ปตท. ปตท.สผ. เชฟรอน ยูโนแคล และ อื่นๆ ไผเป็นไผ ทำอะไรกัน

มันต้องเริ่มจากเจ้าของก๊าซธรรมชาติที่แท้จริงก่อน ว่ามันเป็นของใคร ตอบแบบง่ายๆก็คือ มันเป็นของประเทศไทย กฏหมายของบ้านเราว่าไว้อย่างนั้น ใครไปขุดเจออะไรใต้ผิวดินโฉนดบ้านตัวเอง (เช่น วัตถุโบราณ เพชร แร่ทองคำ น้ำมัน ฯลฯ) ก็ไม่ใช่ของเจ้าของโฉนดนะครับ เช่นกัน ถ้าอุกาบาตที่มีแร่ทองคำตกปุ๊มาที่โฉนดเราก็ไม่ใช่ของเรา กฏหมายให้เราแค่ผิวดิน ส่วนประเทศอื่นก็ว่ากันไปตามกฏหมายของประเทศนั้นๆ

 

เอาล่ะ พอเรารู้ว่าเป็นของใครแล้ว ใครจะเป็นตัวแทนจัดการ ใครผู้นั้นคือ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ สังกัดกระทรวงพลังงาน เขาก็เอาแผนที่มากางตีตารางในอ่าวไทยออกเป็นแปลงๆ หรือที่บางทีเราได้ยินว่าบล๊อกๆนั่นแหละ รูปร่าง และ ขนาดแปลงที่แบ่งก็แตกต่างกันไป เขาก็มีหลักการในการแบ่งแปลงนะ ผมจะไม่ลงไปในรายละเอียด เอาเป็นว่าได้แปลงมาแล้ว รัฐเราไม่มีทุน และเทคโนฯพอที่จะขุด สำรวจและผลิตเองก็ต้องไปให้เอกชนเข้ามาทำในลักษณะการประมูล เงื่อนไขการประมูลมันก็ละเอียดซับซ้อนกันออกไป หลักการง่ายๆคือ รัฐก็ต้องได้ผลประโยชน์ ในฐานะเจ้าของ ส่วนจะเป็นแบบคงที่หรือได้เป็นส่วนแบ่งผลผลิตก็ว่ากันไป … เอกชนก็ได้ประโยชน์จากการขุดเอาขึ้นมาขาย ผลต่างกำไรก็เอาไป หรือ จะแบ่งกันกับเจ้าของสัปทาน (รัฐ) ยังไงก็ว่ากันไปตามที่ตกลงกัน โดยมากคนที่ให้ผลประโยชน์รัฐมากสุดก็ได้สัปทานไป อายุสัปทานก็ไม่เท่ากัน ตามแต่จะตกลงกัน เรื่องนี้ซับซ้อนมาก เรียนกันจนจบเอกล่ะครับ แค่บริหารจัดการสัปทานปิโตรเลียมนี่ ยังไม่รวมเรื่อง ภาษี และ กฏหมายอีกนะครับ

ปตท.สผ. เชฟรอน ยูโนแคล (รวมเป็นเชฟรอนไปแล้ว) คือชื่อที่คุ้นๆหูพวกเราที่สุด กลุ่มนี้เป็นเอกชนที่มาประมูลได้สัปทานเป็นแปลงๆไป นอกจากขาใหญ่นี้แล้วก็ยังมีอีกรายย่อยอีกนะครับ ผมจะแนบแผนที่ไว้ข้างล่าง จะได้ดูว่าใครอยู่ตรงไหน ทำอะไร ไม่ใช่ความลับอะไรหรอกนะครับ ดูในเว็บของกรมฯได้ http://www.dmf.go.th/index.php?act=cmsSection&sec=95&thd=99&fth=99

(ผมจะได้ค่าประชาสัมพันธ์กิจการกรมฯไหมเนี่ย … แฮ่ๆ) ดูจากแผนที่จะเห็นว่ามีชื่อที่พวกเราไม่คุ้นหูอีกเยอะแยะ

เวลาประมูลก็ไม่ได้มาขุดสำรวจและผลิตกันเจ้าเดียวนะครับ บางแปลงก็เจ้าเดียวร้อยเปอร์เซ็นต์ บางแปลงก็หุ้นกัน (เช่น เชฟรอน x% ปตท.สผ. y% MOECO z% BP k%) พอหุ้นกัน มันก็ต้องแบ่งเงินลงทุนกัน แบ่งผลตอบแทนกัน แต่ที่สำคัญกว่าคือแบ่งข้อมูลกัน บางที่แบ่งทุนแบ่งกำไรไม่เท่าไร เช่น ขอมีเอี่ยวอยู่ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่มีสิทธิ์ได้เข้าถึงข้อมูลสำรวจด้วย คนที่ถือหุ้นใหญ่ในแปลงก็เป็นคนทำงาน คนถือหุ้นน้อยก็ชะโงกหน้ามาดู คอยติงๆท้วงๆ อะไรแบบนี้ พอได้ข้อมูลแล้วก็จะได้เอาไปประกอบการประมูลแปลงข้างเคียงในรอบถัดไปไงครับ ไม่มีมิตร ไม่มีศัตรู กันในวงการ มีแต่เพื่อนร่วมงาน มือนึงก็แข่งขันกันประมูล มือนึงก็ร่วมทุนกัน และ ยังต้องร่วมมือ แบ่งปัน อุปกรณ์ การขุดเจาะบางอย่างอีกด้วย (รวมถึงทรัพยากรบุคคล อิอิ สมองไหลนั่นแหละ) พูดง่ายๆคือ ห้ามทะเลาะกันว่างั้นเถอะ

ผลิตมาก็ต้องขายให้ กฟผ. ผู้นำไปใช้ ผ่านขาใหญ่ ปตท. เพราะปตท.เขาลงทุนวางท่อก๊าซ และ สถานีรับส่งก๊าซ การลงทุนส่วนนี้มันสูงมาก ไม่มีใครกล้าทำ (คล้ายๆสร้างเขือน สร้างสายส่ง ของกฟผ.แหละครับ) ก็เลยเป็นภาระของปตท.ที่ต้องทำ (อย่าเต็มใจ) พูดง่ายๆคือ เชฟรอน สผ. ผลิตขึ้นมาก็ต้องมีท่อใช่ไหม ก็ต้องท่อของปตท.เจ้าเดียว ขายให้ปตท.เอาไปขายต่อให้ กฟผ. อ้อ ปตท. ก็มีบ.ลูกที่นำก๊าซไปเป็นวัตถุดิบผลิตเหมือนกันนะครับ แต่ไม่มาก รายใหญ่ที่เอาไปจริงๆคือ กฟผ.เอาไปปั่นไฟครับ ส่วนปตท.สผ. ก็เป็นลูกของปตท.ที่ลงไปสำรวจและผลิตกับเขาด้วย ส่วนราคารับซื้อก๊าซ ที่แม่ซื้อจากลูกจากแพงกว่าซื้อจากคนอื่นไหม อันนี้ผมไม่ทราบ แต่จะไปกังวลทำไม รายได้ลูกก็รายจ่ายแม่ ลูกได้แม่ก็ได้ แค่ย้ายกระเป๋าไปมา ส่วนคำถามที่ว่า พอก๊าซหมดอ่าวแล้ว ใครจะอยู่ใครจะไป โครงสร้างธุรกิจมันตอบคำถามนี้อยู่ในตัวอยู่แล้วครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *