‘เชฟรอน’ลุยขุดเจาะ ใช้แท่นใหม่ลดต้นทุน

อธิบายเสริมนิดนึงครับว่า แท่นกระทงนี้เป็นแท่นที่เชฟรอนลงขันร่วมกับบ.แท่นที่ชื่อ Shelf Drilling สร้างขึ้นมาให้เหมาะกับงานที่ต้องใช้ในอ่าวฯเราโดยเฉพาะ เหมือนกับว่า เราต้องการรถสักคัน เอาไปใช้ประโยชน์เฉพาะทางจริงๆ เราก็ลงทุนร่วมกับบ.ผลิตรถ สร้างรถออกมาให้เหมาะกับงานเราคนเดียว

ซึ่งจะใช้งานได้สะดวกปลอดภัย เอื้อ และมีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดเวลาการทำงาน ลดพลังงาน ลดต้นทุนหลายๆอย่างในการทำงานลงไปได้

หลักๆใหญ่ๆของการขุดหลุมในอ่าวเรานั้นคือ ชั้นหินไม่แข็งมาก ความลึกไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก และ ที่สำคัญยิ่งยวดคือ เราต้องขุดกันเร็วๆ เพื่อให้ได้จำนวนหลุมมากที่สุด เพราะหลุมนึงเราลงไปร้อยกระเปาะเล็กๆ ได้ก๊าซมาไม่มาก ดังนั้น เพื่อให้ได้มามากพอในเวลาที่จำกัด จำนวนหลุมจึงเป็นปัจจัยสำคัญ

อ่านเรื่องนี้ประกอบ จะทำให้เห็นภาพดียิ่งขึ้น — ขุดแบบเสี่ยซาอุฯ vs. ขุดแบบอ่าวไทย

ลักษณะแท่นขุดที่ตอบโจทย์แบบนี้คือ ต้องมีความสามารถที่จะทำอะไรต่อมิอะไรหลายๆอย่างไปได้พร้อมๆกัน ไม่ใช่ว่าจะทำอีกอย่าง ก็ต้องรอให้อีกอย่างเสร็จก่อน เพราะต้องใช้เครื่องมือชิ้นเดียวกัน พื้นที่ไม่พอ ใช้พื้นที่ทำงานเดียวกัน หรือ เกี่ยวซ้อนกัน ฯลฯ

แท่นขุดที่ใช้งานเฉพาะแบบนี้ แต่ก่อนเราไม่มีใช้กัน ต้องเอาแท่นเจาะที่มีในตลาด เอามาดัดแปลง (Modify) เอา ซึ่งก็ดัดแปลงได้ไม่เต็มที่ ไม่หนำใจ เพราะสัญญาเช่าเขามาก็จำกัดจำนวนปี จะไป ตัด ต่อ เชื่อม ติดตั้ง โน้นนี่ บ.ให้เช่าแท่นก็งองแง แถมหมดสัญญาก็ต้องรื้อถอน ดัดแปลงสิ่งต่างๆกลับคืนให้อยู่ในสภาพเดิม (ถ้าบ.เจ้าของแท่นต้องการให้รื้อถอนกลับคืน)

ดังนั้นจะเห็นว่า ทุกครั้งที่ประมูลเช่าแท่นมาได้ ก็จะต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดัดแปลง และ รื้อถอนสิ่งที่ดัดแปลง เชฟรอนเลยคิดว่าอย่ากระนั้นเลย ทุบกระปุกลงขันสร้างเองเลย คราวนี้ได้อย่างใจแน่นอน

… ว่าแล้วก็ไปอ่านข่าวกันได้เลยครับ

‘เชฟรอน’ลุยขุดเจาะ ใช้แท่นใหม่ลดต้นทุน

ที่มา http://www.thansettakij.com/content/152075

เชฟรอนฯ เปิดตัวแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม”กระทง”พร้อมปฏิบัติงานในแปลงสัมปทานกลางอ่าวไทยมิ.ย.นี้ เน้นมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดต้นทุนการขุดเจาะ ภายในสัญญาว่าจ้าง 5 ปี

แม้ว่าความชัดเจนในการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียม ที่จะหมดอายุในช่วงปี 2565-2566 ได้แก่ แหล่งบงกช ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และแหล่งเอราวัณ ของบริษัท เชฟรอนประเทศสำรวจและผลิต จำกัด จะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเปิดประมูลและหาผู้ชนะได้ภายในปีนี้หรือไม่

แต่เชฟรอนในฐานะผู้ผลิตปิโตรเลียมจะยังเดินหน้าทำการลงทุนหรือขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมในบริเวณอ่าวไทยต่อไป

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ว่างจ้างบริษัท Shelf Drilling หนึ่งในผู้นำการให้บริการงานด้านขุดเจาะ เพื่อมาดำเนินงานด้านการขุดเจาะปิโตรเลียมในบริเวณพื้นที่แปลงสัมปทานอ่าวไทย โดยแท่นขุดเจาะกระทงนี้ จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป มีระยะสัญญา 5 ปี

ทั้งนี้ การว่าจ้างดังกล่าว เนื่องจากเชฟรอนให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการขุดเจาะปิโตรเลียมที่จะช่วยให้การทำงานขุดเจาะ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น มีความรวดเร็ว และมีมาตรฐานความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้จัดส่งทีมไปทำงานร่วมกับบริษัทผู้ผลิตแท่นขุดเจาะกระทง ตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้การออกแบบสอดคล้องกับความต้องการใช้งานและสภาพธรณีวิทยาในอ่าวไทย ที่มีแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมเป็นกระเปาะเล็กๆ กระจายกันอยู่ และหลุมที่มีการขุดเจาะใหม่นั้น จะมีขนาดที่เล็กลง การขุดเจาะจะยากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้แต่ละปีจะต้องมีการเจาะหลุมผลิตประมาณ 300-400 หลุม เพื่อให้สามารถรักษากำลังการผลิตตามสัญญาให้ได้

สำหรับแท่นขุดเจาะกระทงดังกล่าวมีขาหยั่งยาว 477 ฟุต เหมาะสำหรับการขุดเจาะในพื้นที่ที่มีน้ำลึกไม่เกิน 350 ฟุตและรองรับเจ้าหน้าที่ขึ้นไปทำงานบนแท่นได้สูงสุดประมาณ160 คน ใช้เวลาในการขุดเจาะแต่ละหลุมประมาณ 4 วัน ซึ่งเร็วกว่าในอดีตเมื่อ 30 ปี ที่แล้ว ที่ต้องใช้เวลากว่า 60 วัน สามารถช่วยลดต้นทุนการเจาะ ในระดับความลึกประมาณ 3-4 กิโลเมตรใต้พื้นทะเล เหลือเพียงประมาณ 2 ล้านเหรียญสหรัฐต่อหลุม ทำให้บริษัทสามารถลดต้นทุนในการขุดเจาะลงได้มาก

นายอาทิตย์ กล่าวอีกว่า ในกระบวนการขุดเจาะปิโตรเลียมเชฟรอนฯ ได้นำระบบมาตรฐานความปลอดภัย ที่ชื่อว่า Well Safe มาใช้ ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้งานกับเรือดำน้ำของสหรัฐอเมริกา ที่ใช้งานมานานกว่า 50 ปี และไม่เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลย

ดังนั้น จึงทำให้มั่นใจได้ว่า กระบวนการขุดเจาะหลุมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ของเชฟรอน จะมีประสิทธิภาพ ในด้านปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานสากล โดยระบบ Well Safe จะให้ความสำคัญกับบุคลากร ที่จะต้องผ่านการอบรมและปฎิบัติตามคู่มือความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานจะต้องได้มาตรฐานและสามารถใช้งานได้ดี มีการซ่อมบำรุงรักษาตามกำหนด มีการออกแบบ วางแผน การขุดเจาะ ให้เกิดการปฎิบัติหรือการใช้อุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และการติดตามตรวจสอบจากคนกลางว่าในระหว่างการดำเนินการขุดเจาะ นั้นมีการปฎิบัติตามแผนที่วางเอาไว้จริง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,263 วันที่ 21 – 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *