โจ๊กถ่อยๆของคนน้ำมันเถื่อนๆที่ผิดกาละเทศะ

มีเรื่องอารมณ์ขันในยามขับขัน และ การมองโลกในแง่ดีมาฝาก เป็นเรื่องจริงที่เกิดกับวิศวกรไทยหนุ่มน้อย(น้อยจริงๆ) ในตอนนั้นปลายปี 1990 (ไม่ผิดครับ 26 ปีนิดๆมาแล้ว) บนแท่นนอกชายฝั่งแห่งหนึ่งของชมพูทวีป ผมยิงระเบิดหลุมเสร็จ (Wireline perforation) สาวอุปกรณ์ยิงระเบิดขึ้นมาบนแท่น กำลังเก็บเครื่องมือ เสียงหวอดังลั่น ไม่ถึง 3 นาที พวกเรา 60 ชีวิต นั่งเงียบกริบอยู่ในเรือชูชีพ (ลำคล้ายๆในรูปข้างล่างนี่แหละครับ)

ปล. ยิงระเบิด หรือ perforation คือการใช้ระเบิดแรงสูงหย่อนลงไปในหลุมน้ำมันแล้วยิงผ่านท่อกรุและผ่านซีเมนต์หลังท่อกรุทะลุไปที่ชั้นหิน ทำให้น้ำมันจากชั้นหินไหลเข้าสู่ท่อกรุแล้วขึ้นมาปากบ่อได้ ระเบิดที่ใช้พัฒนามาจากระเบิดเจาะเกราะรถถังของอุตสาหกรรมอาวุธ (ตระกูล RDX หรือ HMX นั่นแหละครับ) สมัยนั้นอึ่งน้อยเอามายิงระเบิดหลุมตูมๆเป็นว่าเล่น

 

 

ก่อนเข้าเรือชูชีพพวกเราได้รับการแจ้งว่า ตอนนั้นก๊าซและน้ำมันแรงดันสูงรั่วขึ้นมาที่ปากบ่อ(บนแท่น) และ ขึ้นมาที่ระดับน้ำทะเล (ใต้แท่น) เป็นฟิลม์ลอยอยู่ผิวทะเลใต้แท่น สักพักสัญญานปล่อยเรือชูชีพก็ดัง เพราะตัวแท่นเอียงไปแล้วครึ่งนึง

… เรือกำลังถูกหย่อนลงสู่พื้นทะเลที่เต็มไปด้วยก๊าซและน้ำมัน ที่ยังไม่ติดไฟ แต่ก็มีโอกาสติดไฟทุกวินาที ดูภาพประกอบข้างล่างนะครับ สูงราวๆ 35 เมตร ก็ประมาณตึก 10 ชั้นนั่นแหละครับ (รูปแท่นนี้ ไม่ใช่แท่นจริงที่เกิดเรื่องขึ้นนะครับ ผมเลือกเอาที่ใกล้เคียงมาจากอินเทอร์เน็ต เอามาประกอบให้เห็นภาพเฉยๆ)

 

 

ถ้าก๊าซและน้ำมันต่างๆที่ลอยอยู่บนผิวน้ำติดไฟ มันก็จะเป็นแบบนี้ครับ รูปประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ให้เห็นเฉยๆว่าสภาพมันน่าจะเป็นอย่างไรครับ

 

 

35 เมตร หรือ ตึก 10 ชั้นสำนักงานหรูติดแอร์ในมหานครกรุงเทพของเรา กดลิฟท์ ไม่กี่อึดใจก็คงถึง (ยังไม่ทันได้ขอเบอร์สาวหน้าใสร่วมลิฟท์ด้วยซ้ำ)

แต่ 35 เมตร ของพวกเราทั้ง 60 ชีวิต เป็น 35 เมตรที่เหมือนชั่วนิรันดร์ ในเรือชูชีพลำนั้น ถ้าไม่ใช่สหประชาชาติก็คงจะใกล้เคียง และถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกมีจริง ก็คงจะรวมอยู่กันในเรือชูชีพแคบๆลำนั้น ทุกศาสนาทุกความเชื่อ (รวมถึงหลวงปู่หลวงพ่อจากไทยที่อึ่งน้อยนิมนต์ไปเป็นกำลังใจและความหวังในจังหวะนั้นด้วย)

ทุกคนเงียบเหมือนจะคิดถึง “คนข้างหลัง” …

อึ่งน้อยไม่คิดว่าจะมีใครในเรือชูชีพลำนั้น คิดจะทำ lesson learn, risk management, risk analysis, fish bone หรือ what if analysis ….

 

 

How would you like your steak? ………………. เสียงดังฟังชัดของ barge caption ชาวอินเดีย ที่เป็นคนคุมเรือชูชีพดังขึ้น ทำลายความเงียบ …

ใครจะคิดว่าเป็น “โจ๊กถ่อยๆของคนน้ำมันเถื่อนๆที่ผิดกาละเทศะ” ก็ช่าง แต่ไม่ใช่กับ 60 ชีวิตที่กำลังโดนหย่อนลงในทะเลก๊าซ(ที่อาจจะติดไฟ)แน่นอน … ทุกคนหัวเราะก๊ากกับมุกเด็ดของสุดยอด barge caption คนนี้ …. ทุกคนกลับมายิ้ม หัวเราะพูดคุย ปล่อยมุกกันชนิดไม่ยั้ง และ แจกจ่ายหน้าที่ตามที่ได้ฝึกน้ำฝึกไฟ (sea survival) กันมา

… เมื่อ “ท้องเรือ” แตะ “ท้องน้ำ” พวกเรา 60 ชีวิตก็พร้อมเผชิญกับทุกโชคชะตาที่รอคอยพวกเราอยู่เบื้องล่าง …

… (desperate) life boat ได้กลายเป็น lively boat และ boat of hope ด้วย “โจ๊กถ่อยๆของคนน้ำมันเถื่อนๆที่ผิดกาละเทศะ” …

สติ กำลังใจ ความเชื่อ ความหวัง และ ศรัทธา (ที่จะสู้ต่อไป) กลับมาอีกครั้ง …

ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ ทุกครั้งที่สั่งสเต๊ก 60 ชีวิตที่รอดมานั้นคงต้องอมยิ้มและคิดถึง “เรื่องราวในคราวนั้น”

ปล. คิดว่าคงเข้าใจมุก barge caption คนนั้นนะครับ คือว่า ทุกคนกำลังจะลงไปเป็นเนื้อสเต็กย่างในทะเลก๊าซไงครับ barge caption เลยแซว(จัดหนัก) ว่าชอบ(ให้ตัวเองตาย)แบบไหน ดิบๆ ปานกลาง หรือ แบบสุกๆ (raw, medium หรือ well done)

… ถึงจะเลือกเวลาและสถานที่ที่จะต้องจากไปไม่ได้ แต่ก็เลือกที่จะจากไปได้พร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ … (นี่นา)

 

 

ผมไม่ได้จะบอกว่าพวกเราทำงานเสี่ยงกันมากแค่ไหน เพราะมีอีกหลายอาชีพที่เสี่ยงกว่าพวกเรามากมาย (เช่น … ตำรวจ ทหาร ครูใต้ และ อีกมาก)

แต่ก็แค่อยากจะเอาอีกมุมหนึ่งของคนทำงานมาแบ่งปัน

… แค่อีกมุมหนึ่งของคนทำงานธรรมดาๆกลุ่มหนึ่ง

… ที่พวกเขา แลกค่าข้าวของครอบครัว กับ “ความไม่แน่นอน”

… แค่อีกมุมหนึ่งของคนทำงานธรรมดาๆกลุ่มหนึ่ง

… ที่พวกเขา แขวนค่าเทอม และ ค่าอนาคตลูก ไว้กับ “ความเมตตาของแม่พระธรณี” … ก็เท่านั้น

ด้วยรักและศรัทธาเสมอครับ
… Da Mihi Animas, Cetera Tolle

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *