็จกลับสู่โหมดภาษาไทยอีกครั้งครับ (จนจบยังไม่มีอะไรเกี่ยวกับ wireline เลย 55)

case study

“สมมุติว่าผมเป็น Manager ของทีม มีลูกน้องสามคน เป็น wireline operator หนึ่งในนั้นเป็นผู้อาวุโสของทีมมีความเชี่ยวชาญมาก แต่เค้าคนนั้นทำสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเค้าเอง ผมจึงเข้าไปเตือนเค้า เค้าตอบกลับมาว่า ผมทำงานนี้มาตั้งแต่ก่อนคุณจะเกิดอีก ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นกับผมเลย ทำไม่ผมต้องเชื่อคุณ (คนสัมภาษณ์ตั้งใจจะบอกว่าทำยังไงคนนี้ก็ไม่ยอมฟังเรา) และถ้าขาดเค้าคนนี้ไปในการทำงาน จะทำให้งานล่าช้าไปอีกเป็นเวลา 2 เท่า เพราะคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญ และบริษัทต้องเสียค่าปรับมหาศาล” จากสถานการณ์ข้างต้นจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

(คำถามพวกนี้เป็นคำถามกดดันครับ ได้อย่าเสียอย่าง ตอบยังไงก็เสีย แต่เราต้องมีหลักยึดที่สำคัญมากๆไว้ในใจว่า safety first และ safety ไม่สามารถต่อรองได้ “safety can’t be compromised” วิธีรับมือกับปัญหา(ไม่ใช่แก้ปัญหา เพราะมันแก้ไม่ได้)และที่สูญเสียน้อยที่สุดคือ อธิบายให้คนๆนี้อีกครั้ง อย่าช้าๆใจเย็นๆนิ่งๆในตอนที่เขาสงบๆ ถ้าให้ดีมีลูกทีมหรือเพื่อนร่วมทีม(ถ้าหน.ทีมเราด้วยยิ่งดี)อยู่ด้วย ทำเป็น spot safety meeting หรือ JSA คือ job safety assessment เสร็จแล้วจดบันทึกไว้ว่าเราคุยอะไรกันไปบ้าง ย่อๆ ว่าอะไรทำได้ทำไม่ได้ควรทำไม่ควร แล้วให้ทุกคนเซ็นต์ชื่อ โดยที่เราไม่ไปมุ่งเน้นที่คนๆนั้น คนๆนั้นก็เป็นหนึ่งคนในทีมที่เข้า JSA เสร็จแล้ว ส่ง JSA ไปให้หัวหน้าทางเมล์หรือแฟกซ์อะไรก็ว่าไป

กรณีที่บอกไปข้างบนคือรู้ก่อนเริ่มงาน แต่ถ้าเกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน ก็ใช้ stop work คือ ทุกบ.โดยเฉพาะ SLB มี stop work policy คือ ถ้ามีเหตุการที่วิศวกรหรือใครก็ตาม(แม้แต่ผู้ช่วยงานตัวเล็กๆ)เห็นว่าไม่ปลอดภัย มีสิทธิ์ที่จะหยุดการทำงานนั้นได้ทันที โดยมีเอกสิทธิ์คุ้มครองว่าไม่โดยเอาผิด และ ทำ JSA ณ.จุดเกิดเหตุหรือจุดที่คาดว่าจะเกิดเหตุทันที โดยไม่คำถึงถึงความเสียหายทางการเงิน

ถ้าคนๆนี้ยังไม่ฟัง คุณในฐานะวิศวกรผู้มีอำนาจเต็มจากบ.สามารถสั่งปลดหรือส่งกลับคนๆนี้ขึ้นฮ.ลำแรกได้เลย ส่วนงานล่าช้า 2 เท่า กับ ค่าปรับมหาศาล ช่างมันครับ บ.SLB มีนโยบายเรื่องนี้ชัดมาก คุณได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองแน่ๆ แต่ก่อนที่คุณจะใช้ดาบอาญาสิทธิ์เล่มนี้ คุณต้องแม่นในนโยบายทุกข้อก่อนนะครับ และไม่ต้องห่วงว่าคุณจะไม่แม่น เพราะกว่าบ.จะให้คุณถือดาบอาญาสิทธิ์นั้น ขั้นต่ำคุณต้องผ่านด่านอรหันต์ training school ซะก่อนครับ … แต่สมัยนี้ต่างกับสมัยผมมากตรงที่มีการสื่อสารที่ดี วิ่งไปห้องวิทยุ อีเมล์ หรือ โทรฯเข้ามือถือบอกหน.ก็จบเรื่อง โดยภาระให้หน.ตัดสิน ฮ่าๆ … สมัยผมน่ะ ไม่มีอะไรเลย โชว์เดี่ยวกันประจำ วิศวกรสนามสมัยนี้จะว่าไปก็อ่อนลงไปเยอะ เนื่องจากการสื่อสารนี่แหละเป็นตัวการหนึ่ง … พี่นก)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *