เชฟรอน เตรียมปล่อยแท่นเจาะ “กระทง” ลงอ่าวไทย เดือนมิ.ย.นี้

ข่าวเดียวกับ ‘เชฟรอน’ลุยขุดเจาะ ใช้แท่นใหม่ลดต้นทุน แต่มาจากอีกแหล่งข่าวหนึ่ง มีเนื้อหาเพิ่มเติม และ รูปต่างๆ ประดับความรู้ในอีกแง่มุมหนึ่ง

แหม … ดูรูปแล้วน้ำลายไหล เหมือนผู้ชายเราเห็นรถป้ายแดงเลยครับ อยากขับๆ 555

แต่ๆ ในความเป็นจริงนั้น คนล่ะอารมณ์กับรถป้ายแดงเลยครับ สำหรับพวกเรา คนทำงานนั้น ชอบที่จะขับรถที่มีคนอื่นขับมาแล้วสักระยะหนึ่งก่อน พูดง่ายๆคือ มีคน run in* มาให้สักระยะ

*ภาษารถยนต์ แปลว่า ขับไปแล้วช่วงเวลาหนึ่งให้ระบบต่างๆและเครื่องยนต์มันทำงานได้ลงตัว พร้อมจะรับ load หนักๆได้ตามพิกัดที่ออกแบบมา

นอกจากเหตุผลเรื่องสามารถใช้งานอุปกรณ์เครื่องยนต์ต่างๆได้เต็มพิกัด เช่น เครื่องปั่นไฟตัวเท่าช้าง 3 – 4 ตัว เครนยักษ์อย่างน้อยก็ 2 ตัว ปั๊มตัวเท่าควาย 5 – 6 ตัว และ มอเตอร์กำลังต่างๆที่มีเป็นร้อยตัว

ยังมีเรื่องของ down time คือ อุปกรณ์ต่างๆเสีย ทำงานไม่ได้ โน้นนี่นั่น ตามประสาของใหม่ เวลาเสีย ต้องซ่อม ติดขัดเพราะความใหม่ มันก็เสียเวลาใช่ป่ะ เวลาเป็นเงิน เพราะค่าเช่าเขาคิดกันรายวัน วันล่ะโขอยู่มากๆ

ใครเคย start up หรือ commissioning โรงงานใหม่ จะเข้าใจและซื้งที่ผมอธิบายเป็นอย่างดี

นี่ยังไม่นับเรื่องประสบการณ์ของคนที่ทำงานบนแท่น (rig crew) อีกนะครับ ของใหม่ ปุ่มเอย เกจเอย มาตรวัดเอย ระบบต่างๆอีก ข้าวของ อะไรอยู่ไหน กดผิดกดถูก หมุนผิดหมุนสนุกล่ะครับ

ถึงแม้หลายๆอย่างมันมีมาตราฐานของมัน แท่นไหนก็เหมือนกัน อารมณ์คล้ายๆเครื่องมือในห้องกัปตันเครื่องบินที่มักจะมีมาตราฐานแบบเดียวกัน แต่ก็นะกว่าจะคุ้นชิน กว่าจะเคยมือ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรมาตอนช่วงแรกๆนี่ ดูไม่จืดเลยครับ วิ่งกันวุ่น (ปกติแท่นที่เคยมือกันก็วิ่งกันวุ่นอยู่แล้วถ้าเจอเหตุฉุกเฉิน)

ดังนั้นแท่นที่ rum in มาแล้ว หรือ แท่นที่ทำงานให้กับบ.น้ำมันเจ้าอื่นมาแล้ว จะไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องพวกนี้ แต่ก็นะ ของใหม่ป้ายแดง ทนๆไปสักพัก เดี๋ยวก็วิ่งฉิวลิ่วลม

ฝอยอารัมภบทมาเยอะพอแล้ว ไปอ่านข่าวกันดีกว่า …

 

ที่มา http://energynewscenter.com/index.php/article/detail/85...

เชฟรอน เปิดตัวแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมใหม่กระทงซึ่งจะเริ่มดำเนินการในแหล่งสัมปทานอ่าวไทยตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560 นี้เป็นต้นไป เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถที่จะขุดเจาะปิโตรเลียมอย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยในอ่าวไทย ซึ่งมีส่วนในการสนับสนุนนโยบายความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

 

เมื่อวันที่15 พ.ค.2560 ที่ผ่านมา บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้นำสื่อมวลชนเข้าร่วมในพิธีตั้งชื่อและเยี่ยมชมแท่นขุดเจาะ “กระทง”   ซึ่งจัดขึ้นที่กรมอู่ทหารเรือ สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีโอกาสขึ้นไปเยี่ยมชมแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม ที่สร้างขึ้นใหม่ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท Shelf Drilling หนึ่งในบริษัทที่ให้บริการงานด้านขุดเจาะให้กับเชฟรอน   โดยแท่นขุดเจาะกระทงมีกำหนดที่จะเริ่มดำเนินงานในเดือนมิ.ย.2560 นี้

 

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผยว่า เชฟรอนให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการขุดเจาะปิโตรเลียมที่จะช่วยให้การทำงานขุดเจาะปิโตรเลียม  มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น มีความรวดเร็ว และมีมาตรฐานความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ช่วยให้มีต้นทุนที่ต่ำลง เพราะโครงสร้างทางธรณีวิทยาของแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย นั้นมีแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมเป็นกระเปาะเล็กๆ กระจายกันอยู่ และหลุมที่มีการขุดเจาะใหม่นั้น จะมีขนาดที่เล็กลง และขุดยากขึ้นเรื่อยๆ  ทำให้ต้องมีการเจาะหลุมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในแต่ละปีจะต้องมีการเจาะหลุมผลิตปีละประมาณ 300-400 หลุมเพื่อให้สามารถผลิตก๊าซได้เพียงพอกับความต้องการ

ทั้งนี้เชฟรอนมีการจัดส่งทีมไปทำงานร่วมกับบริษัทผู้ผลิตแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม ”กระทง” ตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้การออกแบบสอดคล้องกับความต้องการใช้งานและสภาพธรณีวิทยาในอ่าวไทย และมีประสิทธิภาพ มาตรฐานความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น โดยแท่นขุดเจาะกระทง มีขาหยั่งยาว 477 ฟุต  เหมาะสำหรับการขุดเจาะในพื้นที่ที่มีน้ำลึกไม่เกิน 350 ฟุตและรองรับคนที่ขึ้นไปทำงานบนแท่นได้สูงสุดประมาณ160 คน  ใช้เวลาในการขุดเจาะแต่ละหลุมประมาณ 4 วัน

นายอาทิตย์ กล่าวว่า ในงานขุดเจาะปิโตรเลียม เชฟรอนได้นำระบบมาตรฐานความปลอดภัย ที่ชื่อว่า Well Safe มาใช้ ซึ่งระบบนี้เป็นระบบเดียวกับที่ใช้งานกับเรือดำน้ำของสหรัฐอเมริกาซึ่งทำให้การใช้งานเรือดำน้ำนั้นนานกว่า 50 ปี โดยที่ไม่เคยมีอุบัติเหตุเลย  ทำให้เกิดวัฒนธรมการทำงานภายในองค์กรที่พนักงานทุกคนจะให้ความสำคัญกับเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย โดยกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆที่เห็นว่าอาจจะเป็นจุดอ่อนเรื่องของความปลอดภัย และวางมาตรการป้องกัน

“เรามีความเชื่อว่า การป้องกันอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆในกระบวนการทำงานได้ จะเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุใหญ่ได้ เพราะในอุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนั้นการมีอุบัติเหตุขึ้นจะสร้างความเสียหายที่มากเกินกว่าคาดคิด เหมือนกับเราจะสร้างบ้านสักหลัง ถ้าเราไปหย่อนเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย ตั้งแต่ตอนออกแบบ หรือจ้างผู้รับเหมา เพราะเห็นแต่เพียงว่าราคาถูก พออยู่ๆไปเกิดบ้านทรุด หลังคารั่ว จะมารื้อทำใหม่ หรือซ่อมแซมทีหลัง อาจจะไม่คุ้ม” นายอาทิตย์ กล่าว

 

นางเดือนเต็ม วรเดชวิเศษไกร ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมการขุดเจาะ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ระบบ Well Safe ที่เชฟรอนนำมาใช้ในงานขุดเจาะ นั้นเป็นระบบที่ทำให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการขุดเจาะหลุมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จะมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ได้มาตรฐานสากล โดยจะให้ความสำคัญใน 4 เรื่อง คือ 1. เรื่องของบุคลากร ที่จะต้องผ่านการอบรมและปฎิบัติตามแนวทางการทำงานตามคู่มือความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด  2. เรื่องของอุปกรณ์ ที่จะต้องได้มาตรฐานและสามารถใช้งานได้ดี มีการซ่อมบำรุงรักษาตามกำหนด  3. การออกแบบ วางแผน การขุดเจาะ ให้เกิดการปฎิบัติหรือการใช้อุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ 4. การติดตามตรวจสอบจากคนกลางว่าในระหว่างการดำเนินการขุดเจาะ นั้นมีการปฎิบัติตามแผนที่วางเอาไว้จริง

โดยระบบ Well Safe จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ หรือหากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติก็จะทำให้บริษัทสามารถที่จะแก้ไขป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ได้ท่วงที

กระบวนการขุดเจาะหลุมสำรวจและหลุมผลิต

สำหรับกระบวนการขุดเจาะหลุมสำรวจและหลุมผลิตนั้น จะเป็นขั้นตอนที่ดำเนินการต่อจากงาน สำรวจทางธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ด้วยการวัดคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Survey) โดยเมื่อรู้แล้วว่า ตรงส่วนใดบ้างใต้พื้นทะเลที่น่าจะมีปิโตรเลียมอยู่   เจ้าหน้าที่ฝ่ายขุดเจาะ ก็จะทำการเจาะ “หลุมสำรวจ” (Exploration Well) โดยใช้วิธีเจาะสุ่ม เพื่อสำรวจหาปิโตรเลียมในบริเวณที่ยังไม่เคยมีการเจาะพิสูจน์เลย จากนั้นเมื่อถึงขั้นตอนของการประเมินคุณค่าทางเศรษฐกิจและหาขอบเขตของแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม ก็จะมีการเจาะ”หลุมประเมินผล” (Delineation Well) โดยหากแน่ใจแล้วว่ามีแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมในปริมาณที่มากพอในเชิงพาณิชย์ จึงจะมีการเจาะ “หลุมเพื่อการผลิตปิโตรเลียม” (Development Well) เพื่อนำปิโตรเลียมที่สะสมตัวอยู่ใต้พื้นดินขึ้นมาใช้ประโยชน์ต่อไป

การขุดเจาะหลุมเพื่อสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนั้นเป็นงานที่ท้าทายและมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเราต้องขุดไปที่ความลึกประมาณ 3-4 กิโลเมตรใต้พื้นทะเล ในสมัยก่อนการขุดเจาะหลุม 1 หลุมนั้นต้องใช้เวลากว่า 60 วัน โดยใช้งบประมาณกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อหลุม ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่สูงและมีความเสี่ยงมาก เพราะหากขุดไปแล้วพบปริมาณน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติที่ไม่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ ก็ถือเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า แต่ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาและทันสมัยมากยิ่งขึ้น ระยะเวลาในการขุดเจาะลดลงเหลือเพียง 4-5 วันต่อ 1 หลุม และใช้งบประมาณน้อยลงกว่าเดิม เหลือประมาณ 2 ล้านเหรียญต่อหลุม ซึ่งพัฒนาการทั้งทางด้านระยะเวลาการขุดและงบประมาณที่ลดลงนี้เกิดขึ้นจากการที่เชฟรอนไม่เคยหยุดนิ่งที่จะนำความรู้และประสบการณ์จากการดำเนินการในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยลดปัญหาและความเสี่ยงในการสำรวจและขุดเจาะ รวมถึงลดระยะเวลาในการทำงานลงแต่ได้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อุปกรณ์ขุดเจาะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *