จากใต้พื้นพิภพ ตอนที่ 4 ณ. เชิงบันไดสูงลิบลิ่ว

ftd14

 

นับจากนี้ไปอีก 2 – 3 ตอน เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของการเดินทางช่วงที่ต้องตรากตรำที่สุดของน้ำมันดิบ ซึ่งก็คือการเดินทางจากก้นหลุมขึ้นมาสู่ปากหลุมซึ่งมีระยะทางยาว (จริงๆน่าจะเรียกว่าสูง) โดยเฉลี่ยประมาณ 2 กิโลเมตรนั่นเอง (นี่สำหรับแหล่งสิริกิติ์นะครับ)

เราจะเริ่มกันที่ก้นหลุมเลย (จำได้ไหมครับ ขณะนี้เรามาถึงตอนที่เจ้าน้ำมันดิบ ได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆนานาในแหล่งกักเก็บและเข้ามาในหลุมที่แถวๆก้นหลุมแล้ว) ภายในหลุมน้ำมันนี้ก็จะมีอุปกรณ์หลายต่อหลายชนิด ที่เราจะติดตั้งเอาไว้ในหลุมเพื่ออำนวยความสะดวกให้เรานำทั้งน้ำมันและก๊าซขึ้นมาถึงปากหลุมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เราเรียกกระบวนการติดตั้งอุปกรณ์ในขั้นนี้ว่า Well Completion ซึ่งมีความหมายตรงตัวเลยว่า การเตรียมหลุมให้พร้อมเพื่อการผลิต

ftd15

 

แรกเริ่มเดิมที เมื่อเราขุดหลุมลงไปจนลึกเท่าที่เราต้องการแล้ว หลุมเล็กๆ ลึกเป็นกิโลๆ ขนาดนั้น โอกาสที่ดินหินจะพังทะลายลงมาก็ย่อมมีมาก ดังนั้นเพื่อป้องกันมิให้หลุมพังลงมา สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ทำให้ผนังหลุมนั้นแข็งแรง ทำอย่างไรล่ะครับ เราก็เอาท่อเหล็กขนาดพอๆกับหลุมนั้นใส่ลงไปให้ทำหน้าที่เหมือนเกราะของหลุม ท่อเหล็กนี้เรียกว่า Casing (ภาษาไทยเรียกว่า “ท่อกรุ”) ทีนี้เพื่อให้เจ้าท่อกรุยึดติดแน่นกับผนังหลุม เราก็จะปะกาวเสีย โดยอัดซีเมนต์ลงไประหว่างผนังหลุมและท่อกรุ ทีนี้หลุมของเราก็เลยถูกปิดเสียแน่นหนา ทั้งด้วยท่อเหล็กและซีเมนต์

อย่างนี้แล้วน้ำมันจะไหลเข้าไปในหลุมได้อย่างไร? (ยุ่งล่ะครับ แล้วจะผลิตน้ำมันกันยังไง) ใจเย็น … เรามีวิธีครับ

เราก็เจาะรูใหม่ซิครับ เจาะให้ทะลุทั้งท่อเหล็กและซีเมนต์แล้วเลยเข้าไปในเนื้อหินที่เป็นชั้นหินกักเก็บน้ำมันเลย รูที่เจาะนี้มีขนาดไม่ให่กว่าเหรียญห้าบาท เจาะหลายๆรู ทีนี้น้ำมันก็จะไหลเข้าไปในหลุมได้เองนั่นแหละครับ ในการเจาะรูนี้เรามี “ปืน” ชนิดพิเศษสำหรับยิงผนังหลุมโดยเฉพาะ ยิงโป้งเดียว เจาะได้ตั้งหลายร้อยรูเลยด้วย แต่ปืนที่ว่านี้มีหน้าตาเป็นแท่งยาวๆ ติดกระสุนหลายร้อยลูกไว้รอบตัว และ ยิงโดยกระแสไฟฟ้าครับ

ftd16

การเจาะรู หรือ การเอาปืนยิงผนังหลุมนี้ เราเรียกว่าวิธีการทำ Perforation ทีนี้เมื่อเจาะผนังหลุมแล้วเราก็หย่อนท่อเล็กๆขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสัก 2 – 3 นิ้ว ที่มีชื่อว่า ท่อผลิต (Production Tubing) ลงไปจ่อไว้ตรงเหนือแนวที่เจาะผนังหลุมนั่นเลย เจ้าท่อผลิตนี่แหละที่จะทำหน้าที่เหมือนบันไดอันสูงลิบให้น้ำมันดิบของเราได้ขึ้นมาจนถึงปากหลุมได้ นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์ประกอบอีกมากมายที่เราใส่ลงไปในหลุม พร้อมกับท่อผลิตเพื่อช่วยทำให้การผลิตสะดวกขึ้น

ขนาดของเจ้าท่อผลิตนี้สำคัญทีเดียว ท่อเล็กๆนั่นเราจะใช้กับแหล่งน้ำมันที่มีน้ำมันไหลเอื่อยๆ (แบบแหล่งน้ำมันสิริกิติ์) ส่วนท่อใหญ่ๆก็จะใช้กับแหล่งที่น้ำมันไหลแบบกระฉูด อย่างแถวๆตะวันออกกลาง หรือ ในทะเลเหนือโน่น เหตุผลน่ะเหรอครับ ลองเปรียบเทียบกับการดูดนมจากกล่อง UHT ดูสิครับ การใช้หลอดเล็กๆดูด กับการใช้สายยางรดน้ำต้นไม้ที่มีความยาวเท่าๆกันดูดน่ะ มันให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไร หรือ อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ คุณลองคิดถึงเวลาที่น้ำท่วม ถ้าเราใช้เครื่องปั๊มน้ำขนาดใหญ่แต่กลับใช้ท่อเล็กขนาดสายยางรดน้ำต้นไม้ ผลจะเป็นอย่างไร

ftd17

 

เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของเหลวที่ต้องการเคลื่อนย้าย (ซึ่งหมายถึงนมในกล่อง หรือ ปริมาณน้ำที่ท่วมนั่นเอง) กับพลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายมัน (ซึ่งก็หมายถึง แรงที่คุณใช้ดูดนมขึ้นจากกล่อง หรือ ปั๊มน้ำขนาดใหญ่นั่นเอง) ถ้ามีพลังงานน้อย ไปใช้ท่อใหญ่ๆ ก็ดูดไม่ออก และ ในทางกลับกัน ถ้ามีพลังงานดูดมหาศาลแต่ใช้ท่อเล็กๆก็ดูดได้ไม่ทันความต้องการ

ในการผลิตน้ำมัน ถึงแม้ว่าเราอยากจะผลิตให้ได้เยอะๆ แต่แรงขับดันตามธรรมชาติในแหล่งของเรานั้นก็ไม่ได้มีมากสักเท่าไร เราจึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพให้มากที่สุด โดยใช้ขนาดท่อที่เหมาะสม และ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงใช้ท่อขนาดเล็กในแหล่งน้ำมันสิริกิติ์

ส่วนพลังงานในการขับเคลื่อนนั้น เราได้เคยเอ่ยถึงมาแล้ว หวังว่าคุณคงจะจำได้นะครับ ซึ่งก็คือความดันหรือ Pressure ไงล่ะครับ ในตอนต่อไปเราจะไปทำความรู้จักกับเจ้า Pressure ว่าเจ้าความดันนี้มีอืทธิฤทธิ์ดันให้ทั้งน้ำมัน ก๊าซ และ น้ำ ขึ้นมาสู่ปากหลุมได้อย่างไร แล้วพบกันครับ


จะซื้ออะไรที่ Lazada หรือ เที่ยวกับ Agoda ผ่านตรงนี้นะครับ
ช่วยค่ายาค่าขนมน้องเฟิร์นกับน้องภัทร ขอบคุณครับ 🙂

[widgets_on_pages id=”Agoda”]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *