สาวที่อยากส่งแฟนมาทำงานออฟชอร์ควรทราบตามนี้นะครับ

สาวไหนอยากส่งพ่อเจ้าประคุณออกมาทำงานที่นี่ โปรดตรวจสอบคุณสมบัติพ่อตัวดีตามนี้ก่อนนะครับ

(ขำๆ ฮาๆ นะครับ … อย่าเครียดๆ)

เนื่องจากมีคำถามมาเยอะว่าต้องมีคุณสมบัติอะไรอย่างไรถึงจะมาทำงานประเภทนี้ได้ ผมก็ลองมานึกๆดูแล้วนะ คุณสมบัติต่างๆก็ไม่ต่างไปจากงานอื่นที่ทำบนฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นงานในสำนักงาน โรงงาน หรือ งานสนามหรอกนะครับ ก็คุณสมบัติทั่วไปพื้นๆทั้งนั้น แต่ผมลองกลับหัวคิด เอ๊ย คิดกลับกันตั้งคำถามใหม่ว่า “ต้องไม่มีคุณสมบัติอย่างไร จึงจะมาทำได้” เออ แปลกแฮะ พอตั้งคำถามแบบนี้จะตอบได้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย

งั้นลองนั่งนึกดูว่าพ่อขมองอิ่มของคุณมีคุณสมบัติเหล่านี้ไหม ถ้ามีก็ให้แกไปดิ้นรนทรมานทรกรรมทำมาหากินอย่างอื่น อย่าให้มาทำที่นี่เลย (ถือว่าสงสารแกเเถอะ)

ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่าพ่อเจ้าประคุณเธอชอบงานแบบไหนระหว่าง …

แบบนี้ …
 

 

หรือ แบบนี้ ….
 

 

ฮ่าๆ … ถ้าชอบแบบแรกก็ไม่ต้องอ่านต่อแล้วครับ กด Ctrl – End ไปโผล่โลดที่ท้ายบล๊อก แสดงความเห็นได้เลยกั๊บป้ม

เอาล่ะ ถ้ายังดันทุรังว่าชอบแบบหลังละก็มาพิจารณาข้อเหล่านี้เป็นข้อๆไปนะครับ …

1. สุขภาพกาย – ข้อนี้สำคัญครับ เพราะงานของเราค่อนข้างจะลุยๆ ไม่ค่อยสนใจลมฟ้าอากาศสักเท่าไรนัก พวกสามวันดีสี่วันเกาไข่ เอ๊ยสี่วันไข้ ก็อย่าไปทรมานพ่อเจ้าประคุณเลยครับ แต่พวกพ่นยาแก้แพ้ นี่พอไหว แต่ถ้าพวกมีประวัติลมชัก ลมบ้าหมู บ้าไก่ บ้ากิ๊ก (อันนี้ผมก็อยากเป็น) หรือ พ่นยาหอบหืด ก็ไม่ไหวนา เป็นอะไรไปไกลบ้าน ไกลพยาบาล(สวยๆ) จะลำบาก อีกกลุ่มก็พวกโรคหัวใจ หมายถึงโรคหัวใจที่เป็นที่สูบฉีดเลือด ก็อย่าเสี่ยง แต่ไม่ใช่หัวใจอ่อนแอ ใจง่ายพวกนั้นนะ พวกนั้นมาได้ๆ มีพรรคพวกเยอะ หุหุ

ส่วนขนาดตามกายภาพ ผมหมายถึงขนาดของร่างกายนะครับ อิอิ อย่าคิดมาก ก็คือส่วนสูงกับน้ำหนัก ผมว่าไม่มีข้อจำกัด แต่อย่าให้”เกินไป” ก็แล้วกันทำเป็นเล่นไป มีคนถามมาหลังไมค์นะว่าสูงเท่านั้นเท่านี้ทำป่ะ แหม ไม่ได้ไปประกวดชายงาม

 

ไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้ครับ
 

 

แต่สำหรับน้ำหนักเนี่ย คือตอนนี้ยังไม่มีเกณฑ์จำกัดออกมานะครับ แต่ทราบว่าบางบริษัทตอนนี้ออกแนวปฏิบัติ (คือยังไม่บังคับ แค่โยนหินถามทาง) ออกมาแล้ว่า BMI ต้องไม่เกิน 35 ถึงจะออกไปทำงานนอกชายฝั่งได้ เอาล่ะซิ ไอ้เจ้า BMI นี่มันคืออะไร มันคือ Body Mass Index ครับ แปลแบบลูกทุ่งๆฉบับเรียนมาจากบ้านนอกของผมก็แปลว่า ดัชนีมวลร่างกาย คิดยังไงหรือครับ เอาน้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง เอ้า ตัวอย่าง ถ้าหนัก 70 กิโลกรัม สูง 176 ซม. BMI = 70/1.76/1.76 = 22.6 (เครื่องหมายกำลังสองไม่มี ก็หารสองครั้งนั่นแหละครับ ได้ผลลัพท์เท่ากัน – ใช่ไหมครับคุณครู) จะได้ค่าออกมาค่าหนึ่ง แล้วก็เอาค่านี้ไปเทียบกับตารางมาตราฐานว่าอยู่ในช่วงไหน เช่น 10-20 = ผอม 20-30 = พอดี 30-40 = อ้วน อะไรแบบนี้

 

 

 

 

อันนี้ตัวอย่างเท่านั้นนะครับ ไป Google BMI เอาเอง จะมีตารางเทียบค่าอยู่ ข้อพึงระวังในการใช้ตารางคือ ตารางนั้นเขาสร้างมาจากฐานข้อมูลของกลุ่มประชากรหนึ่งๆ ซึ่งโดยมากเป็นชาวตะวันตกกินขนมปัง แฮมไข่ดาว ไม่ใช่เอเชียหน้าเหลืองๆปั้นข้าวเหนียวจกส้มตำปลาร้าแนมผักกระถินริมรั้ว ดังนั้นควรจะต้องลดสเป๊กลงมาสักหน่อย อิอิ

อ้อ อีกอย่าง พวกติดสารเสพติด ตั้งแต่เหล้า ยาดอง ไปจนถึงผงต่างๆ อย่ามาเลยครับ เดี๋ยวจะลงแดงตั้งแต่ยังไม่ทันได้รับเงินเดือนเดือนแรก ผมรับรองได้ว่า ไม่มีทางลักลอบและหาซื้อกันได้บนนี้ พวกเราร้อยพ่อพันแม่ก็จริงแต่เรื่องความปลอดภัยของแท่นของฐานแล้ว พวกเราหูตายังกับสัปปะรด เพราะว่าถ้าแท่นล่มเราก็ได้ลงไปลอยคอกันถ้วนหน้าพร้อมๆกันทุกคน

2. สุขภาพจิต สำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพกายนะครับ ใจอ่อนใจง่ายใจน้อยยังพอไหวครับ แต่พวกใจเสาะ ใจไม่ถึง นี่ไม่ไหวน่ะครับ ปอดบวม นี่ไม่เท่าไร แต่พวกปอดแหกนี่อย่ามา นอกจากใจกับปอดแล้ว เซ่งจี้ เอ๊ย พวกจิตตกแบบต่างๆก็อันตรายต่อตนเองและเพื่อนร่วมชะตากรรมนะครับ มีอะไรบ้างล่ะ

พวกหดจู๋ เอ๊ยหดหู่ซึมเศร้า (Depression – กำกับภาษาปะกิตไว้หน่อยให้คุณครูภูมิใจ)
 

 

วิตกกังวล (anxiety)
 


อารมณ์แปรปรวน 2 ขั้ว (BiPolar – แปลเอง ผิดขออำภัย)
 

ไม่ได้แปลว่าหมี Polar สองตัวนะครับ

 

 

เป็นแบบนี้ตะหาก
 

 

แล้วพวกมีประวัติ ชอบลองของลองวิชา นี่ อย่าพามานะครับ

 

 

ถ้าลองแล้วของไม่ขึ้น องค์ไม่ลง (หรือลงแล้วไม่ขึ้น – ฮ่า) จะเดือดร้อน เนื่องจากการทำงานบนนี้มักจะถูกกดดันจากเวลา (เพราะค่าโสหุ้ยแพง) และธรรมชาติของงานที่อันตรายอีกทั้งเอาแน่เอานอนไม่ได้ + ความเหงา ความห่างไกล ความไม่สะดวกต่างๆ อาจจะทำให้อาการจิตตกเล็กๆน้อยๆอาจจะกลายเป็นตกหนักถึงตกวูบเอา

มีถามมาเหมือนกันเรื่องพวกที่ไม่แน่ใจว่าเพศอะไร ประมาณเพศก่ำกึ่ง หรือเพศทางเลือก อะไรแบบนี้ ไม่มีกำหนดหรอกครับ เราไม่กีดกัน ยินดีคร้าบบบบบบ อิอิ (มารายงานตัวกับผมก่อนเลย เอิ๊กๆ)

 

 

 

… ผมเคยเจอเองเลยคนนึง ดูรูปร่างหน้าแล้วประมาณว่าถ้าไปขวางทางมัน มันเอาตายแน่ๆ หนวดเคราเฟิ้มเชียว พอเข้าไปคุยด้วยเท่านั้น ต๊กกะใจเลย … แต่เก่งมาก หนักเอาเบาสู้ ตากฝนตากแดดอยู่กับผมเป็นวันๆเลย (ปล.ตอนนั้นยังหนุ่มๆอยู่ ตอนนี้ม่ายหวายแย้วววว)

3. ทัศนคติ ในหัวข้อทัศนคตินี้ จะขอพูดในด้านที่ต้องการดีกว่านะครับ ทั่วๆไปแล้วก็เหมือนกันทุกๆงานน่ะครับ

 

 

 

แต่ที่เรามองหาเป็นพิเศษคือ

คนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เรียกว่ากัดไม่ปล่อยว่างั้นเถอะ

 

 

 

ไม่ใช่คนที่พอถึงเวลาเลิกงานแล้ววางค้อนวางคีม ล้างมือแล้วว่ากันใหม่พรุ่งนี้ ต่อนิดต่อหน่อยให้งานมันจบๆไป อย่างนี้จะรุ่งจะก้าวหน้ากว่า

ไม่ใช่กัดไม่ปล่อยแบบนี้นะ

 

 

 

– อีกลักษณะนึงคือ เป็นคนอึด

 

 

ไม่ต้องถึงกับอึดขนาดพี่บรู๊คหรอกครับ (บรู๊ค วิลลีสย์ นะครับ ไม่ใช่พี่บรู๊คของน้องกบ อ๊อบ อ๊อบ) เพราะไม่ได้ไปสู้รบปรบมือกับใคร เอาแค่ พร้อมที่จะลุยงานได้จนกว่าจะเสร็จ(ถ้าจำเป็น)ก็พอ

-นอกจากนี้แล้วยังต้องเป็นคนที่รู้จักดัดแปลงเอาอุปรณ์เท่าที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้งานสำเร็จไปให้ได้ หรือที่เรียกว่า “แสวงเครื่อง” น่ะครับ ถ้าใครจำซี่รี่ชุด “ยอดคนสมองเพชร” ที่มีพระเอกชื่อพี่เม็คไกเว่อร์ได้บ้างครับ ที่พี่แกก็เว่อร์สุดๆ ไปปราบผู้ร้ายตัวเปล่าๆ ไปหาอุปกรณ์เอาดาบหน้า แบบว่าคนล่ะมุกกับมนุษย์ค้างคืน(แอบ)กินของคาวๆ เอ๊ยค้างคาว หรือ 007 ที่มีแผนกผลิตอาวุธพิเศษๆให้

 

 

ส่วนของเราก็ไม่ต้องถึงขั้นพี่เม็คฯหรอกครับ

 

 

เอาแค่ว่าไม่วางมือหยุดงานเพราะขาดของไม่กี่อย่าง ไม่ใช่พวก Perfectionist (สมบูรณ์แบบ) ประมาณว่าอุปกรณ์ไม่พร้อมไม่ perfect ฉันไม่ทำ อะไรประมาณนี้ ถ้าเข้าข่ายนี้ก็อย่าดีกว่าครับ อาจจะโดนส่งขึ้นฮ.กลับโดนไม่รู้ตัว

– ควรเป็นคนที่ มองโลกในแง่ดี

 

 

Positive thinking – ใครอย่าไปอุตริแปลว่า “คิดบวก” เข้าล่ะ ต่อให้สวยระดับไหนก็ฮากันตรึม

 

 

ไม่ใช่ว่าได้ยินเสียวหวอรถพยาบาลเป็น “ตายแน่ๆๆๆๆๆๆๆ” … อะไรแบบนี้ เพราะงานต้องเราต้องรับมือกับความไม่แน่นอนของธรรมชาติ (Mother nature) เรามีแผนงานครับ แต่มันก็ไม่ค่อยตามแผนเพราะปัจจัยแปรผันที่ควบคุมไม่ได้เยอะมาก

4. ติสจัง งานนี้ไม่รับศิลปินเดี่ยว

 

 

หรือพวกอารมณ์ศิลปินจัดๆ แบบถ้า อารมณ์ติสไม่ขึ้นตูไม่ทำ

 

 

ถ้าติสต์ขึ้น ดึกดื่นแค่ไหนตูก็จะปลุกชาวบ้านขึ้นมาทำ หรือ ติสต์ที่ชอบทำอะไรแหกกรอบแหกคอก ที่นี่เราอยู่กันด้วยกฏกติกามารยาทที่ค่อนข้างสากลในวงการของเรา มีต้นแบบ และวิธีปฏิบัติทั้งที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและที่รู้กันเอง (code of conduct / protocal – อาจารย์ครับ ผมแปลถูกป่ะ) ในหมู่พวกเรา

5. พวกกินยากอยู่ยากก็อย่าเอามาครับ ไอ้โน้นก็ไม่กินไอ้นั้นก็ไม่เอา เย็นไปร้อนไปหนาวไป แนวๆสำอางๆคุณหนูๆ ก็อย่ามาเลยครับ ที่นี่มันไม่สะดวกเท่าไรหรอกครับ นอนกับคนนอนกรนดังเป็นโรงสีก็ต้องหลับให้ได้ ไม่มีน้ำขวดกินก็ต้องกินน้ำธรรมดาๆได้ น้ำที่อาบจะกร่อยไปนิด มีผื่นมีคันนิดหน่อย น้ำร้อนไปเย็นไป ก็ต้องอาบได้ อาหารไม่ถูกปากบ้างบางมื้อบางวันหรือถ้าแย่หน่อยอาจจะทุกมื้อทุกวัน ก็ต้องอดต้องทน แอร์จะร้อนไปนิดหนาวไปหน่อย หรือห้องนอนดันไปติดกับห้องเครื่องยนต์ สั่นเซ็นเซอร์ราวไปบ้างก็นึกว่าเมาค้างนอนคาตักน้องหนูที่ดิสโก้เท็คซะ บางทีร่วมห้องกับชาวต่างชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นตัว (ไม่บอกว่าชาติอะไร หุหุ) ก็ต้องทน หรือบางทีเพื่อนร่วมห้องลุกตื่นขึ้นมาทำงานหรือสวดมนต์ตามความเชื่อของเขาก็ต้องนอนให้หลับ ต่างชาติต่างวัฒนธรรมความเชื่อก็ต้องเคารพซึ่งกันและกัน

ผมเคยร่วมห้องกับชาติหนึ่ง ไม่ขอบอกว่าชาติอะไร พี่แกถือว่าเรื่องตดเป็นเรื่องธรรมชาติ

 

 

แล้วพี่แกตดได้ตดดี ตดเสียงดนตรีก็มีเป็นบ้างช๊อต นอนหลับๆอยู่กรนไปตดไปก็มี กว่าจะรอดจากเที่ยวนั้นได้ ผมเกือบต้องเอาจมูกไปซ่อม …

 

 

วันนี้นึกได้อีกเรื่องคือ ต้องไม่เป็นโคนันทิวิสาล คือพูดไม่เพราะไม่ถูกใจไม่ทำงาน ไม่รู้ว่างานสนามในวงการฯโดนสาปหรืออย่างไร แต่จะเกิดปรากฏการณ์ “ด่าก่อนสอนทีหลัง” อยู่บ่อยๆ ถ้าพ่อเจ้าประคุณเป็นโคนันทิวิสาลล่ะก็ อยู่ไม่ยืดแน่ครับ ต้องทำใจหน่อยนะครับ ผมเองโดนมาไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรกว่าจะได้วิชาฯมาทำมาหากิน ทำไงได้ครับ วิชาความรู้ในงานสนามไม่ได้หาได้ง่ายๆเหมือนนั่งในห้องเรียนแล้วมีอาจารย์มาป้อนนี่นา…

เอาเป็นว่าเข้าข่ายคุณสมบัติเหล่านี้กี่ข้อครับ ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะครับ แต่จะบอกว่าไม่เหมาะกับงานแบบนี้ครับ ไปทำด้านอื่นมีสิทธิ์จะรุ่งได้มากกว่า ขืนมานี่อาจจะรุ่งริ่งแทน

เจอกันใหม่ตอนหน้าครับ ยังคิดไม่ออกว่าจะเขียนเรื่องอะไร นึกออกแล้วจะมาบอกล่ะกัน …บ๊ายบาย

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *