Go extra mile กับงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่ง (offshore E&P)

ผมมักจะพูดถึงในบล๊อกบ่อยๆ เรื่องการทำเกินกว่าหน้าที่ที่ต้องทำ (ที่ฝรั่งใช่คำว่า go extra mile) และ การอย่าหยุดหาความรู้เพิ่มเติมแค่ในงานของเรา เนื่องจากส่วนมากโดยธรรมชาติของงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่งนั้นความมั่นคงของงานมีลักษณะเฉพาะเพราะว่า 1. ขึ้นกับราคาน้ำมันในตลาดโลก เมื่อราคาน้ำมันตก การสำรวจและผลิตก็ลดลง งานก็ลดลงตามกัน และ 2. หลายๆตำแหน่งเป็นพนักงานสัญญาจ้าง ต่อปี หรือ ต่อ 2-3 ปี ขึ้นกับสัญญาจ้างของบ.ที่ได้งานจากบ.ลูกค้าอีกทอด

คำถามที่ผมมักจะโดนถามและเห็นเป็นอุธาหรณ์มากมายทุกเมื่อเชื่อวันคือ ความั่นคงของอาชีพมันอยู่ที่ไหน เท่าที่ประสบการณ์อันน้อยนิดของผม ผมได้คำตอบว่า มันอยู่ที่ความสามารถและความรอบรู้หลากหลายของเราเอง

ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆนะครับ สมมติเอางานที่เรารู้จักกันดี เช่นงานพนักงานเสริฟในร้านอาหารโรงแรมนี่แหละครับ ถ้าผมเข้ากะ ทำงานแล้วกลับบ้านมันก็จบ จริงไหม ถือว่าทำได้เท่าค่าจ้างที่โรงแรมจ้างผมมา แต่ถ้าเกิดวิกฤติ โรงแรมเกิดยุบร้านส่วนอาหาร หรือ ลดขนาดร้านอาหารลง ผมก็มีสิทธิ์ลุ้นเปลี่ยนตำแหน่งเป็นคนว่างงาน

แต่ถ้าผม go extra mile คือ ทำเกินและขยันหาความรู้นอกเหนือจากงานของผมล่ะ เช่น ถ้ามีช่างไฟมาซ่อมเครื่องไฟฟ้าในครัว เตา หม้อต้ม เปลี่ยนหลอดไฟ ผมยอมออกกะช้าหน่อย ไปช่วยหยิบช่วยจับ ช่วยซ่อมโน้นนี่นั่น คราวหน้าถ้าข้าวของเสียเหมือนเดิม ผมก็ซ่อมให้แทนก็ได้ ถ้าผู้ช่วยพ่อครัวขาดงาน คนล้างจานไม่มา ผมก็เข้าไปช่วยบ้าง เครื่องคอมฯแคชเชียร์แฮงค์บ่อยก็เสนอตัวไปลง window ใหม่ให้ ฯลฯ ถึงหัวหน้างานโดยตรงเราไม่เห็น แค่มีคนเห็นแน่ๆว่าเราใส่ใจ เรามีความถนัดความสามารถมากกว่าแค่เด็กเสิร์ฟ ถ้าจำเป็นต้องลดพนักงาน เราก็จะเป็นคนสุดท้ายที่โดน ถ้าพ่อครัวไปได้งานใหม่ที่รร.ที่ดีกว่า คนขาด ทายซิเขาจะโทรฯหาใคร ถ้าช่างไฟโรงแรมลาออกกระทันหัน หรือ รับผู้ช่วยช่างไฟประจำโรงแรม ผมอาจจะได้เปลี่ยนงานเลยก็ได้มาเป็นช่างไฟแทนเด็กเสิร์ฟ

งาน offshore ก็เหมือนกันครับ เป็น production operator เปิดปิดวาว์ล จดความดัน อุณหภูมิ อัตราการไหล วัดระดับน้ำมันเครื่องปั๊มโน้นนี่นั่น ฯลฯ เสร็จแล้วจบ ไม่ได้รู้เลยว่า จดไป วัดไปทำไม ก่อนหน้านั้นใครมาทำอะไรกับหลุมเราก็ไม่รู้ พอเราขึ้นฮ.กลับ คนที่ลงไปใหม่ มันไปทำอะไรยังไงกับหลุม ก็ไม่สน พอว่างก็นอน อะไรแบบนี้ พองานหมด หรือ เขาลดกำลังการผลิต เราก็มีโอกาสโดนแจ็คพอตสูง

หมั่นหาความรู้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานบ.อื่นๆ ว่าเขามาทำอะไรกันยังไง ว่างก็ไปช่วยหยิบช่วยจับ วงการฯมันแคบ มีคนเห็นแน่ๆ พอคนบ.เขาขาด ทายซิเขาจะอีเมล์หาใคร จะโทรฯหาใคร หรือเขาจะแนะนำหัวหน้าเขาหรือ HR บ.เขาให้ติดต่อใคร หรือ ถ้ามีตำแหน่งงานเปิดใหม่ บ.เขาประมูลงานได้ใหม่ ต้องการคนเพิ่มเขาก็มากระซิบเรา จริงไหมครับ ส่วนเราจะเอาหรือไม่เอามันก็อีกเรื่อง แต่โอกาสเปิดรอเรามากมาย โดยเราต้องพิสูจน์ความขยันและทัศนคติเชิงบวกอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

ยกตัวอย่างที่ผมเคยเห็นและสัมผัสมาก็ได้สักตัวอย่างหนึ่ง บนแท่นขุดนึงที่ผมเคยอยู่สมัยก่อนมีรูมบอย(room boy)คนหนึ่ง ขยันมาก หน้าที่รูมบอยก็คือคนใช้ดีๆนี่เอง ทำความสะอาดห้องนอนห้องพักห้องต่างๆของคนงานบนแท่น พอว่างแทนที่จะพักเหมือนเพื่อนๆเขา ดึกๆยังเห็นไปช่วย ผู้ช่วย barge caption โบกธง ฉายไฟ ให้สัญญานเรือ บางวันก็เห็นไปช่วย material man (ประมาณ store keeper แหละครับ) จดของรับขึ้นลงเรือ วันดีคืนดีก็เห็นลงไปนับกระสอบสารเคมีช่วยวิศวกรน้ำโคลน (mud engineer)ที่ใต้ท้องแท่น ผมยังคิดเลยว่า ถ้าตำแหน่งผู้ช่วยวิศวกรบ.ผมขาดผมจะเอามันนี่แหละมาฝึก คนรู้น้อยฝึกให้รู้มากได้ แต่คนทัศนคติดีๆขยันๆ หายาก ปีกว่าผ่านไป ผมกลับไปแท่นเดิมอีกที มันกลายเป็น material man ไปแล้ว อีกพักใหญ่ๆ ผมเห็นมันไปเป็น ผู้ช่วย barge engineer แล้ว ได้เป็น barge engineer ในที่สุด

จากเด็กซักผ้าปูที่นอน กวาดห้อง เทถังขยะ หลายปีผ่านไป กลายเป็นคนสั่งงานคนทั้งแท่น อีกหลายๆตัวอย่างครับ เล่าได้ไม่หมด ย้ายตำแหน่ง เปลี่ยนงานกันเยอะ ขึ้นกับว่า รู้จักใคร ทำอะไรเป็น จากช่างทาสี (painter) ไปเป็น pump man เป็น Mechanic ก็มี ตรงกันข้ามที่ดักดาน ทำงานเท่าที่สั่ง หมดกะก็นอน ดูหนังโป๊ สูบบุหรี่ ทำอะไรอยู่ อีกกี่ปีผมลงไปมันก็ยังเหมือนเดิม

ใช่ครับ บางคนที่ต้นทุนเขาดี การศึกษาดี เกรดดี เส้นสายดี เขามาถึงเขาก็สบาย แต่ถ้าเราไม่ได้มีต้นทุนที่ดีอย่างเขา ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไปไม่ถึงไหน เราเริ่มต้นช้ากว่า ต่ำกว่า แต่ถ้ามีลูกฮึด มีความอดทนอดกลั้น หมั่นหาความรู้นอกเหนือจากงานของเรา โอกาสมีเสมอครับ แต่โอกาสมีมาสำหรับคนที่พร้อมเท่านั้นครับ

ไม่อวยพรให้โชคดีนะครับ แต่ขอให้ขยันๆและ go extra mile แล้วโชคดีที่ว่ามันจะมาเคาะประตูเอง 🙂

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *