Field specialist MWD

Field specialist MWD – Schlumberger

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนครับ ผมชื่อxxครับ และต้องขอบคุณพี่นกอีกครั้งนะครับที่ได้สร้างพื้นที่ดีๆเพื่อแบ่งปันสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับหลายๆคนที่ต้องการครับ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันที่ได้ประโยชน์จากบล็อกของพี่นกไปเต็มๆครับ สำหรับเนื้อหาสาระ ความรู้ต่างๆที่ผมได้นำไปติดตัว นำไปเป็นข้อมูลในการเตรียมตัว จนตอนนี้ผมได้งานกับ SLB แล้วครับ ในตำแหน่ง Field Specialist ในด้าน MWD ครับ

และแน่นอน ผมขอเล่าประสบการณ์ของผมเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ให้ท่านอื่นๆบ้างเผื่อจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ตามเจตนารมณ์ของพี่นกครับ ซึ่งขั้นตอนของผม จะต่างกับคนอื่น ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังไม่ทราบเหตุผลว่าทำไม

เริ่มจาก ผมจบมาจากมหาวิทยาลัยxxx สาขาเทคโนโลยีเหมืองแร่ ส่วนวุฒิก่อนหน้านั้นจบ ปวช.สาขาอิเล็กทรอนิกส์จากxxxxxพอจบมาก็ทำงานอยู่บริษัทเหมืองแร่แห่งหนึ่งในไทย แล้วก็วันหนึ่งก็มารู้จักกับ Blog ของพี่นกโดยเข้าไปอ่านบอร์ดพันทิปถึงเรื่องราวของอาชีพคนที่ทำงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งดูน่าตื่นเต้นและน่าสนใจไม่น้อย จนทำให้รู้จักกับ blog ของพี่นก แล้วก็อ่านมาเรื่อย เป็นระยะเวลา สองปีได้ โดยที่ยังอ่านไม่หมด ประจวบกับ เวลานั้น ตนเองรู้สึกว่าอยากหาอะไรใหม่ๆทำแล้ว บอกกับตัวเองว่า นี่แหละความฝัน ทำงานบนแท่น สักวันต้องไปให้ได้ เหมืองแร่และพลังงานมันก็น่าจะปรับไปใช้กันได้แหละว้า แล้วก็มาสู้จุดเริ่มต้น
ราวๆ เดือนตุลาคม ปี 2013 ผมจับ Resume ของผมมาปัดฝุ่นใหม่ อัพเดทข้อมูลใหม่ และเข้าเว็บ SLB (รู้จักบริษัทนี้ก็เพราะ Blog ของพี่นก) ผมเข้าเว็บนี้เพื่อจะลองกรอกใบสมัครดู เผื่อมีเค้าสนใจ ในใจคิดว่าในเมื่อเค้าเปิดโอกาสให้สมัครอยู่แล้ว เอาซิวะ ลองสักตั้งให้มันรู้ไป ถ้าไม่เริ่ม เมื่อไหร่จะได้ไป

ผมสมัครในส่วนของ Field specialist และ Field engineer ไปครับ โดยส่วนตัวนั้น หวัง FS มากกว่า เพราะวุฒิของผมน่าจะไปทางนั้นได้มากกว่า(คิดไปเอง) ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ

จนราวๆต้นเดือนกรกฎาคมก็มีสายโทรศัพท์เข้ามา เป็นเบอร์ประหลาด ปลายสายบอกว่า สวัสดีครับคุณ xxx ผมเห็นประวัติของคุณที่ได้กรอกไว้กับทาง SLB ตอนนี้ยังสนใจอยู่รึเปล่า (ผ่านมา10เดือน จนผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำ) ผมนิ่งไป 2 วินาทีเพื่อนึกว่า บริษัทไรฟะ ชื่อคุ้นๆนะ แล้วตอบกลับไปว่า สนใจครับ จากนั้น การนัดหมายเพื่อสอบข้อเขียนก็ได้เริ่มขึ้น โดยทางบริษัทส่งอีเมลและแผนที่พร้อมวันเลานัดหมายให้ผมเรียบร้อย ซึ่งสถานที่ทำการสอบข้อเขียนผมได้ไปสอบที่ Base พิษณุโลกครับ เพราะตัวผมเองทำงานอยู่ที่พิจิตร จึงสะดวกกว่าไปสอบที่ กทม.ครับ(ทางบริษัทสอบถามว่าสะดวกไปที่ไหน) จากนั้นผมก็มีเวลาราวๆ 1 สัปดาห์ครับในการเตรียมตัว ผมเข้า blog ของพี่นกเลยครับ เพื่อหาข้อมูลต่างๆ เรื่องแนวข้อสอบข้อเขียน ซึ่งช่วยได้มากจริงๆครับ พอถึงเวลาสอบผมตื่นเต้นนิดหน่อย ไปถึงก่อนเวลาแล้ว แต่ยังมีคนไปถึงก่อนผมด้วยผมเป็นคนสุดท้ายซะงั้น กรรมการเลยเรียกเข้าห้องสอบเลย ข้อสอบข้อเขียนแบ่งเป็นพาร์ทมีประมาณนี้ครับ
-คณิตศาสตร์ ม.ปลายครับ อันนี้ผมจำไม่ได้มากเพราะผมไม่เก่งเลย ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้อง ผมมั่วไปเยอะเลย
-กลศาสตร์ เรื่องรอก รอกตัวไหนเบาแรงที่สุด ทิศทางการหมุนของเฟือง การคิดอย่างเป็นระบบเชิงวิศวกรรม มีคำนวณไม่มากครับ คือแบบใช้การ make sense ซะมากกว่า เรื่องพวกนี้ผมเห็นแล้วยิ้มเลยครับ
-ภาษาอังกฤษ เป็นเรื่อง Gramma เลยครับ เติมคำในช่องว่างให้ประโยคสมบูรณ์ อันนี้สบายๆ

แล้วก็ภาษาอังกฤษ มีเนื้อเรื่องมาให้หนึ่งหน้ากระดาษครับ แล้วตอบคำถาม ซึ่งคำตอบก็อยู่ในเนื้อเรื่องนั่นแหละ

สุดท้ายเป็นพาร์ท Drawing ครับ ให้รู้ Front Top Side มา แล้วให้เขียน Perspective ซึ่งผมคิดว่ามันง่ายมาก แค่ Make sense ให้ได้ จินตนาการให้ออกครับ (ข้อสอบทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษนะครับ)

สำหรับข้อสอบ ผมจำได้คร่าวๆประมาณนี้ครับ ซึ่งผมทำเสร็จคนสุดท้าย ครับ ใจแป้วเลยทำไมคนอื่นมันเทพจังฟะ ทำเสร็จเร็วอิ๊บอ๋าย ผมจะรอดมั้ยเนี่ย พอเสร็จก่อนกลับ กรรมการบอกว่าจะแจ้งผลไปภายในสองสัปดาห์ครับ เดินออกมาผมอมยิ้มเลยครับนึกถึง blog ของพี่เลย มันใช่เลยจริงๆ และผมก็รอเวลาครับ รอเวลาสองสัปดาห์

พอถึงเวลาบริษัทก็โทรมาแจ้งผลครับ ผมสอบผ่าน ผมดีใจมากครับ และพี่ HR คนที่โทรมาก็นัดผมไปสัมภาษณ์กับเค้าครับ เป็นการสัมภาษณ์ผ่านระบบ Video conference ครับ ที่พิษณุโลกเช่นเดิม ซึ่งผมมีเวลาเตรียมตัวเล็กน้อยครับ ผมก็เข้า blog พี่นกหาข้อมูลถึงเรื่องคำถามในการสัมภาษณ์อีกเช่นเคย พร้อมกับซักซ้อมการแนะนำตัวไปด้วยครับ ซึ่งคำถามที่พี่ HR ถามมีประมาณนี้ครับเท่าที่จำได้ (การสัมภาษณ์ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษนะครับ) และผมทำงานแล้วนะครับ
– ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ ทำหน้าที่อะไร อธิบาย
– มีปัญหาอะไรบ้างไหม เพื่อนร่วมงานเป็นยังไง แก้ปัญหายังไง
– รู้มั้ยว่าต้องไปทำงานแท่น กลางทะเล ไกลบ้าน ไกลครอบครัว วันสำคัญก็ไม่ได้อยู่กับครอบครัว
– ทำงานไกลบ้านได้มั้ย ทนได้มั้ย ปีใหม่ สงกรานต์ วันเกิด งานแต่ง งานอื่นๆ อาจไม่ได้มา
– ไลฟ์สไตล์ ชอบเที่ยวมั้ย เที่ยวแบบไหน ผจญภัย แคมปิ้ง ชอบจะพักแบบไหน โรงแรมหรู กางเต็นท์
– งานอดิเรกทำอะไรบ้าง
– เคยทำงานพาร์ทไทม์มั้ยระหว่างเรียน ทำอะไร
– ตอนเรียนทำกิจกรรมอะไร เข้าร่วมชมรมอะไรบ้าง ทำอะไรยังไง
– เกรดเฉลี่ยที่จบมา
– ตอนเรียน ปวช อิเล็กทรอนิกส์ นำความรู้ที่ได้มาใช้กับงานปัจจุบันยังไงบ้าง
– สภาพแวดล้อมยังไงถึงทำให้คุณตัดสินใจลาออกจากบริษัทๆหนึ่ง
– คุณมองอนาคตในอีก 5 ปีเป็นยังไง หากคุณทำงานในวงการ oil and gas คุณจะทำไปนานแค่ไหน

คำถามที่ผมจำได้คร่าวๆประมาณนี้ครับ สนทนากันอยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมงครับผ่านวีดีโอ ซึ่งก็มีตะกุกตะกักบ้างเรื่องสัญญาณวีดีโอ สัญญาณเสียง ทำให้ผมต้อง sorry ไปหลายครั้งเหมือนกันเพราะผมฟังไม่ถนัดจริงๆ แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับ หลังจากนั้นพี่ HR คนสัมภาษณ์ก็ให้ผมถามกลับบ้าง ผมถามถึงสวัสดีการของบริษัท แล้วก็ถามถึงสถิติว่า เคยมีคนทำงานอยู่บนแท่นนานที่สุดเท่าไหร่ที่ไม่ได้กลับบ้าน ผมถามไปว่า 1 ปี เคยมีมั้ย(ห้าๆๆๆ) และถามว่า Field specialist นี่เค้าทำอะไรบ้าง ซึ่งพี่เค้าก็ตอบและอธิบายได้ดีมากๆครับ หลังจากนั้นก็ตัดเข้ามาสู่ภาษาไทย พร้อมกับแจ้งว่าอีกสองสัปดาห์จะแจ้งผลกลับมา และผมก็รอเหมือนเช่นเคยครับ

สองสัปดาห์ผ่านไปพี่เค้าโทรมาแจ้งครับ ผมผ่านการสัมภาษณ์ขั้นแรก และนัดไปสัมภาษณ์กับฝ่าย Drilling and measurement และให้ผมไปทำการบ้านมาด้วยเกี่ยวกับงานด้านนี้ครับ ผมมีเวลาเตรียมตัวเกือบหนึ่งสัปดาห์ และแล้วผมก็เข้า blog ของพี่นกอีกครั้งเพื่อหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด รวมถึงหาข้อมูลจากทางเว็บ SLB เองด้วยครับ ซึ่งพี่ HR ก็นัดวันเวลา และสถานที่เดิมครับ ที่พิษณุโลก คราวนี้สัมภาษณ์กับผู้จัดการที่เป็นต่างชาติ 1 ท่าน คนไทย 2 ท่าน เป็นภาษาอังกฤษหมดครับ รอบนี้การสัมภาษณ์ยังคงเป็น Video conference เช่นเคย แต่ สัญญาณขัดข้องครับวันนี้ เลยผ่าน Facetime ผ่านIphone ของเจ้าหน้าที่ครับ ซึ่งคำถามจากท่านที่สัมภาษณ์คร่าวๆมีประมาณนี้ครับ
– แนะนำตัว
– ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ ทำหน้าที่อะไร
– ต้องไปทำงานที่กลางทะเลนาน จะไหวมั้ย
– ต้องไกลบ้านนานๆได้มั้ย
– ปกติที่ทำงานเดิมทำงานกี่วัน หยุดกี่วัน
– รู้จัก Shale มั้ย ให้อธิบาย
– คุณรู้จัก SLB จากไหน ทำการบ้านมามั้ย MWD ทำอะไรยังไง
– มีเพื่อนทำงานในวงการนี้มั้ย
– มีทักษะอะไรอีกบ้างไหนลองบอกเราที (Soft Skill)
– ทักษะคอมพิวเตอร์คุณเป็นยังไงบ้าง
– คิดว่างานปัจจุบันคุณใช้ทักษะอะไรบ้างในการทำงาน
– อะไรคือสิ่งท้าทายที่สุดตั้งแต่คุณทำงานมา
– เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า คุณจะทนได้กับการทำงานไกลบ้าน กลางทะเล นานๆ ไม่ใช่แค่พูดว่าได้ ไม่ใช่ว่าพอไปถึงคุณก็เบื่อแล้วก็ขอกลับ
– ลองเล่าเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของที่ทำงานปัจจุบัน

คำถามที่โดนถามในรอบสองก็ประมาณนี้ครับ สุดท้ายเค้าก็เปิดโอกาสให้เราถามบ้างครับ ผมถามเรื่องเงินเดือนครับ แค่นั้นครับและจบการสนทนาด้วยการแจ้งกลับว่า อีกสองสัปดาห์จะแจ้งผลกลับมาครับ การสัมภาษณ์ครั้งนี้ เช่นเคยครับ สัญญาณ Facetime มาแบบดีบ้าง กระตุกบ้าง sorry ไปจนบางทีพี่เค้าคงรำคาญเลยแหละครับ สัมภาษณ์เสร็จผมก็ใจไม่ค่อยดีเลยครับ ทั้งการตอบคำถามด้วยและเรื่องภาษาด้วย เพราะสัญญาณมันกระตุกเท่านั้นแหละครับ นึกไรไม่ออกเลย แต่ก็ผ่านมาแล้ว ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอผลครับ

ผ่านมาสองสัปดาห์ พี่ HR เค้าโทรมาแจ้งว่าผมผ่านครับ เรารับคุณเข้าทำงานกับ SLB แล้วเค้าก็ส่งเอกสารมาให้เซ็น เป็น JOB Offer ในนั้นมีรายละเอียดต่างๆ และให้ผมเตรียมเอกสารที่ทางบริษัทเค้าต้องการ และก็นัดวันไปตรวจร่างกาย เสร็จแล้วก็ทำฟันครับมีฟันผุให้อุดให้เรียบร้อย ฟันคุดให้เอาออกให้หมดตามแพทย์สั่งครับ หลังจากกระบวนการเสร็จทั้งหมด ผมก็ยื่นใบลาออกจากที่ทำงานเดิมครับ และผมจะเริ่มงานใหม่กับ SLB วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ครับ สัปดาห์แรกเค้าให้ไปอบรม Sea survival ก่อนเลยครับ ส่งไปที่สมุทรปราการ ผมดีใจมากเลยครับที่ได้งานนี้ ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ของผมซึ่งต้องขอบคุณพี่นกมากๆครับ ที่สร้าง blog ดีๆแบบนี้ขึ้นมาครับ

สำหรับที่ผมเกริ่นไว้แต่แรกว่าประสบการณ์ของผมไม่เหมือนใคร ก็ตรงที่ ผมไม่ได้ทำ Group activities เลย และไม่ได้ไป field exposure ก่อนด้วยครับ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเหตุผลใด สุดท้ายนี้ก็ขอทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าอยากจะไปถึงจุดที่ใฝ่ฝัน ไม่ว่าจะหนทางใดก็ตามครับ ต้องพยายาม ต้องเริ่ม ต้องทำ อย่านั่งฝัน ถ้ามัวแต่ฝันมันจะไปไม่ถึงครับ แต่ถ้าทำแล้วยังไปไม่ถึง อย่างน้อยก็ได้ทำเหมือนได้ออกเดินทางแล้วครับ สักวันต้องถึงแน่นอน ขอบคุณพี่นกมากครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *