จากใต้พื้นพิภพ ตอนที่ 2 กว่าจะสู่อิสรภาพ

ftd7

 

บัดนี้เจ้าน้ำมันดิบก็พร้อมที่ออกมาสู่โลกภายนอกแล้ว แต่น้ำมันดิบ(ที่กำลังอึดอัดอยู่)ในแหล่งกักเก็บนั้นจะออกมาสู่โลกภายนอกได้มากน้อยเพียงใด ก็มีเงื่อนไขอยู่ที่ว่า ความดัน(Pressure)ในแหล่งกักเก็บจะมากกว่าความดันในหลุมที่เราเจาะลงไปสักเท่าใด กล่าวคือ ถ้าความดันในแหล่งกักเก็บสูงกว่าความดันในหลุมมาก ก็ยิ่งมีแรงดันให้น้ำมันดิบออกมาได้มากขึ้นนั่นเอง ในวงการน้ำมันเขาเรียกความแตกต่างระหว่างความดันในหลุมกับความดันในแหล่งกักเก็บนี้ว่า Pressure Drawdown และ เรียกความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการไหลของน้ำมันออกจากแหล่งกักเก็บกับ Pressure Drawdown นี้ว่า Production Index ซึ่งมักจะเรียกกันย่อๆว่า P.I. และแน่นอนแหล่งกักเก็บที่มีความดันสูงเป็นทุนเดิม เป็นในกับหลุมที่มี P.I. สูงด้วยล่ะก็ น้ำมันไหลคล่องเลยครับ

สถานการณ์หนึ่งที่เราไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้นในหลุมผลิตน้ำมันก็คือ เมื่อความดันในหลุมสูงกว่าความดันในแหล่งกักเก็บ เพราะหากเป็นเช่นนั้น แทนที่น้ำมันในแหล่งกักเก็บจะไหลเข้าไปในหลุม อะไรต่อมิอะไรที่อยู่ในหลุมจะกลับไหลเข้าไปในแหล่งกักเก็บซะแทน ซึ่งแปลว่าเราผลิตน้ำมันไม่ได้นั่นเอง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสถานการณ์เช่นนี้ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว เพราะบางครั้งในกระบวนการผลิตน้ำมันเราอาจต้องพึ่งพาสถานการณ์เช่นนี้บ้างเหมือนกัน ก็ในวิธีการทำ Water Injection หรือ Water Flood ไงครับ สภาวะแรงดันย้อนทางนี้ เราจะใช้เมื่อยามต้อการดันให้น้ำไหลผ่านหลุมที่เจาะเข้าไปสู่แหล่งกักเก็บ เพื่อให้ไปดันน้ำมันในแหล่งกักเก็บให้ไหลขึ้นมาทางหลุมผลิตอีกหลุมหนึ่งได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เรามาว่ากันเรื่องของหลุมผลิตน้ำมันดีกว่า ขณะนี้เรามาถึงตอนที่น้ำมันจะเริ่มไหลแล้ว หนทางของน้ำมันดิบจากแหล่งกักเก็บเข้ามาสู่ในหลุมนั้น หาได้ราบเรียบเช่นน้ำก๊อกไหลออกจากสายยางไม่ ทั้งนี้ก็เนื่องจากเจ้าฟองน้ำยักษ์ที่อุ้มน้ำมันไว้นั้นมีรูพรุนที่มีขนาดและลักษณะต่างๆกัน ต่อเนื่องกันบ้าง ไม่ต่อเนื่องกันบ้าง น้ำมันนั้นกว่าจะไหลมาถึงหลุมได้ก็ต้องไหลลดเลี้ยวผ่านคอคอดที่เคี้ยวคดและหงิกงอจำนวนมากมายมหาศาลภายในเจ้าหินฟองน้ำยักษ์นี้ออกมาให้ได้

ftd8

โอย … ง่ายซะเมื่อไรกันล่ะครับ ที่จริงเราย่อมต้องการที่จะผลิตน้ำมันให้ได้มากที่สุด และ เร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ (ใครก็รู้ว่าเงินหนึ่งบาทวันนี้ย่อมมีค่ามากกว่าหนึ่งบสทในปีหน้า) แต่เราก็ต้องรู้จักเพลาๆกันบ้าง ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าหากเรารีบดูดน้ำมันขึ้นมาสู่ปากหลุมเร็วเกินไป เราก็จะได้เพียงแค่น้ำมันจากส่วนที่อยู่ใกล้ๆหลุมเท่านั้น เพราะน้ำมันส่วนที่อยู่ไกลจากหลุมนั้นอาจจะไหลเข้ามาทดแทนไม่ทัน

ครั้นเมื่อน้ำมันส่วนหนึ่งไหลออก และ น้ำมันอีกส่วนหนึ่งไหลเข้ามาแทนที่ได้ไม่ทัน รูพรุนของเจ้าฟองน้ำยักษ์ บริเวณใกล้ๆหลุมนั้นก็จะเกิดเป็นช่องว่างขึ้น และเจ้าช่องว่างนี่แหละครับที่อาจเป็นตัวนำมาซึ่งความเสียหายนานาประการเลย เช่น

ftd9

 

ประการแรก คุณเชื่อไหมว่าน้ำมันดิบที่เป็นของเหลวๆนี่แหละมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยพยุงโครงสร้างของชั้นหิน เพราะฉะนั้นเมื่อน้ำมันดิบถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็วและเกิดช่องว่างในรูพรุนของชั้นหินขึ้น ชั้นหินพวกนี้ก็อาจจะเกิดการแตกหักพังทลายเป็นเศษกรวดทรายละเอียยดๆ และเจ้ากรวดทราย (ที่ภาษาทางเทคนิคเขาเรียกง่ายๆว่า Sand) นี่แหละจะมาทำให้หลุมอุดตัน ได้เหมือนเศษขยะในท่อระบายน้ำยังไงยังงั้นเลย แถมยังอาจจะทำให้ท่อและอุปกรณ์การผลิตอื่นๆเสียหายได้อีกด้วย

ประการที่สอง คุณน้ำ หรือ คุณ Aquifer (ที่เราเอ่ยถึงในตอนที่แล้ว) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่เบื้องล่างของคุณน้ำมันดิบ คุณน้ำนี่แหละที่คอยจดจ้องหาทางบุกรุกเข้าไปในบ้านของคุณน้ำมันดิบ ครั้นพอคุณน้ำมันดิบถูกเราฉุดออกมาจากบ้านโดยไม่มีใครอยู่แทน คุณน้ำก็จะดีใจ รีบเข้าไปอาศัยบ้านคุณน้ำมันดิบทันทีเลย สภาวะแบบนี้จะทำให้การผลิตน้ำมันดิบของเรามีน้ำปนออกมามากเกินความต้องการ ซึ่งเราเรียกอัตราส่วนระหว่างปริมาตรน้ำต่อปริมาตรของเหลวที่ผลิตออกมาทั้งหมดว่า Water Cut

ถ้าเรานับรวมเอาปริมาตรของกรวดทรายเข้าไปกับน้ำด้วย เจ้า Water Cut นี้จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Base Sediment & Water หรือ ที่เรียกย่อๆว่า BS&W

ประการที่สาม … อ้าว ที่หมดเสียแล้ว ติดตามต่อคราวหน้าก็แล้วกันนะครับ


จะซื้ออะไรที่ Lazada หรือ เที่ยวกับ Agoda ผ่านตรงนี้นะครับ
ช่วยค่ายาค่าขนมน้องเฟิร์นกับน้องภัทร ขอบคุณครับ 🙂

[widgets_on_pages id=”Agoda”]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *