จากใต้พื้นพิภพ ตอนที่ 14 เมื่อหนึ่งถังน้อยกว่าหนึ่งถัง

ftd-141

 

เมื่อเราส่งน้ำมันดิบเพชร (ที่สะเด็ดน้ำดีแล้ว) ขึ้นรถไฟไปยังโรงกลั่น ก็หมายถึงว่าเราได้ส่งสินค้าของเราถึงมือลูกค้าแล้วนั่นเอง วงจรแห่งภาระกิจก็เป็นอันจบลงเพียงเท่านั้น แต่ “จากใต้พื้นพิภพ” ของเรายังไม่สามารถจบลงได้ง่ายๆ เพราะเรายังไม่ได้พูดถึงการวัดปริมาณน้ำมันดิบในการซื้อขายกันเลย

การวัดปริมาณของน้ำมันดิบเพชรนั้น เราจะกระทำ ณ. หลายจุดด้วยกัน เริ่มจากการวัดที่สถานีผลิต คือ วัดกันในถังเก็บน้ำมันนั่นเอง การวัดปริมาณน้ำมัน (ซึ่งยังคงมีน้ำปนอยู่) ในถังเก็บนี้เราจะใช้วิธีที่เรียกว่า Tank Dipping คือ ในสมัยก่อนน่ะครับ เขาจะใช้ไม้วัดยาวๆ จุ่มลงไปวัดระดับน้ำมันในถังจริงๆเลย แต่ทุกวันนี้ไม่ต้องปีนขึ้นไปจุ่มกันแล้ว เพราะเขาใช้ระดับลูกลอยที่ลอยตุ๊บป่องอยู่บนผิวน้ำมันเป็นตัววัดแทน แต่เราก็ยังเรียกว่าวิธีการ Tank Dipping อยู่เหมือนเดิมล่ะครับ

ปกติเราจะผลิตน้ำมันใส่ถังทีล่ะถัง (จนเกือบเต็ม) วนกันไป การวัดปริมาณน้ำมันดิบในถังเก็บนั้นเราจะวัดทั้งก่อนจะเปิดน้ำมันเข้าไปในถัง และ หลังจากที่เติมเสร็จแล้ว ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าเราเติมน้ำมัน(ที่มีน้ำ)ใส่ถังลงไปเท่าไรแล้ว พอทิ้งไว้สักพักใหญ่ให้น้ำตกตะกอนนอนก้นเรียบร้อย ก็ปล่อยส่วนที่เป็นน้ำทิ้งไป แล้วมาวัดกันใหม่ ก็จะไปคำนวนปริมาตรของน้ำมัน(แห้งๆ)ที่ผลิตใส่ถังได้

ftd-142

 

เสร็จแล้วเรายังต้องวัดปริมาณ และ คุณภาพของน้ำมันที่ว่านี้อีก ทั้งตอนถ่ายใส่รถบรรทุกตอนที่อยู่ในถังเก็บที่บึงพระ และ ตอนที่ขนขึ้นรถไฟอีกด้วย แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วนั้นตามสัญญาซื้อขายน้ำมัน ลูกค้าจะรับรองตัวเลขปริมาณฯ้ำมันที่วัดกัน ณ. โรงกลั่น เท่านั้นแหละครับ ส่วนที่เราอุตส่าห์วัดกันมาหลายต่อหลายรอบน่ะ เขาไม่นับหรอกครับ เราเก็บเอาไว้ดูกันเองพอ

แต่ที่วัดๆกันมาตั้งหลายจุด เป็นการวัดที่สภาวะตามนี้น้ำมันเป็นอยู่ตอนนั้น คือแล้วแต่อุณหภูมิของน้ำมัน แต่ว่าในการซื้อขายกันนั้นปริมาณที่ใช้กันจะต้องเป็นปริมาณที่วัดที่ “สภาวะมาตราฐาน” (Standard Condition) ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานเหมือนกันทั่วโลก

เจ้าสภาวะมาตราฐานที่ว่าเนี่ยเขาได้ตั้งข้อกำหนดไว้ว่า ต้องวัดกันที่ความดันบรรยากาศเท่ากับ 1 บรรยากาศ (ก็แถวๆชายทะเลน่ะครับ) และ ที่อุณหภูมิ 60 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 15.5 องศาเซลเซียส สำหรับเรื่องความดันน่ะ ถ้าเราไม่เผ่นขึ้นไปวัดกันถึงยอดดอยอิทนนท์ ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ ทุกแห่งที่เราวัดมีความดันใกล้เคียงกับความดัน 1 บรรยากาศมาก

ftd-143

 

แต่อุณหภูมินี่ซิเรื่องมาก เพราะน้ำมันในแต่ล่ะถังในรถบรรทุก รถไฟ มีอุณหภูมิไม่เหมือนกันเลยครับ และ เราก็คงไม่สร้างห้องแอร์สำหรับเก็บน้ำมันดิบ เพื่อจะได้ปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเราจึงเลือกวิธีที่ง่ายกว่านั่นคือ เอาตัวคูณมาตราฐานไปคูณเข้ากับปริมาณที่วัดได้ที่อุณหภูมิต่างๆ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นปริมาตรที่สภาวะมาตราฐาน … ง่ายออกนะครับ

เนื่องจากในการขนส่งและเก็บน้ำมันดิบนั้นเราต้องการให้น้ำมันนั้นอุ่นอยู่ตลอดเวลา (ไม่งั้นเวลาถ่ายออกจากถัง คงต้องใช้วิธีขูดออก แทนที่จะสูบออกน่ะสิครับ – เรื่องของ Pour-Point หรือ จุดไหลเทไงครับ จำกันได้หรือเปล่า)

ดังนั้นปริมาณที่เราวัดได้ 1 ถัง พอถึงเวลาขายกันจริงๆ ก็จะได้น้อยกว่า 1 ถัง เพราะพอปรับค่าจากอุณหภูมิสูงไปยัง 60 องศาฟาเรนไฮต์ ปริมาตรจะลดลง (ตามแบบฉบับของอะไรต่อมิอะไรส่วนใหญ่ที่มักจะหดตัวเมื่อเย็นลงนั่นเอง) เมื่อลูกค้ารับน้ำมันตามปริมาณ และ คุณภาพ (ซึ่งก็คือแห้ง และ เบา) ตามข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นอันถึงเวลาที่เราจะโบกมืออำลาตัวเอกประจำเรื่อง คือ “น้ำมันดิบเพชร” กันแล้วนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *