ใจเขาใจเรา จากใจถึงใจ จากใจถึง HR ทุกบริษัท

ปกติต้องรอกี่เดือน บ.ถึงจะแจ้งผล(สัมภาษณ์ หรือ ข้อเขียน) ค่ะ

ผ่านไป 2 อาทิตย์แล้ว ยังเงียบอยู่เลยครับอานก ผมควรโทรฯไปถามได้ไหม น่าเกลียดหรือเปล่าครับ

ผมจะโทรฯ ไปถาม หรือ เมล์ ไปถามดีครับ

เงียบไปแบบนี้คือผมไม่ผ่านใช่ไหมครับ

ถ้าหนูไม่ผ่าน ปกติจะบ.บอกไหมค่ะ หรือ จะแจ้งแต่เฉพาะคนที่ผ่าน

ต้องรอกี่สัปดาห์ถึงจะโทรฯไปถามแล้วไม่น่าเกลียด

โทรไปถามเบอร์ไหนดี โทรเบอร์กลาง ได้หรือเปล่า แล้ว จะต่อไปที่ไหน

… ฯลฯ … อื่นๆมากมากมายทำนองนี้

 

ตลอดเวลา 10 กว่าปีที่ผมให้คำปรึกษาเรื่องการสอบสัมภาษณ์ ผมจะได้คำถามทำนองนี้บ่อยมากกกกกก

ผมแนะนำอย่างแรงว่า ก่อนเรากลับให้ถาม HR หรือ ผู้ที่สัมภาษณ์ หรือ ข้อเขียน หรือ คนที่เราติดต่อให้ดีว่า จะทราบผลเมื่อไร อย่างไร ทางไหน ในเว็บบ. หรือ จะอีเมล SMS โทรฯมาบอก ฯลฯ แจ้งเฉพาะคนที่ผ่าน หรือ แจ้งคนที่ไม่ผ่านด้วย หรือ ว่าถ้าไม่ติดต่อมาภายในวันนั้นวันนี้ แปลว่าไม่ผ่าน หรือ คืออะไรยังไง ถ้าจะทราบผลล้าช้ากว่าที่บอกไว้จะแจ้งให้ทราบไหม (หรือให้ผู้สมัครไปมโนฝันเอาเองว่าเลื่อนประกาศผล) ถามให้ชัด ก็ให้เคลียร์ๆกันไป

น้องบางคนก็บอกว่า หนูถามแล้วค่ะ พี่ HR เขาบอกแค่ว่า ประมาณเดือนนึงค่ะ เขาบอกแค่นั้นค่ะ ผมก็จะถามกลับว่า หนูถามพี่เขาว่าอย่างไร น้องก็ตอบว่า หนูถามพี่เขาว่าจะทราบผลประมาณเท่าไร … เอ้า น้อง น้องถาม “ประมาณ” อย่างนั้น เขาก็ตอบ “ประมาณ” นะซิ

แนะนำให้ถามแบบเจาะจงไป เช่น ผลสอบฯจะทราบ “ภายในวันที่เท่าไร” อย่าไปใส่คำว่าประมาณลงไปในคำถาม แต่ถ้าคำตอบ ยังเป็น “ประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะน้อง” ก็ให้ทวนคำตอบไปทำนองว่า วันนี้วันที่ 4 สิงหาคม อีก 2 สัปดาห์ก็ วันที่ 18 นะค่ะ บ. xyz จะแจ้งผลภายในวันที่ 18 นะค่ะ” ย้อนประโยคบอกเล่ากลับไปให้ตอบว่าใช่ ไม่ใช่

แล้วก็ขออนุญาติจดลงไปในสมุดที่เตรียมมา ให้เขาเห็นว่า เราจริงจังกับการนัดหมายและข้อมูลที่ HR ให้

แล้วก็ถามคำถามต่อไป เช่น แจ้งทางไหน ถ้าไม่แจ้งภายใน … แปลว่าอะไร ถ้าเลื่อนประกาศผลจะแจ้งผู้สมัครไหม แจ้งอย่างไร จะแจ้งเฉพาะคนผ่านหรือแจ้งทุกกรณี ถ้าจะสอบถามเบอร์อะไร พี่ชื่ออะไร ฯลฯ แล้วก็จดทุกคำตอบในสมุดอย่างจริงจัง ถ้าให้ดี จดของทุกบ.ไว้หน้าเดียวกัน ถ้า HR ที่ตอบ เหลือบมาเห็นในสมุดเรา จะได้เห็นว่าเราเป็นมีระบบระเบียบบริหารจัดการชีวิตส่วนตัวดี การงานเราก็ควรต้องดีด้วย และ “เรามีทางเลือก” ถ้าคุณช้ากว่า ไม่มีประสิทธิภาพ บ.อื่นก็ซิว(คนดีๆอย่าง)เราไปร่วมงาน

เรื่องนี้ผมให้ แก้ที่ตัวเรา เองก่อน คือ “จงถาม”

ส่วนเรื่องที่ผมจั่วหัวไว้ ฝากถึง HR คือ เมื่อผู้สมัครถามแล้วก็ “จงตอบ” และ “ตอบอย่างชัดเจน” และ ทางที่ดี อย่ารอให้ผู้สมัครถาม จงบอกโดยไม่ต้องให้ถาม เพราะมันคือ

  1. ความรับผิดชอบของคุณ ถึงแม้คุณจะบอกไม่ได้แน่นอน เพราะขึ้นกับกับหลายๆแผนก และ ขั้นตอนภายใน การอนุมัติ ฯลฯ แต่อย่าลืมว่า นั่นเป็นเรื่องปกติของทุกบ. HR ที่ดี ที่สามารถ ต้องบริหารจัดการได้ รู้โดยประมาณได้ เป็นหน้าที่โดยตรงทีเดียว เบอร์โทรฯติดต่อ ชื่อคนติดต่อ ไม่ใช้โบ้ยไปให้โทรฯเบอร์กลาง แล้วให้ผู้สมัครหรือโอเปอร์เรเตอร์งงเล่นว่า จับมือใครดม ว่าจะถามใครได้ ชื่อคนรับผิดชอบตอบคำถามนี้ต้องมี เบอร์ตรงต้องมี เวลาทราบผล ประมาณได้ เข้าใจได้ แต่วิธีหลักการสื่อสารโต้ตอบระหว่างรอผล ต้องสามารถบอกผู้สมัครได้
  2. ความเป็น “มืออาชีพ” ของคุณ คงไม่ต้องอธิบายนะครับ ระหว่างความเป็นมืออาชีพ กับ เด็กเล่นขายของ ผมเห็นมาทั้งสองแบบในชีวิตการทำงานของผม
  3. ชื่อเสียงของบ.คุณ อันนี้ชัดครับ คุณจะบอกว่าบ.คุณบริหารจัดการดี ได้รางวัล ได้โล่ห์ อย่างโน้นอย่างนี้ แต่เรื่องง่ายๆแค่นี้ ยังไม่สามารถจัดการให้เป็นระบบได้เลย ผู้สมัครเขาก็อนุมาน (read between lines) ได้ว่า ไม่น่าจะได้เรื่อง ผมเจอหลายๆบ.เขาชัดเจนมากเรื่องเหล่านี้ ทำให้เปรียบเทียบระบบงานระหว่างแต่ล่ะบ.ได้เลย ใช่ครับ ถ้ามีบางบ.ทำได้ บอกได้ ชัดเจนได้ ทำไมบ.คุณทำไม่ได้ แค่นี้ก็เห็นชัดๆครับ ไม่ต้องเสียงเงินเป็นล้านให้บ.ที่ปรึกษา(หลอกแหกเนตร หลอกรัปทาน) มาวิจัยมาศึกษาหาคำตอบให้
  4. อย่าลืมว่า ใจเขาใจเรา วันก่อน ก่อนที่คุณจะเข้ามาได้งานที่บ.นี้ คุณก็ผ่านจุดที่ ต้องรอแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ คุณก็หงุดหงิด จะเอาไงก็ไม่บอก จะโทรฯไปตาม ก็ไม่รู้จะเบอร์ไหน โทรฯได้เมื่อไร โทรฯหาใคร อีเมล์อะไร
  5. คุณมีโอกาสจะพลาดคนที่คุณต้องการได้ เพราะถ้าผู้สมัครไม่รู้แน่นอน คนที่คุณหมายตาไว้ คนเก่งๆดีๆ เขาไม่ได้สมัครงานกับบ.คุณบ.เดียว เขาไม่รอบ.คุณอย่างไม่มีกำหนดหรอก สมมติว่าคุณบอกว่า ภายใน 2 อาทิตย์ ถ้าเขามีอีกที่เสนองานมา เขาก็จะได้บอกอีกที่ว่า ขอเวลาถึงวันนั้นวันนี้นะ เพื่อรอบ.คุณ (ในกรณีที่เขาเห็นว่าบ.คุณน่าทำกว่า) แต่ถ้าคุณไม่บอกอะไร หรือ บอกส่งๆไป แค่ประมาณว่า อะไรแบบนี้ เขาก็ไม่รอล่ะ หรือ เขาโทรฯมาถามเจอโอเปอร์เรเตอร์ โอนสายไป 4 ครั้งได้ยินแต่เสียงโฆษณาบ.รอสาย หรือ ได้ยินแต่เสียง แบะ แบะ แบะ เป็นแกะโดนกร่อนขนไปทำเสื้อกันหนาว เขาคงบ๊ายบายเลิกรอบ.คุณ และ สมมุตินาย (หรือ user คุณ) คุณเซ็นต์อนุมัติมาแล้วจะเอาคนนี้ คุณแจ้งไป อ้าว เขาบอกว่า เขารับปากอีกที่ไปแล้ว คุณก็ต้องเสียเวลา ไปเอาสำรองอันดับหนึ่ง (คนที่นาย หรือ user คุณไม่อยากได้ที่มากสุด) ทำเรื่องบากหน้าไปขออนุมัติใหม่อีก ฯลฯ เหตุการณ์พวกนี้ ไม่ใช่ไม่เคยเกิด เกิดมาแล้ว ผมเห็นตำตาอยู่ในบางบ. ดังนั้น แค่การบริหารจัดการดีๆ บอกผู้สมัครให้ชัดเจน ช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ไม่ต้องใช้เงินเพิ่มสักบาท แค่ “ใช้ใจ” ใช้ “สามัญสำนึก”

ท้ายสุด สุดท้าย ผมทราบดีว่าจะต้องมี HR หลายๆนางออกมาบอกว่า มันยากอย่างโน้นอย่างนี้ บอกแน่นอนไม่ได้ (ย้ำ ผมไม่ได้ให้บอกแน่นอน ผมเน้นเรื่องการสื่อสาร ความหมา่ยของการสื่อสาร ช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจน) เพราะอย่างโน้นอย่างนี้ ผมเข้าใจครับ

ผมเคยเป็นผู้บริหารระดับกลางๆของบ.ข้ามชาติขนาดใหญ่ 3 บริษัท ถึงไม่ใช่สาย HR โดยตรง แต่ก็ได้ร่วมกับ HR คัดสรรบุคลากร ก็หลายครั้ง ต่างกรรมต่างวาระเข้าใจปัญหา และ อุปสรรค (บางครั้งถึงกับเป็นขวากหนาม) ทั้งหลายทั้งปวง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะปล่อยผู้สมัครตามยถากรรมในเรื่องของการสื่อสาร และผมบอกคุณได้อย่างหนึ่งว่า มีหลายบ.ทำได้ครับ สื่อสารกับผู้สมัครได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ คุณไปคิดเอาเองก็แล้วกัน ถ้าอยากทำงานเป็นเด็กเล่นขายของอยู่แบบนี้ก็นะ … รักนะ ถึงได้กระตุกกันแรงๆ …

ใครไม่ใช่ HR แต่อยากให้ HR บ.ไหนอ่าน ก็ยินดีให้ส่งต่อครับ

จัดไปอย่าให้เสีย … 🙂

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *