ตกลงประเทศไทยเหลือน้ำมันดิบใช้ได้อีกกี่ปีกันแน่

7. เมื่อ 20 ปีที่แล้วก็บอกว่ามีน้ำมันดิบเหลือใช้ได้อีก 40 ปี

ปัจจุบันก็บอกว่ายังเหลืออีกมากกว่า 50 ปี ผลิตมาแล้ว 20 ปี ทำไมกลับเหลือมากกว่าเดิมอีก แล้วตกลงเหลือน้ำมันดิบเหลือใช้ได้อีกกี่ปีกันแน่

จำนวนปีที่น้ำมันเหลือใช้ได้อีก (R/P ratio) ได้มาจากการนำปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วหารด้วยอัตราการผลิตน้ำมันดิบต่อปี ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าอัตราการผลิตที่เพิ่มขึ้น ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วสามารถเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับ

1. ราคาน้ำมันดิบ

2. การเจาะสำรวจเพิ่มเติม

3. เทคโนโลยีที่ดีขึ้น

ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจาก 20-30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็น 80-120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วเพิ่มขึ้นมากขึ้นจาก 1.0 ล้านล้านบาร์เรลในปี พ.ศ. 2534 เป็น 1.6 ล้านล้านบาร์เรล ในปีพ.ศ. 2554 ขณะที่อัตราการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจากประมาณ 65 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 85 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงเวลาเดียวกัน

(ตอนนี้ ปลายๆปี 2559 ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ราวๆ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล นิดๆ ตัวเลขปริมาณสำรองอาจจะต่างไปจากข้างบนเล็กน้อย แต่ไม่มีนัยยะสำคัญในการวิเคราะห์ … พี่นก)

 

หากต้องการเข้าใจคำตอบนี้อย่างแท้จริงต้องทำความเข้าใจนิยามปริมาณสำรอง ปริมาณสำรองน้ำมันดิบ คือ ปริมาณทรัพยากรน้ำมันดิบที่

1. พบน้ำมันแล้ว
2. สามารถผลิตได้ด้วยเทคโนโลยีและข้อกฎหมายในปัจจุบัน
3. ผลิตได้โดยมีกำไร

ปริมาณสำรองสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ

1) ปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้ว (Proved reserve หรือ P1)

เป็นปริมาณปิโตรเลียมในแหล่งกักเก็บที่มีความน่าเชื่อถือสูงและมั่นใจมากว่าจะสามารถผลิตได้จริงมากกว่า 90 %

2) ปริมาณสำรองที่คาดว่าจะพบ (Probable reserves หรือ P2)

มีระดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้ว แต่ก็ยังเชื่อมั่นได้ว่าจะสามารถผลิตได้จริง ระหว่าง 50 – 90 %

3) ปริมาณสำรองที่น่าจะพบ (Possible reserves หรือ P3)

เป็นปริมาณปิโตรเลียมที่มีความน่าเชื่อถือต่ำมากและมั่นใจว่าจะสามารถผลิตได้จริงระหว่าง 10 – 50 %

การเจาะสำรวจเพิ่มเติมถ้าทำในแหล่งเดิมสามารถเพิ่มความมั่นใจที่จะผลิตได้ ปริมาณสำรองที่คาดว่าจะพบ และ ปริมาณสำรองที่น่าจะพบ บางส่วนสามารถปรับเป็นปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่พิสูจน์แล้วได้ การเจาะสำรวจเพิ่มเติมถ้าทำในแหล่งใหม่สามารถเปลี่ยนปริมาณทรัพยากรบางส่วนเป็นปริมาณสำรองนํ้ามันดิบที่พิสูจน์แล้วได้ เทคโนโลยีที่ดีขึ้นสามารถลดต้นทุนการสำรวจและการผลิตเอื้อให้การพัฒนาแหล่งน้ำมันดิบมีกำไรมากขึ้น เทคโนโลยีที่ดีขึ้นยังทำให้สามารถสำรวจหรือผลิตในที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เช่น ในอ่าวเม็กซิโกที่มีระดับน้ำลึกมากกว่า 1 กิโลเมตร หรือในทวีปแอนตาร์กติกาที่มีอุณหภูมิต่ำมาก

ที่มา http://www.dmf.go.th//file/QA_EPThai.pdf

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *