จากใต้พื้นพิภพ ตอนที่ 9 เข้าให้ถูกช่อง

ftd92

 

เอาล่ะครับ ที่นี้คุณๆก็ได้ทราบกันแล้วว่า Choke (หรือ Bean) นี้คืออาวุธที่สำคัญที่เราใช้ในการควบคุมบริมาณของน้ำมันและก๊าซที่โผล่ขึ้นมาจากท่อผลิต แต่ประโยชน์ของ Choke มิได้มีเพียงเท่านั้นนะครับ

ในการเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำมันและก๊าซที่ไหลผ่าน Choke นั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นไปพร้อมๆกันนั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงของความดันในตัวของน้ำมันที่กำลังไหลเข้ามาปะทะเจ้า Choke นี้เข้า และ ความดันที่เพิ่มขึ้นนี้ก็คือประโยชน์อีกประการหนึ่งที่เราได้จาก Choke ไงล่ะครับ มีประโยชน์อย่างไร เรามาดูกันครับ

น้ำมันและก๊าซที่อุตส่าห์ดั้นด้นขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพจนขึ้นมาถึงปากหลุมได้นั้น ยังไม่เรียกว่าจบกระบวนนะครับ เพราะยังเหลือหนทางอีกยาวไกลนักกว่าจะถึงสถานีผลิต คุณๆที่เคยไปเยือนแหล่งสิริกิติ์ของเราแล้ว ก็คงจะได้เคยสังเกตุเห็นท่อเหล็กจำนวนมากมายที่ทอดขนานไปกับถนนที่คุณนั่งรถผ่าน ท่อเหล่านี้มีชื่อเป็นทางการว่า Bulk Line (ซึ่งก็หมายถึง Flow Line ชนิดหนึ่งนั่นแหละครับ แต่ Flow Line นั้น มันเป็นส่วนที่ต่อออกจาก Christmas Tree โดยตรง ส่วน Bluk Line ก็คือส่วนที่ต่อออกจากฐานผลิตไปสู่สถานีผลิต*)

*สรุปว่า Flow line กับ Bulk Line รูปร่างหน้าตาเหมือนกันเดี๊ยะแค่ตำแหน่งจุดที่ต่อต่างกันเลยเรียกต่างกัน … พี่นก

Bulk Line ซึ่งจากนี้ขอเรียกว่า “ท่อส่งน้ำมัน” ทำหน้าที่เป็นพาหนะลำเลียงน้ำมันและก๊าซที่เราผลิตเข้าสู่สถานีผลิต และ จากฐานผลิต (Location) แต่ล่ะแหล่งซึ่งมีหลุมน้ำมันหลายๆหลุมนั้น เราก็รวมน้ำมันที่ขึ้นมาจากหลายๆหลุมลำเลียงผ่านท่อส่งน้ำมันเดียวกันได้ (จะได้ประหยัดๆไงล่ะครับ)

จากฐานผลิตแห่งหนึ่งๆจนถึงสถานีผลิตนั้นอาจมีท่อส่งน้ำมันเชื่อมต่อได้ตั้งแต่ 1 – 4 ท่อ ขึ้นอยู่กับว่าแหล่งผลิตนั้นๆจะมีหลุมผลิตอยู่กี่หลุม ที่เราต้องมีท่อส่งน้ำมันเอาไว้หลายๆท่อก็เหมือนการแบ่งเลนรถที่มีเอาไว้ให้สำหรับรถที่ใช้ความเร็วต่างๆกัน คือโดยกฏกติการมารยาทนั้น ขับช้าอยู่เลนซ้าย ขับไวก็อยู่เลนขวาไงครับ ท่อส่งน้ำมันก็เหมือนกัน ท่อหนึ่งก็มีไว้สำหรับความดันระดับหนึ่ง เราก็เลยมีท่อส่งน้ำมันสำหรับน้ำมันและก๊าซที่มีความดันสูง กลาง และ ต่ำ ต่างๆกันไป

น้ำมันกับก๊าซจะต้องเดินทางไปในท่อส่งที่เหมาะสมกับความดันของมันเอง และ จราจรผู้คอยกำกับว่าความดันระดับไหนควรจะอยู่ในท่อส่งน้ำมันไหนก็คือเพื่อนๆฝ่ายผลิต หรือ Production Operators ของเรานั่นเอง

ftd93

 

ถ้าน้ำมันและก๊าซจากหลายๆหลุมถูกปล่อยเข้าไปในท่อส่งน้ำมันท่อใดท่อหนึ่งมากจนเกินไป ความดันในท่อนั้นๆก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิดความดันย้อนกลับไปยังฐานผลิตและหลุมผลิต และ ถ้าหลุมไหนมีแรงดันน้อยจนสู้แรงดันย้อนกลับไม่ไหว ก็จะถูกแรงดันย้อนกลับนี้กดเอาไว้จนไม่มีแรงผลิตเลยก็เป็นไปได้ ฉันใดก็ฉันนั้น ถ้าน้ำมันหรือก๊าซความดันสูงถูกส่งเข้าไปในท่อสำหรับความดันต่ำ ก็จะเหมือนเอารถสิบล้อหนักๆเข้าไปวิ่งอยู่ในเลนรถสปอร์ตยังไงยังงั้นเลย การจัดอะไรให้เข้าที่เข้าทางเหล่านี้ ล้วนเป็นหน้าที่ของฝ่ายผลิตทั้งสิ้นแหละครับ

ftd91

 

ตอนนี้ให้คุณลองนึกภาพดูอีกทีว่าถ้าคุณสามารถขับรถช้าหรือเร็วก็ได้ โดยไม่รู้สึกเดือดร้อนแต่อย่างใด คุณก็ย่อมมีเสรีภาพเต็มที่ ที่จะเลือกช่องทางวิ่งได้ตามระดับความเร็วที่คุณต้องการ น้ำมันและก๊าซที่ขึ้นมาจากหลุมผลิตก็เช่นกัน มันพอจะมีโอกาสเปลี่ยนระดับความดันของตัวมันเองอยู่บ้าง แต่จะเปลี่ยนได้ไม่มากเท่าไรนัก เช่น พวกความดันสูงก็พอจะเปลี่ยนเป็นระดับความดันกลางได้ แต่จะเปลี่ยนให้เป็นระดับความดันต่ำไปเลยนั้นอาจจะยากหน่อย ส่วนพวกความดันระดับปานกลางนั้นพอจะเปลี่ยนให้ต่ำลงได้เล็กน้อย แต่พวกความดันต่ำๆอยู่แล้วก็แทบไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนเป็นความดันที่สูงกว่าตัวเองได้เลย

สรุปแล้ว เจ้า Choke นี้ ก็คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการกำหนดความดันของน้ำมันและก๊าซที่กำลังโผล่ขึ้นมาจากปากหลุม และ อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่แล้วว่าของเหลวในท่อจะไหลได้นั้น ความดัน ณ. ปลายท่อด้านหนึ่งจะต้องมากกว่าอีกด้านหนึ่ง และ Choke นี้แหละที่มีส่วนสร้างความดันที่ว่านี้ให้เกิดขึ้น 

จะซื้ออะไรที่ Lazada หรือ จองที่พักกับ Agoda ผ่านตรงนี้นะครับ
ช่วยค่ายาค่าขนมน้องเฟิร์นกับน้องภัทร ขอบคุณครับ 🙂


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *