เสพข่าวพลังงานอย่างไร ให้เท่าทัน และ มีสติ

วันนี้ชวนคุยเรื่องเบาๆกันดีกว่า มาเข้าใจข่าวคราววงการพลังงานพลังงานกันนิดนึง

มีผู้ปกครองหลายท่านที่ถามมาหลังไมค์ว่า ข่าวนั้นออกมาว่างั้น ข่าวนี้ออกมาว่างี้ จะให้ลูกหลานเรียนวิศวกรรมปิโตรฯดีไหม บ้างก็บรรดาภรรยาที่สามีอยากมาทำงานในวงการนี้ แต่กังวลเรื่องความมั่นคง เพราะเห็นข่าวปลดคนงาน ข่าวราคาน้ำมันขึ้นๆลงๆ ข่าวพลังงานทดแทน คงเป็นห่วงสามี ห่วงครอบครัว เดี๋ยวสามีจะตกงาน หรือ ที่ยังไม่แต่งงานก็อาจจะคิดว่า ถ้าแฟนมาทำสายนี้ เดี๋ยวต้องไปเลี้ยงแฟน แทนที่แฟนจะเลี้ยง 555 ฯลฯ

วันนี้เลยมาแนะนำการอ่าน และ เข้าใจข่าวพลังงานกันนิดนึง

น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง ที่อยู่ภายใต้กฏอุปสงค์และอุปทานอันเป็นกฏพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเปิดกึ่งสมบูรณ์ (ไม่ต้องงง ผมแค่ลองใช้ภาษาวิชาการอวดภูมินิดหน่อย 555 😛 )

จะไม่ลงทฤษฎีเยอะนะ เอาง่ายๆตามนี้

  1. ถ้ามีของในตลาดเยอะ (แต่ความต้องการใช้ของนั้นเท่าเดิม) ราคาของนั้นจะลด*
  2. ถ้ามีของในตลาดน้อย (แต่ความต้องการใช้ของนั้นเท่าเดิม) ราคาของนั้นจะเพิ่ม*
  3. ถ้าราคาของที่แทนกันได้เพิ่ม ของที่ถูกแทนก็ถูกผลิตมาก (แหง๋ล่ะ คู่แข่งราคาแพงนี้ ลูกค้าก็ต้องมาหาเรา เลยต้องผลิตเยอะๆ)
  4. ถ้าราคาของที่แทนกันได้ลด ของที่ถูกแทนก็ถูกผลิตน้อย (แหง๋ล่ะ คู่แข่งราคาถูกกว่า ลูกค้าก็หนีไปหาคู่แข่ง เลยต้องผลิตน้อยๆ)

*ผมไม่กล่าวถึงภาคเสธนะครับ เพราะโดยมากผู้ผลิตเป็นผู้ปรับปริมาณในตลาด แต่ฝั่งความต้องการใช้นั้น ไม่มีใครไปตั้งบงการมัน (คือมันก็เพิ่มของมันทุกปี)

มันก็มีอยู่แค่เนี้ย …

ที่มา http://www.dmf.go.th/index.php?act=news&c_id=21

แหล่งข่าวพลังงานที่พอเชื่อถือได้ แหล่งหนึ่งที่ผมมักจะอ่านๆแล้วคัดๆมานำเสนอพวกเราในเว็บไซด์ผมคือของกรมเชื้อเพลังธรรมชาติตามรูปและลิงค์ข้างบนนั้นแหละ

ที่ผมขีดเส้นใต้ทั้งหมด ก็คือ กฏอุปสงค์อุปทาน 4 ข้อนั้นแหละครับ ไม่ได้อัศจรรย์อะไรมากมาย และสิ่งเหล่านี้ก็เปลี่ยนแปลงรายวัน อย่าไปตระหนกตกใจ คล้ายๆราคาหุ้นแหละครับ

ไปปวดหัว วิตกกับมันรายวัน ก็บ้าตายซิครับ ผมถึงไม่เอาพวกนี้มาเป็นสาระนำเสนอกันสักเท่าไร

ส่วนที่อยากให้พวกเราให้ตะหนักในการมองราคาน้ำมันและก๊าซรวมไปถึงอนาคตของพลังงานฟอสซิล คือ หลักเหตุผล และ มองให้ยาวๆ คำถามสำคัญที่พวกเราต้องคิดคือ

  1. ในแต่ล่ะราคาที่ผลิตขึ้นมาขายแล้วพอมีกำไร เรามีพลังงานฟอสซิลที่พอผลิตได้อยู่เท่าไรกันแน่ในโลก ที่ต้องบอกว่า “แต่ล่ะราคาที่ผลิตขึ้นมาขายแล้วพอมีกำไร” เพราะปริมาณพลังงานฟอสซิลที่เหลืออยู่นั้นสุทธิจริงๆมันอาจจะมาก แต่ที่ระดับราคาต่างๆกัน ความคุ้มที่จะเอาขึ้นมา มันต่างกัน นั่นแปลง่ายๆว่า มีเหลือจริง เอาขึ้นมาไม่คุ้ม ไม่มีคนลงทุนเอาขึ้นมาก็เท่ากับไม่มีเหลือ
  2. ปริมาณการใช้พลังงานรวมของโลกใบนี้ปีล่ะเท่าไร
  3. ต้นทุน และ ราคาขายของพลังงานทดแทนมีแนวโน้มเป็นอย่างไร

3 ปัจจัยนี้ต่างหากที่เป็นตัวสำคัญในการบอกว่าอนาคตของพลังงานฟอสซิลเป็นอย่างไร ปัจจัยเรื่อง การกักตุน ลด/เพิ่ม ปริมาณการผลิตนั้น มีผลเล็กน้อยต่อราคา และ เป็นผลระยะสั้น

ผมพูดแบบนี้ก็ใช่ว่าผมจะรู้คำตอบที่แน่นอนของ 3 คำถามดังกล่าวนะ แค่จะชี้ประเด็นว่าจริงๆแล้วสิ่งที่ควรคิด ควรพิจารณาคืออะไร ถ้าจะฝากหม้อข้าวครอบครัวเราไว้กับอุตสาหกรรมนี้




Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *