เหมืองน้ำแข็งไฟ น่านน้ำทะเลจีนใต้ (ข่าว) – น้ำแข็งไฟ vs. น้ำมัน vs. ก๊าซธรรมชาติ

ผมคงจะไม่อธิบายล่ะนะครับว่า เจ้าน้ำแข็งไฟนี้คืออะไร อ่านรายละเอียดเอาได้ที่ มีเทนคลาเทรต(Methane Clathrate) มีเทนไฮเดรต (Methane Hydrate)

เอาเป็นว่าเจ้าน้ำแข็งไฟนี้เป็นแหล่งพลังงานไฮโดรคอร์บอนชนิดหนึ่ง แทนที่จะเป็นก๊าซธรรมชาติสวยๆแทรกอยู่ตามรูพรุนของชั้นหินแบบธรรมดาๆที่เราเจาะๆดูดๆกัน มันกลับเป็นก๊าซธรรมชาติที่โดนแช่งแข็งฝังอยู่ในผลึกน้ำแข็งที่อุณหภูมิต่ำและความดันสูง (ก๊าซธรรมชาติที่เราเจาะขึ้นมาปกติจะอยู่ภายใต้อุณหภูมิสูง และ ความดันสูง)

เพราะว่าตัวตนของมันคือก๊าซธรรมชาติไฮโดรคาร์บอน เมื่อเอาไปเผาเพื่อให้ได้พลังงานก็ย่อมมีคอร์บอนไดออกไซด์ออกมาไม่ต่างกับเพื่อนของมันที่เป็นก๊าซธรรมชาติปกติที่เรารู้จัก

แล้วการใช้งาน หรือ การเอาไปใช้ประโยชน์ล่ะ ก็ไม่ต่างกันอีก เอาไปสร้างพลังงาน(เผาเข้าเครื่องปั่นไฟฟ้า) เอาไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางปิโตรเคมี ก็ไม่ต่างกัน

เอ … แล้วมันต่างกับก๊าซธรรมชาติที่เรารู้จักกันในแง่ไหนเนี่ย

เรื่องเทคนิคและวิธีการผลิตนี่แหละครับ พูดง่ายๆคือจะเอาก๊าซธรรมชาติซึ่งคือเจ้าก๊าซมีเทนนี่แหละออกมาจากผลึกน้ำแข็งได้ไง โดยที่ 1. ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และ 2. ราคาในการสกัดออกมาสู้ได้กับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เราผลิตกันในปัจจุบัน

ความท้าทายทางเทคนิคที่สำคัญคือการขนส่ง เพราะน้ำแข็งไฟนี่มันอุดอู้อยู่ใต้ทะเลใต้มหาสมุทรที่ความดันสูงอุณหภูมิต่ำ ถ้าขุดใส่ถังแล้วเอาขึ้นมาที่อุณหภูมิและความดันผิวโลกดื้อๆล่ะก็ เจ้ามีเทนที่เราต้องการก็ละเหยหายวับไปในอากาศหมด

จะเก็บใส่ถังอัดความดันแช่แข็งขึ้นมาก็นะ ทำได้อยู่ๆ แต่ค่าถังคงแพงกว่ามูลค่าตัวก๊าซที่จะได้มา งั้นก็ต้องไปหาวิธีแปรรูปมันที่จุดที่ที่มันอยู่ แล้วต่อท่อขึ้นมาที่โรงงาน(หรือเหมือง)ลอยน้ำ

หรือหาวิธีที่เอาขึ้นมาบนเหมืองลอยน้ำในสภาพของแข็งแล้วสกัดกันบนเหมืองลอยน้ำนั่น แล้วค่อยต่อท่อเข้าฝั่ง หรือ อัดให้เป็น LNG (Liqiud Natural Petroleum ก๊าซธรรมชาติเหลว)บนเหมืองลอยน้ำแล้วเอาลงเรือเข้าฝั่ง

ญี่ปุ่นเป็นชาติแรกที่สะกัดเอาก๊าซมีเทนออกมาจากน้ำแข็งไฟนี่ได้เมื่อต้นๆปีที่แล้ว เข้าใจว่าเทคโนโลยีที่ญี่ปุ่นใช้นั้นป่านนี้ชาติแนวหน้าในอุตสาหกรรมนี้ก็คงรู้แล้ว และ จีนก็มาทำให้เป็นจริงเป็นจังในทางปฏิบัติในขนาดที่ใหญ่โตขึ้น ก็รอดูกันต่อไปครับ ในที่สุดแล้วก็ต้นทุนนั่นแหละครับที่จะตัดสินว่าจะรอดหรือไม่รอด

อย่างที่ผมเคยพูดไว้เสมอๆในหลายๆเรื่อง ทางวิศวกรรมน่ะทำน่ะทำได้แต่ทำออกมาแล้วคุ้มไหมเท่านั้นแหละ

รู้ที่มาที่ไปแล้วก็มาอ่านข่าวกัน …

—————-

เหมืองน้ำแข็งไฟ น่านน้ำทะเลจีนใต้ สกัดได้พลังงานมากกว่าน้ำมัน 10 เท่า

แหล่งข่าว – หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าวประจำวัน | วิทยาการ – เทคโนโลยี

ไชน่าเดลี เผย (14 มิ.ย.) ภาพ ศูนย์ปฎิบัติการลอยน้ำในทะเลจีนใต้ ห่างจากเกาะฮ่องกงไป 300 กิโลเมตร ซึ่งประสบความสำเร็จ ในการสกัดเหมืองน้ำแข็งไฟ ที่สามารถแยกก๊าซมีเทนไฮเดรต ซึ่งเป็นสารที่ประกอบด้วยมีเทนในรูปผลึกโครงสร้างคล้ายน้ำแข็งแห้งได้เป็นผลสำเร็จ โดย “น้ำแข็งไฟ” หรือมีเทนไฮเดรต สามารถให้พลังงานได้มากกว่าน้ำมันมากถึง 10 เท่า

รายงานข่าวระบุว่า ภาพล่าสุดเหมืองแร่น้ำแข็งไฟนี้ อยู่ในบริเวณเซินหู ทะเลจีนใต้นี้ ถ่ายเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ทำเหมืองลอยน้ำมาเป็นวันที่ 31 แล้ว

ใต้พื้นผิวน่านน้ำของจีนนั้นอุดมไปด้วยแหล่งทรัพยากรน้ำแข็งไฟนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดกันว่าน้ำแข็งไฟนี้จะสามารถให้พลังงานได้มากกว่าน้ำมันมากถึง 10 เท่า

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯและญี่ปุ่นต่างเป็นผู้นำในการวิจัยเทคโนโลยีดังกล่าว โดยญี่ปุ่นได้ประกาศเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า ได้ทำการวิจัยเพื่อการผลิตก๊าซจากน้ำแข็งไฟได้เป็นผลสำเร็จ และวางแผนจะเริ่มต้นผลิตก๊าซฯ ภายใน 4 อาทิตย์

เจียง ต้าหมิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดินและทรัพยากร กล่าวว่า ความสำเร็จของจีนในการขุดสกัดน้ำแข็งไฟนี้ เป็นความก้าวหน้ายิ่งใหญ่ อันอาจนำไปสู่การปฏิวัติพลังงาน

อย่างไรก็ดี เฉิน อี้เฟิง นักวิจัยสังกัดสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (Chinese Academy of Sciences) ระบุว่า น้ำแข็งไฟก็มีข้อด้อยกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่นหลายประการ เช่น ข้อจำกัดทางด้านเทคนิคการนำขึ้นจากมหาสมุทร และกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *