งานวิศวกรสนาม บริษัทใหญ่ vs. บริษัทเล็ก ไซด์ไหนดี

อีกคำถามหนึ่งที่คลาสิกที่ผมมักจะโดนถาม จะเริ่มทำที่ไหนก่อนดี บ.ใหญ่หรือบ.เล็ก …

แหม … ถ้าสวยเลือกได้ก็ดีซิ

ผมมักจะตอบขำๆไปว่า บ.ไหนรับเราก่อน รับชัวร์ ทำไปก่อนก็แล้วกัน แต่ก็มีบางการณีที่สวยเลือกได้จริงๆ เหมือนสาวสวย หนุ่มๆรุมตอมเยอะ บ.โน้นก็เรียก บ.นั้นก็เรียก ก็คงต้องคิดล่ะ ก่อนจะตัดสินใจเลือก

 

เรามาทำความรู้จักลักษณะเฉพาะของงานสนามในบ.เล็กและบ.ใหญ่กัน

 เล็กซิดี คล่องตัว ไม่เรื่องมาก Low Profile High Profit

เออ … ใช่ๆ ก็จริงๆ ความเล็กของบ.ทำให้ไม่มีกฏกติกาอะไรมากมาย การตัดสินใจก็ไม่เยอะ ขึ้นกับคนไม่กี่คน ทำงานได้เร็วดี ตอบสนองความต้องการของลูกค้า(ที่ชอบเปลี่ยนใจ เช้า กลาง วัน  เย็น 3 เวลา หลังอาหาร บางทีแถมเปลี่ยนใจก่อนนอน โทรสมาสั่งเปลี่ยนงาน) หรือ แผนการทำงานที่เปลี่ยนแปลงได้ดี

ฐานเงินเดือนก็ยืดหยุ่น มีความสามารถก็ไปโลดเลย ไม่ต้องกลัวว่า จะต้องไปเทียบกับใครให้มากมายมากเรื่อง

อีกด้านคือ ไม่มีหมวก(ตำแหน่ง)ให้ใส่หลายใบ คนๆนึงก็ทำมันหลายๆอย่าง ทำให้มีโอกาสพัฒนาทักษะความสามารถได้เร็วและหลากหลายมากๆ เช่น เป็นวิศวกรสนาม พอเข้าฝั่งก็ต้องไปขายงานทำ presentation นำเสนอลูกค้า ติดต่อบัญชีวางใบแจ้งหนี้(invoice)  ทำงบประมาณ ติดต่อเรื่องขนส่ง ดูแล warehouse จัด event พาลูกค้าออกรอบตีกอล์ฟ เสาร์อาทิตย์ ฯลฯ (เชื่อเหอะ ที่ว่ามา ผมทำมาหมดแล้ว)

ด้วยความที่ต้องทำอะไรหลายๆอย่าง คนก็ไม่กี่คน ทำให้บรรยากาศการทำงานใกล้ชิด เป็นกันเอง เหมือนกึ่งๆครอบครัวใหญ่ๆครอบครัวเดียวกัน กองหนุน กำลังเสริม ทรัพยากร ก็ไม่มาก ไอ้โน้นก็ขาด ไอ้นี่ก็ไม่มี สั่งไปชาตินึงก็ยังไม่ได้ ยังไม่มา ทักษะในการแสวงเครื่อง ดัดแปลงวัสดุ อุปกรณ์ การเอาตัวรอดสูง

การที่ต้องทำอะไรหลายๆอย่าง และ ขาดแคลนกองหนุน นี่แหละ ทำให้รู้ทั้งทางกว้างและลึก เป็นมันทั้ง วิศวกรรม (engineering) ปฏิบัติการ (operation) และ สนับสนุน ครบเสร็จในคนๆเดียว all in one ว่างั้นเถอะ

 

วิศวกรแบบนี้่ผมเรียกว่า วิศวกรมาม่า หรือ plug and play บ.ต่างๆชอบ ทำได้หลายอย่าง ไม่ต้องฝึกมาก เสียบปลั๊กแล้วทำงานได้เลย หรือ คล้ายๆมาม่า ใส่น้ำร้อน 3 นาที กินได้

ความที่เป็นบ.เล็กๆ มักจะได้รับการปฏิบิติที่ไม่เท่าเทียมกันกับบ.ใหญ่ๆ เวลาอยู่หน้างานต้องหมั่นฝึกปัญญาทางอารมณ์ (EQ)บ่อยๆ คือต้องทำ ชิลๆเป็น มองข้ามความไม่ยุติธรรมไปบ้าง หัดมองอะไรขำๆ อย่าไปซีเรียสมาก

บางแท่นก็แยกเกรดบ. (เท่าที่ทราบในอ่าวไทยเราไม่มี แต่ที่ผมเคยเจอมา มีจริงๆ) คือ แยกว่า บ.ไหน ห้องนอนอยู่ชั้นไหนของแท่น ห้องอาหาร ห้องน้ำรวม ห้องสันทนาการ (ดูทีวี พักผ่อน ฯลฯ) ก็แยกต่างหาก เรื่องนี้ต้องทำใจ เป็นการฝึกจิตใตเราไปในตัว อย่าไปจริงจังมาก คนอื่นอยู่ได้ เราก็ต้องอยู่ได้ และ ทำงานได้ด้วย นึกถึงเงินเข้าไว้ 555

ใหญ่น่าจะดีกว่านะ

ก็จริงอีกนั่นแหละ ไปไหนๆ แจกนามบัตร ใครๆก็รู้จัก คนให้ความเชื่อถือ โดยเฉพาะทำงานกับบ.ใหญ่ๆที่ขึ้นชื่อว่าคัดสรรคนเข้มข้น เหมือนการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยนั่นแหละครับ

 

กองหนุน กำลังเสริมเพียบ อยากได้อะไร วิทยุไป อีเมล์ไป เดี๋ยวฮ.ก็มา ไม่ต้องปวดหัวต้องดัดแปลงของใช้เอง ดัดแปลงแล้วทำงานได้ก็ดีไป แต่ถ้าเจ๊งกะโบ๊งขึ้นมา ซวยอีก โดนหาว่าไม่รอ ไม่เรียก ขอความช่วยเหลือ อย่ากระนั้นเลย ไม่คิดมันล่ะ อีเมล์กลับฝั่ง บอก part number สั่งของแล้วรอ ปลอดภัยกว่า

งานที่ไม่เกี่ยวกับเราก็มี ผู้ช่วย ทั้งในสนาม และ ในออฟฟิต กลับฝั่ง เข้าเมือง ส่ง job ticket ให้บ. (ใบเซ็นต์รับงานจากหน้างานที่ลูกค้าบนแท่นเซ็นต์ว่าทำงานเสร็จเรียบร้อย) แล้วก็พักเต็มๆ ไม่ต้องเข้า workshop ไปซ่อมโน้นซ่อมนี่ ไม่ต้องไปเสนอหน้าให้ลูกค้าด่า และ และไม่ต้องอื่นๆอีกมากมาย บางบ.ไม่ต้องเข้าออฟฟิตเลยด้วยซ้ำ แสกนแล้วอีเมล์เอา

บริษัทใหญ่มักมีระบบต่างๆที่ดี รวมถึงระบบการฝึกอบรมฯและพัฒนาพนักงาน ทำให้เรียนรู้อะไรได้อย่างเป็นระบบ ความใหญ่ มักจะมากับความอุ้ยอ้าย เหมือนเครื่องบินโดยสารพานิชย์ขนาดใหญ่ กับ เครื่องบินเจ็ทลำเล็กๆ อารมณ์เดียวกัน ประมาณนั้นเลย

กฏกติกามารยาทมากมาย ระบบเยอะ อยู่กับแบบห่างๆ ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน ก็จำกัดอยู่แค่ที่ทำงานเป็นส่วนมาก จะทำอะไรที ก็ตัดสินใจกันเป็นเดือน เรื่องค่าตอบแทนก็มักจะต่อรองอะไรมากไม่ได้ เพราะระบบมันค้ำอยู่ take it or leave it (รับได้ก็อยู่ รับไม่ได้ก็ไป) ว่างั้นเถอะ จะขึ้นเงินเดือนกันทีก็ต้องคอยดูว่าจะไปเกินหน้าเกินตาใครไหม คนเป็นร้อยเป็นพัน เรื่องเดียว เซ็นต์กัน 5 คน กว่าจะได้ทำงานทำการกัน

เพราะความพร้อมของกำลังสนับสนุน ทำให้วิศวกรสนามบ.ใหญ่ๆขาดความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา ดัดแปลง เมื่อเทียบกับวิศวกรบ.เล็กๆที่ต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดนานับประการ

ในที่สุดแล้ว …

ก็ใช่ว่าเราจะเลือกได้ … 95% เราเลือกไม่ได้หรอกครับว่าเราจะได้ทำงานที่ไหน โดยเฉพาะโหมดนี้ที่ราคาน้ำมันเพิ่งจะฟื้น บ.ไหนรับก็ทำๆไปก่อน ที่อยากจะแนะนำก็คือ ให้เข้าใจธรรมชาติของบ.ทั้ง 2 แบบนี้ให้มากๆ แล้วทำตัวเป็นกิ้งก่าที่สามารถเปลี่ยนสีเปลี่ยนทัศนคติมองในมุมที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน มองมันให้เป็นโอกาส แล้วกอบโกยโอกาสเหล่านั้นไว้ให้มากที่สุด

เช่น ถ้าได้ทำบ.ใหญ่ ก็มั่นเรียนรู้ระบบการทำงานให้มากๆ ใช้ประโยชน์จากการฝึกอบรมในด้านต่างๆ และ ทำใจกับความอุ้ยอ้าย ไม่ได้อย่างใจ การเมือง ต่างๆ หรือ ถ้าได้ทำงานกับบ.เล็กๆก็ถือโอกาสลุยให้สนุก ทำมันให้ทุกอย่าง คิดนอกกรอบ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถือโอกาสทดลองไอเดียใหม่ๆได้อย่างเต็มที่ สร้างชื่อให้คนใรวงการรู้ว่า เราเป็นแบบ plug and play บ.ต่างชาติที่เพิ่งเข้ามาทำตลาด start up ในบ้านเรา ชอบนักวิศวกรแบบ plug and play รับรองว่ามีข้อเสนอมาให้เลือกเยอะเลย

 

ตัวอย่างในชีวิตจริงๆของผมเลย ผมทำงานสนามมาทั้งบ.service ใหญ่ ที่เอ่ยชื่อไปคนรู้จักทั้งวงการ และ ก็ทำงานกับบ.เล็กๆโนแนม วันหนึ่งผมตัดสินใจเปลี่ยนมาทำงานกับบ.น้ำมัน วันแรกที่ผมเข้ามาทำงานกับบ.น้ำมันแห่งนั้น มีกระดาษ post it แปะไว้ที่โต๊ะทำงานผม มีชื่อชาวต่างชาติ และ เบอร์โทรฯ ให้ผมโทรฯกลับ เสนองานให้ผม start up ให้กับสินค้าตัวหนึ่งที่ผมมีประสบการณ์ตรง

เวลาเราอ่านหรือฟังประสบการณ์จากคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว เรามักจะรู้สึกว่า เอ๊ะ ก็ไม่ยากนี่นา เราก็น่าจะทำได้ ไม่มีอะไรในโลกนี้ได้มาฟรีๆหรอกครับ There is no free lunch ทุกคนที่ประสบความสำเร็จเขาทำงานหนักและเหนื่อยมาก่อน

สู้ๆนะครับ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *