เอ๊ะ … ที่ตรงนี้มันเคยเป็นอะไรนะ

ชื่อตอนข้างบนเป็นคำอุทานของผมเมื่อเช้านี้ตอนนั่งมาในรถกะป้อในซอยยาวกิโลนิดๆที่ผมอยู่มา 14 ปี อยู่มานานจนคิดว่าจำทุกอย่างสองข้างทางได้จนหมดแล้ว

ภาพที่ผมเห็นคือพื้นที่โล่งเตียนขนาดใหญ่ มีรถขนดิน 2 – 3 คัน จอดอยู่กับรถบดอีก 1 คัน ทำให้ผมพยายามคิดว่า เอ๊ะ … ที่ตรงนี้มันเคยเป็นอะไรนะ … คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก

ทำให้ผมไพล่ไปนึกถึงสารคดีเรื่องหนึ่งที่เคยดูมานานแล้วล่ะ เกี่ยวกับความทรงจำของคนเรา สารคดีเล่าเรื่องทฤษฎีความทรงจำของเรา ว่าเป็นไงมาไง และทฤษฎีที่ล่าสุดนั้นว่าไว้อย่างไร

ผมจำไม่ได้หมดตลอดเรื่อง จำได้แค่ 2 ทฤษฎีล่าสุด

ทฤษฎีหนึ่งบอกว่า เราเก็บความทรงจำเหมือนห้องสมุดเก็บหนังสือ เก็บไว้ในที่ๆหนึ่งในสมอง เวลาจะคิดถึง หรือ เอามาใช้ ก็จะดึงออกมา แล้วส่งมาที่สมองส่วนประมวลผล (CPU) แล้วคลี่ออกดู แล้วเก็บกลับคืนไปในที่ๆเดิม (ด้วยกลไกอันซับซ้อนทางไฟฟ้าเคมีของระบบสารสื่อประสาท)

ต่อมาทฤษฎีนี้ก็ถูกลบล้างด้วยหลักฐานหลายๆอย่าง เช่น การลบเลือน หรือ ผิดพลาดไปของความทรงจำ และ การที่สมองส่วนเก็บความทรงจำเสียหายไปทั้งหมด แต่ทำไมยังสามารถกู้ความทรงจำกลับคืนมาได้บางส่วน …

ทฤษฎีถัดมาบอกว่า เราเก็บความทรงจำเป็นชิ้นๆส่วนๆ เหมือนจิ๊กซอ เราเก็บแต่ล่ะชิ้นไว้ที่ส่วนต่างๆกันของสมอง เช่น ส่วนที่เป็นภาพเก็บไว้ที่หนึ่ง กลิ่นที่หนึ่ง สีที่หนึ่ง อารมณ์ที่หนึ่ง เป็นต้น

 

เมื่อเวลาเราจะใช้ จะนึกถึงมัน เราก็จะจะดึงเอาจิ๊กซอแต่ล่ะชิ้นนั้นมาที่สมองส่วนประมวลผล (CPU) ประกอบมันเข้าด้วยกัน ใช้งานมัน แล้วถอดเป็นชิ้นๆ ที่อาจจะเป็นชิ้นที่เหมือนหรือไม่เหมือนเดิม แล้วแยกเอาไปเก็บ อาจจะเก็บไว้ที่เดิม หรือ คนล่ะที่ก็ได้

นั่นอธิบายได้ว่า ทำไมเวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วสมองส่วนหนึ่งเสียหาย แต่ยังกู้ความทรงจำขึ้นมาได้บางส่วน เหมือนกับแผ่นดิสค์ (floppy disk หรือ hard disk) ที่เก็บข้อมูลแบบสุ่ม เวลาที่แผ่นดิสค์เสียหายบางส่วนแล้วยังสามารถกู้ไฟล์บางส่วนคืนได้ และสามารถอธิบายได้ว่า ทำไมข้อมูลเพี้ยนไปได้ เพราะมีการประกอบและถอดทุกครั้งที่หยิบมาใช้งาน

ด้วยกลไกตามทฤษฎีนี้ ทำให้เราสามารถอธิบายความงดงามของธรรมชาติได้อย่างหนึ่งก็คือ การที่เรา “สามารถลืมได้”

แต่เรา “ไม่สามารถเลือกเรื่องที่จะลืม” ได้ …

น่าคิดไหมครับ …

แวะพักตรงนี้ไว้นิดหนึ่ง จะชวนไปดูหนังเรื่องหนึ่ง นานแล้วครับ จำได้ว่าฉายในปี 1999 เรื่อง Bicentennial man (ชื่อไทย บุรุษสองศตวรรษ) เรื่องโดย ไอแซค อสิมอฟ เจ้าแห่งนิยายวิทยาศาสตร์ แสดงโดย ตำนานของวงการฮอลลีวู้ด โรบิน วิลเลียม

 

หนังกล่าวถึงความเป็นไปของหุ่นยนต์ที่มีความเข้าใกล้มนุษย์มากๆ อยู่รับใช้ และ คลุกคลี กับมนุษย์ จนพัฒนาความเป็นมุษย์ในด้านอารมณ์และความรู้สึก เห็นการเกิดแก่เจ็บตายของมนุษย์ ความทรงจำ ดีใจ-เสียใจ-ความโศกเศร้าซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ตัวเองไม่ตายเสียทีเพราะเป็นหุ่นยนต์

พัฒนาตนเองจนเกิดความรักขึ้นกับมนุษย์ จึงทำเรื่องร้องขอไปยังสภาโลก ขอให้สามารถแต่งงานกับมนุษย์ได้ แต่สภาโลกไม่อนุมัติ ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่สามารถให้มนุษย์แต่งงานกับหุ่นยนต์ที่ไม่มีวันตายได้ ….

พระเอกที่เป็นหุ่นยนต์จึงได้พยายามเปลี่ยน (modify) ตัวเองให้สามารถตายได้ เพื่อที่จะได้แต่งงาน และ เพื่อที่จะ “สามารถตาย” ไปกับผู้หญิงคนที่เขารัก …

… ขอทิ้งไว้แค่นี้แหละ เดี๋ยวไปดูหนังแล้วไม่สนุก เชื่อว่าหาดูได้ในหนังออนไลน์ทั่วไป

ที่แวะพักชวนดูหนัง ก็เพราะส่วนหนึ่งของหนัง พูดถึงความทรงจำ …

มีตอนหนึ่งพระเอกที่เป็นหุ่นยนต์กล่าวว่า การมีความทรงจำที่เป็นอมตะนั้นคือการลงโทษ ไม่ใช่พรสวรรค์หรือสิ่งที่น่ายินดี เพราะเขาไม่สามารถลืม หรือ บรรเทาความทุกข์โศกเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่ผ่านมา ตรงกันข้าม การลืมต่างหากคือของขวัญของพระเจ้าที่ประทานมาให้มนุษย์ ซึ่งหุ่นยนต์อย่างเขาไม่มีวันจะมีของขวัญแบบนั้น

… น่าคิดนะครับ

ในขณะที่มนุษย์แสวงหายาอายุวัฒนะ แสวงหาความเป็นอมตะ แสวงหาความทรงจำที่เป็นเลิศ อยากรู้ และ เข้าใจทุกอย่างในจักรวาล …

… เราลืมไปหรือไม่ว่า ความไม่เป็นอมตะ ความไม่รู้เสียบ้างในบางเรื่อง และ ความทรงจำที่ไม่ยั่งยืน นั่นต่างหาก คือ ความล้ำค่า และ ความสวยงามของการเกิดเป็นมนุษย์

เราลืมได้ แต่เราเลือกเรื่องที่จะลืมไม่ได้ …

… อาจจะฟังดูน่าเศร้า แต่สำหรับผม ผมว่ามันทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบอย่างที่ชีวิตควรจะเป็น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *