ประสบการ์ฝึกงานกับ Weatherford

สวัสดีครับอานก(ขออนุญาตเรียกอานะครับ) ผมมีคำถามและประสบการณ์การฝึกงานที่ผ่านมา(เผื่อว่าเป็นประโยชน์กับน้องๆที่กำลังมองหาที่ฝึกงานแนวๆที่ผมไปทำมาครับ)

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ตอนนี้ผมกำลังเรียนชั้นปี4 วิศวกรรมเครื่องกล(พลังงาน เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม) ที่ x xxครับ เกรดไม่หล่อเลือกได้ 3.1 ครับ และเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาผมต้องเข้ารับการฝึกงาน โดยในก่อนหน้านั้น ผมมีความสนใจอยากทำงานทางด้าน บ. น้ำมันอยู่แล้ว ผมจึงหาข้อมูล และสมัครไปทาง บ.Weatherford เพราะใกล้บ้าน(สงขลา) ผมคิดอย่างเดียวว่าผมจะต้องเอาตัวเองไปพัวพันกับวงการนี้ให้ได้ตอนฝึกงาน จะได้มีภาษีกว่าคนอื่นในการสมัครงาน จากนั้นผมก็ได้เข้ารับการฝึกงานที่นี่ โดยฝึกที่ yard ของ Weatherford ที่สงขลา ในแผนก LWD (ในตำแหน่งที่ผมฝึก เป็นตำแหน่งของ technician ครับ)

ในระหว่างการฝึกงาน ผมคิดว่าผมคือกรรมกรดีๆนี่เอง หน้าที่ของผมคือ Build up tool , Strip out tool , service insert และ tool ต่างๆ (หน้าที่อื่นเล็กน้อยผมไม่ขอพูดถึง) โดยการ strip out และ Build up ปกติแล้วจะมีเครื่องทุ่นแรงให้ แต่พี่ๆเขาบอกว่ามันช้า ให้ใช้แรงคนนี่แหละ เร็วดี แล้ว tool อันนึง ต้องใช้แรงคนประมาณ 3คนเป็นอย่างน้อยในการ build up และ strip out ซึ่งหนัก เหนื่อย และโหดมากครับ เพราะต้องใช้แรงงานทั้งวัน(ย้ำว่าทั้งวัน)ทำให้ชุดผมเปียกเหงื่ออยู่ตลอดเวลา ผมจึงเรียกว่ากรรมกรครับ (อาจเป็นเพราะผมไม่เคยทำงานหนักแบบนี้มาก่อน) โดย tool ที่ผมได้ build up และ strip out ก็จะมี MFR , NDT , IDS , HEL ประมาณนี้ครับ ส่วน insert ที่ผมได้ service (ซึ่งรวมไปถึงการ เช็ด ล้าง ทำความสะอาด mud ที่ติดมา และ test ทำทุกอย่างให้กลับมาพร้อมใช้งานใหม่ได้อีกครั้ง) ประกอบด้วย FD , IFD , ICA , ICB , battery เป็นส่วนใหญ่ ส่วนพวกของที่ต้องทำการ test อย่างละเอียดพวก grammar , driver , density , pulser จะไม่ค่อยได้ทำซักเท่าไหร่ครับ ซึ่งเครื่องมือแต่ละตัวที่ให้ใช้ก็มีพร้อมให้นักศึกษาฝึกงานได้เล่นได้ลองกันครับ ผมฝึกงานเป็นเวลาเดือนครึ่งครับ ซึ่งน้องๆคนไหนกำลังมองหาที่ฝึกงานที่เขาให้เล่นให้ทำ ให้ลงมือเอง ผมว่าที่นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะครับ สังเกตจากชุด cover all ที่แจกมาสีแดงๆ จะกลายเป็นสีดำในตอนเย็นทุกวัน กลับถึงบ้าน กินข้าว อาบน้ำ นอนครับ ทำอย่างอื่นไม่ไหวแล้วจริงๆ

จากการสังเกตของผม ผมสังเกตว่าแผนก LWD ที่นี่ (ผมไม่พูดถึงตำแหน่ง engineer ที่ทำงานบน rig นะครับ) ทุกคนเป็น technician ตำแหน่งเดียวกัน มี technician 17 คนไม่รวม ซุป และ manager ซึ่ง technician ครึ่งนึงจบ วิศวะ มีทั้ง เครื่องกล ไฟฟ้า จบจาก ม.อ. , ลาดกระบัง , บางมด กันส่วนใหญ่ และจะมี ปวช ปวส ปนมาอีก ครึ่งนึง ซึ่งผมสงสัยมากว่าทำไมพวกที่จบวิศวะ ไม่สมัครทำงานในตำแหน่งวิศวะ มาทำ technician ทำไม

คำถามครับ(ข้างบนอาจมีคำถามแฝงอยู่ครับอานก แต่เป็นคำถามย่อยๆ แต่นี่คือคำถามหลักครับ)

1.ผมอยากให้อานกอธิบายเส้นทางการเป็น Driller ครับ ว่า เมื่อผมจบปี4 ผมต้องเรียนต่อสายปิโตรหรือป่าว หรือใช้วุฒ ป ตรี สมัคร อะไร??? ในตำแหน่งไหน แผนกไหน ?? เพื่อไต่เต้า เดินทาง ไปเป็น Driller ได้บ้างครับ

Driller คือคนคุมปั่นจั่นที่ใช่ในการขุด เป็นงานช่างเทคนิค ไม่ใช่งานวิศวกร ทำงาน 12 ชม./ 12 ชม. คุณนึกถึงคนคุมกว้านตอกเสาเข็มตึกตามข้างถนน ราวๆนั้นครับ ถึงแม้สมัยนี้จะเป็น joy stick หรือที่เราเรียกว่า cyber rig กันจะหมดแล้ว แต่ก็งานไม่ต่างกัน โดยมาก driller จะมาจากการไต่เต้าจากล่างๆขึ้นมา มาจาก pump man/motor man- roustabout- roughsneck – assistant driller แล้วจึงเป็น Driller ปกติเมื่อก่อนก็มากกันทางนี้ แต่ต่อมา คนจบป.ตรีช่าง มาทำกัน บ.แท่นหลายๆบ.ก็มีโปรแกรมพัฒนาวิศวกรของตัวเอง โดยให้ไปเป็นคนงานแท่นจากข้างล่างวนทุกตำแหน่งเพื่อจะขึ้นมาเป็นวิศวกรด้านต่างๆ ดังนั้นวิศวกรรุ่นใหม่ๆจึงได้มีโอกาสเป็น driller ได้ แต่โดยมากก็ไม่ได้เป็นแบบนานๆในสายอาชีพ เป็นสัก 1-2 ปี พอให้ได้รู้งาน แล้วขึ้นไปเรื่อยๆมากกว่า ที่จะเป็นแบบเป็นอาชีพ

ถ้าจบปี 4 แล้วคุณต่อสาย ป.โทฯปิโตรฯ คุณก็ไม่น่าจะไปเป็น driller เพราะคุณทำอะไรได้มากกว่านั้นมากมาย แต่ถ้าจะเป็นจริงๆ คุณก็เดินได้ 2 ทาง คือ ลงไปเริ่มจากข้างล่าง หรือ สมัครบ.แท่นใหญ่ๆ ที่เขามีโครงการพวกนี้ เช่น ART ของ transocean

2.อยากให้อานกอธิบายเหมือนข้อ 1. แต่เปลี่ยนเป็นตำแหน่ง Directional driller(DD) แทนครับ

DD ต่างกับ driller ครับ DD เป็นงานเทคนิควิศวกรรม ต้องใช้คนจบวิศวกร เป็นงานของบ. service ครับ ในขณะที่ driller เป็นคนคุมกว้านปั่นจั่น เป็นคนของบ.แท่น DD จะเป็นคนบอกว่า จะขุดอย่างไร ใช้เทคนิคอย่างไร ความเร็วช้าแค่ไหน ยังไง ฯลฯ เพื่อให้หลุมไปได้ตามที่ วิศวกรขุดเจาะ(drilling engineer) เขาออกแบบมา คิดถึง driller เป็นคนขับรถ แต่ DD เป็นเนวิเกเตอร์ วิเคาระห์สภาพถนน เลือกความเร็ว เทคนิคการขับ เลือกเส้นทาง ฯลฯ ถ้าอยากเป็น DD คุณก็ต้องสมัครไปบ.service ใหญ่ๆ ที่เขามีให้บริการด้านนี้ แล้วเขาก็เอาคุณไปเทรนเอง เช่น big 4 มี SLB Weatherford Baker และ Halliburton บางบ.ควบ MWD กับ DD คือต้องเป็น MWD ก่อน อันนี้ก็แล้วแต่บ.ไปนะ

3.อยากให้อานกอธิบายเหมือนข้อ 1. แต่เปลี่ยนเป็นตำแหน่ง Drilling engineer แทนครับ

DE นี่ก็มาได้หลายทางมากๆครับ อย่างพี่นกก็มาสาย บ.service แล้วข้ามมา drilling eng ดูภาพรวมใหญ่ของการขุด ซึ่งประกอบไปด้วยหลายๆส่วน ทำนองรู้กว้าง และหลักใหญ่ๆ แต่งานลึกๆก็จ้างบ.service บ.แท่น ทำ นึกถึง Drilling eng เป็นวิศวกรออกแบบหรือคุมงานสร้างบ้านก็ได้ครับ คนๆนี้ไม่จำเป็นต้องทำเองทุกอย่าง เพราะไม่มีใครเป็นหมด จ้าง ช่างไฟ ช่างน้ำ ลิฟท์ หลังคา กระเบื้อง ฯลฯ ทำกันไป แต่ต้องรู้หลักควบคุมและคำนวนการสร้างบ้านได้ ดังนั้น ถ้าเป็นผู้รับเหมาย่อยๆ ส่วนใดส่วนหนึ่งของการสร้างบ้านที่รู้ลึกรู้จริง 2 -3 ส่วน แล้วอยากมาดูภาพใหญ่ ข้ามมาเป็น drilling eng ตามจังหวะและโอกาสก็ย่อมได้ นั่น 1 ทาง

อีกทางนึงคือเป็นโดยตรงเลย ก็สมัครไปที่บ.น้ำมันเลย ที่เขารับ drilling eng ในหลายๆวุฒิ เช่น โปรแกรม ADP ของปตท.สผ. หรือ DSM trainee ของ เชฟรอนเป็นต้น

4.อยากทราบว่าถ้าผมเรียนต่อ ปโท บริหาร ผมสามารถก้าวหน้าในสายบริหาร บนเส้นทาง บ,น้ำมันได้อย่างไร แตกต่างจากการที่ผมเรียนต่อ โท ปิโตรเลียม อย่างไร อนาคตค่าตอบแทนอันไหนมากกว่ากันครับ

โทฯบริหารตามความเห็นผมนะครับ ไม่ได้ช่วยในการเข้าวงการเลยครับ วิชาการบริหารนั้น จะให้ประโยชน์ได้ ก็ต่อเมื่อเรามีพื้นวิชาชีพหนึ่งๆอยู่ก่อนแล้ว เช่น ไอที สาธารณสุข การศึกษา พลังงาน ก่อสร้าง ฯลฯ ถ้าจบตรี โทฯ บริหารมาลอยๆ มักจะเอาไปทำอะไรไม่ได้ครับ ต่อโทฯปิโตรเลียม มีลักษณะความเป็นวิชาชีพมากกว่า และ รายได้ดีกว่า โทฯบริหารแน่นอนครับ ไม่ต้องดูอะไรมาก ดูอุปทานในตลาดก็ได้ ทั้งประเทศมีสถาบันสอนและคนจบโทฯบริหารปีล่ะกี่พันคน ในขณะที่ทั้งประเทศมีคนจบโทฯปิโตรปีล่ะไม่ถึง 40 คน ใครจะรายได้ดีกว่ากันครับ?

สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณอานกที่ทำblog ดีๆนี้ขึ้นมา เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนในเป็นอย่างมาก

ขอบคุณครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *