รวมลิงค์ และ หลักสูตรอื่นๆที่สามารถเป็นวิศวกรรมขุดเจาะได้

เท่าที่ผมค้นคว้าหามาได้ก็มี 8 หลักสูตรจาก 4 สถาบันนะครับที่มีสอนวิชาการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียม

แบ่งเป็น non-degree (certificate) 1 หลักสูตร ปวส. 1 หลักสูตร ป.ตรี 2 หลักสูตร และ ป.โท 4 หลักสูตร ถ้าใครรู้มาว่ามีมากกว่านี้ก็หลังไมค์กันมาได้นะครับ

 

non-degree (certificate)

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

ป.ตรี

ป.โท

 

ไม่เฉพาะแต่ 8 หลักสูตรที่กล่าวมาแล้วนะครับ ที่สามารถมาเป็นวิศวกรขุดเจาะได้ แต่ที่ผมค้นมามีหกหลักสูตรนี้ที่สอนเกี่ยวกับการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียม “โดยตรง” แต่หลักสูตรอื่นๆก็มีมาสมัครและสามารถเป็นวิศวกรขุดเจาะได้เช่นกัน แต่ต้องมีเกรดที่สูงพอสมควร ไม่ใช่เพราะว่าเป็นวิศวกรขุดเจาะมันยากกว่าวิศวกรอื่นๆ แต่เป็นเพราะหลักอุปสงค์อุปทานน่ะครับ ความต้องการมันน้อย แต่คนอยากทำมันมากกว่าความต้องการ อัตราการแข่งขันจึงสูง ไม่ใช่ว่าจะเก่งหรือวิเศษวิโสอะไร

ในชีวิตจริงผมเห็นมาเกือบทุกสาขาของวิศวกรรมเลยครับ ที่มาเป็นวิศวรกขุดเจาะ แต่เอาตามความเห็นผมก็แล้วกันว่าการขุดเจาะใช้ความรู้สาขาอะไรมากที่สุด ในความเห็นผมนะครับ คือ เครื่องกล ครับ เพราะเป็นเรื่องของ แรง วัสดุ การไหล คุณสมบัติของแข็ง ของไหล ความเค้น(stress) ความเครียด (strain) ความดัน อุณหภูมิ แรงเสียดทาน ประสิทธิภาพ สัมประสิทธิ์ต่างๆ ฯลฯ อะไรๆที่มันเป็น classical physic ที่เราเรียนมาในฟิสิกส์ม.ปลายกับ วิศวกรรมปี 1 นั่นแหละครับ

ในความคิดของผมนะครับ วิศวกรคนไหนทำเกรดวิศวกรรมพื้นฐานและคณิตศาสตร์วิศวกรรม ตอนปี 1 (ที่มักเรียนร่วมเหมือนกันทุกสาขาวิศวกรรม) ได้ดีๆ หรูๆ ผมจะพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะนั่นแหละ ใช้เยอะที่สุดในการเป็นวิศวกรขุดเจาะ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมย้ำเสมอๆคือเรื่องภาษาอังกฤษ วงการฯคาดหวังว่า เด็กรุ่นใหม่ที่จบป.ตรีวิศวกรรมที่จะมาทำงานในวงการฯจะต้องพูดสื่อสารได้ โทอิคต้อง 800 ขึ้นไปนะครับ เวลา 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย อย่าลืมหาเวลาเรียนภาษาอังกฤษด้วย อย่าอ้างว่าไม่มีเวลา ถ้าคุณมีเวลาเล่นไลน์ เล่นเฟส คุณมีเวลาเรียนภาษาอังกฤษครับ ของฟรีมากมายในโลกไซเบอร์

สุดท้าย กิจกรรมในระหว่างเรียน จะเป็นเครื่องชี้วัดว่าคุณทำงานเป็นไหม เป็นหัวหน้าคนได้ไหม เป็นผู้ตามได้ไหม ทำงานเป็นทีมได้ไหม ผมแนะนำให้จับกิจกรรมหรือกีฬาที่

1 outdoor คือ กลางแจ้ง กิจกรรมกลางแจ้ง กีฬากลางแจ้ง จะเป็นเครื่องชี้ว่า คุณตากแดดตากฝนได้ทนมือทนเท้า ทนแรงกดดัน ทั้งกดดันทางกายภาพ (หนาว ร้อน เหนื่อย ฯลฯ ) และ กดดันทางจิตใจอารมณ์ (ท้อแท้ พ่ายแพ้ โกรธ ฯลฯ)  เช่น งานออกค่าย งานจิตอาสา ฟุตบอล รักบี้ วอลเล่ย์บอล บาสฯ ฯลฯ

2 team ควรเป็นกิจกรรม หรือ กีฬาที่ทำเป็นทีม เล่นเป็นทีม เพราะเป็นการฝึกตัวคุณเอง และแสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่า คุณทำงานเป็นทีมได้ เป็นผู้ตามได้ เล่นตามกฏกติกาเป็น

3 พยายามอาสาในตำแหน่งที่เป็นผู้นำ อาจจะไม่ใช่ผู้นำสูงสุดของทีม ของชุมนุม แต่มีตำแหน่งเป็นเรื่องเป็นราว เช่น หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ แผนกเหรัญญิก ของชมรม ฯลฯ เพราะจะฝึกให้คุณเป็นผู้นำ และกล้าพูดต่อหน้าที่ชุมชน

สรุปว่า ถ้าไม่ได้เรียนในที่ผมค้นมาทั้ง 8 ที่ ก็ขอให้เรียนวิศวเครื่องกลก็แล้วกัน แล้วทำเกรดดีๆสูงๆ ภาษาอังกฤษดีๆ ทำกิจกรรมบ้าง จบมาก็มาสมัครได้เช่นกันครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *